• พาเที่ยวงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว

    งาน อุ่นไอรัก คลายความหนาว งานน่ารักๆทุกคนสวมชุดไทยทั้งดอกไม้ ร้านอาหาร รวมถึงส่วนจัดแสดงวัฒนธรรมไทยแต่โบราณต่างๆซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 10 โปรดเกล้าให้จัดงานนี้ขึ้นบริเวณสนามเสือป่าและพระลานพระราชวังดุสิต โดยงานจะแบ่งออกเป็นประมาณ 3 โซน 1.โซนพระลานพระราชวังดุสิต มีสาธิตงานฝีมือต่างๆของไทย เย็บ ปัก ถัก ร้อย แกะสลักจิตรกรรมต่างๆ และส่วนจัดแสดงดอกไม้สวยๆกว่า 20 สายพันธุ์ รวมถึงเรือสุพรรณหงส์จำลองมาจัดแสดงบริเวณพระบรมรูปทรงม้า ถ่ายรูปสวยๆ เห็นบรรยากาศของพระที่นั่งอนันตสมาคม นิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของ ร.5 และ ร.9 สาธิตการทำขนมว่างโบราณของไทย อาทิเล่น ขนมค้างคาวเผือก ขนมเบื้องญวน จากโรงเรียนการเรือนต่างๆ  2.โซนสนามเสือป่า มีซุ้มจับฉลากสอยดาว รางวัลต่างๆ ร้านค้าในพระบรมวงศานุวงศ์ ร้านค้ารับเชิญจากโครงการพระราชดำริและสมาคมแม่บ้านเหล่าทัพต่างๆ  3.โซนร้านค้าร้านอาหาร ร้านอาหารภายในงานเป็นร้านอาหารไทยโบราณต้นตำรับจากทั้ง 4 ภาครวมไปถึงขนมไทยสูตรโบราณที่หาทานยาก งานนี้จะจัดขึ้นตั้งแต่ 8 กุมภาพันธ์ ถึง 11 มีนาคม ตั้งแต่เวลา 10.30 - 21.00 น. วันศุกร์และเสาร์ ขยายเวลาถึง 22.00 น. อีกทั้งที่งานยังมีชุดไทยสมัย ร.5 ให้เช่าหลายแบบเลยในราคาชุดละ 250 บาท

  • ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ

    ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ทานอาหารต้องมีบรรยากาศ เปรี้ยวปากเช็คอินพาไปกินลมชมวิวที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden ชั้น 52 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ เหมาะกับพาคนพิเศษมาดินเนอร์มื้อเย็นทานไปชมวิวเมืองกรุงยามเย็น อาหารไทยที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานระหว่างอาหารไทยและเทคนิคของอาหารต่างชาติเข้าด้วยกันยังคงรสชาติอาหารไทยไว้ แต่ละจานก็สร้างสรรค์สวยงามจนต้องขอยกกล้องขึ้นมาถ่ายก่อนลงมือชิม เริ่มกันที่ "ของว่างรวม" (790 บาท)  สะเต๊ะไก่ กุ้งโสร่งทอด ยำส้มโอ ปอเปี๊ยะปลาฟูม้วนเป็นโรล ตัดด้วย "ซุปคาปูชิโน่ดอกโสนกับหอยเชลล์ย่าง"  เมนูนี้หน้าตาฝรั่งแต่รสชาติสไตล์ไทย เติมมะนาวนิดนึงเพิ่มความเปรี้ยวทำให้เมนูนี้ไม่หนักท้องเกินไป "ยำแซลมอน" (590 บาท) หอมใบแมงลักที่ใส่มาเติมกลิ่นเฉพาะตัว เสิร์ฟมาพร้อมดอกไม้ที่สามารถทานได้ จัดจ้านแบบน้ำยำถึงเครื่อง ส่วนเมนูนี้ก็เสิร์ฟแบบพอคำ "กุ้งย่างพริกสดเสิร์ฟคู่กับข้าวตัง"ถ้าชนะเลิศเรื่องความสวย ยกให้จานนี้ "ยำมะเขือยาวปู" เพิ่มคาเวียร์ ใส่แผ่นทองคำทานได้ เมนูใต้อย่าง "แกงกะทิปูใบชะพลูกับขนมจีนไข่ต้ม" (870 บาท) ถึงเครื่องหร่อยแรงๆแบบชาวใต้ ใครที่กำลังมองหาร้านดินเนอร์ บรรยกาศดี อาหารไทยอร่อย Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ มีครบจบที่เดียว

  • “ลมโชย” ไปที่เดียวอิ่มครบ 4 ภาค

     “ลมโชย” ไปที่เดียวอิ่มครบ 4 ภาค“ยามลมโชยมา พาใจหน่วงหนัก คิดถึงรัก ครั้งก่อนนั้นเคยรัญจวน” เสียงร้องจากเจ้าของร้านหน้าคุ้น คุณเอ๋ ศุภชัย นักปั้นมือทองที่ยกเมนูความอร่อยมาเสิร์ฟด้วยตัวเอง พร้อมบอกเล่าที่มาของร้านลมโชยที่อยากจะร้านอาหารติดริมแม่น้ำเจ้ายา ประจวบเหมาะกับเจ้าของเป็นเพื่อนสมัยเรียนจึงมาลงตัวที่โครงการ ล้ง 1919 เริ่มที่อาหารภาคใต้ บ้านเกิดของคุณเอเอง "แกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าวอ่อน"  จัดจ้านร้อนแรง คุณเอบอกกับเราว่าอาหารใต้ขี้เหนียวเครื่องไม่ได้ ไม่งั้นไม่อร่อย "ปลากระบอกทอดขมิ้น" ปลากระบอกชิ้นกำลังดีกรอบนอกนุ่มใน หอมกระเทียมเจียวทานกับข้าวสวยเพลิน ภาคอีสาน "ตำปูม้าอินเตอร์"  นัวปลาร้าอย่างดี ซึมเข้าเนื้อปูม้าสดๆ แซ่บจริงแซ่บจัง ภาคกลาง "ยำปลาดุกฟู"  ฟูได้ใจจริงๆ ภาคเหนือ "ขนมจีนน้ำเงี้ยว" คุณเอแอบบอกเคล็ดลับความอร่อยว่าเมนูนี้แอบเต็มเครื่องแกงใต้ลงไปทำให้น้ำเงี้ยวเข้มข้นและมีรสเผ็ดนิดๆเฉพาะตัว จะมาเป็นครอบครัว เป็นแก๊งค์ แต่ชอบอาหารไม่เหมือนกันก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับร้านลมโชย อาหารไทย 4 ภาค ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่พัดพากลิ่นอาหารหอมๆลอยมาแตะจมูก 

  • อาหารพื้นเมืองภูเก็ต แปลก อร่อย ต้อง “ร้านตาทวย”

    ไปภูเก็ตกินร้านไหนดี? เปรี้ยวปากขอยกให้ "ร้านตาทวย" ร้านอาหารพื้นเมืองภูเก็ตที่มีเมนูหาทานยาก ใครอยากลิ้มลองอาหารท้องถิ่นแปลกใหม่ในบรรยากาศร่มรื่นเอกลักษณ์ตัวร้านจะตกแต่งเหมือนป่า มีน้ำตกเล็กๆให้ความสดชื่น เมนูเด็ด หร่อยจังฮู้ "หอยแครงป้าเหนียวลวกจิ้ม" ของหายากที่มีแค่ 2 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น!!! ต้องโทรมาเช็คก่อนเพราะหอยแครงป้าเหนียวนี่จะจับได้เฉพาะเวลาน้ำลงช่วงขึ้น 15 ค่ำเท่านั้น เคล็ดลับคือเค้าจะลวกแป๊ปเดียวเพื่อคงความหวานของเนื้อหอยไว้ “ส้มตำสาหร่าย” จะใช้สาหร่ายเม็ดพริกไทยซึ่งจะมีความเค็มน้อยกว่าสาหร่ายพวงองุ่นแบบสดๆ มาเสิร์ฟคู่กับน้ำส้มตำไทยรสชาติแซ่บถูกใจเว่อร์ “เพรียงทรายผัดกะปิสะตอ” ซึ่งตัวเพรียงทรายนี่จะอาศัยอยู่บริเวณที่สมบูรณ์เท่านั้น ลักษณะจะคล้ายๆกับหอยหลอดเอาไปผัดกับกะปิของท้ายเหมืองที่รสชาติจะไม่เค็มเกินไป มีกลิ่นหอมเปรี้ยวๆค่ะ ปรุงรสถึงใจมากๆ “ยำดอกถั่วเล” แค่เห็นก็สะดุดกับความสวยของจานนี้ ดอกถั่วเล เป็นดอกไม้ที่ขึ้นอยู่ตามหน้าชายหาด หายากมาก “ต้มกะทิผัดลิ้นห่าน“ ผักลิ้นห่านมีประโยชน์ในการต้านอนุมูลอิสระ ถ้ามาภาคใต้แล้วไม่กินแกงกะทิเขาว่ามาไม่ถึงนะ “แกงพริกปลาดุกทะเล” จานนี้เครื่องแกงพริกจัดจ้านตามสไตล์อาหารใต้ ซึมเข้าเนื้อปลาดุกทะเล อร่อยแบบต้องมีขอเบิ้ลข้าว

  • ธรรมชาติเนรมิตร ทะเลบัวแดง บึงหนองหาน จ.อุดรธานี

    ไปเบิ่ง ธรรมชาติ เนรมิตรทะเลบัวแดง 🌷 เด้อค่า | บึงหนองหาน กุมภวาปี อุดรธานี#แอดเปรี้ยว🍋 ชูวับชูวับ มาแล้วค่า #มื้อหนี่สิพาไปเบิ่งทุ่งบัวแดงก๊ะจังหวัดอุดรเด้อค่า 😊 ธรรมชาติความสวยงามของทะเลดอกบัวแดงที่กว้างสุดลูกหูลูกตา บอกเลยว่าเลอค่าที่สุดค่ะบึงหนองหาน 🌅 ทะเลบัวแดงที่เราไปคือ ที่บึงหนองหานค่ะ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องบัวแดงจริงๆ #แต่บอกก่อนเลยว่าช่วงพีคคือ #ธันวาถึงมกรา ค่ะ #ถึงแม้ว่าเราจะไปหลงฤดู 😅 แต่ทะเลที่นี่ ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังค่ะ ควรไปตั้งแต่เช้า ไปจนถึงประมาณเที่ยงนะคะ ถึงจะเห็นดอกบัวแดงบานสะพรั่งแบบพี่จอยล่ะค่า แหมพี่เต๋อ ฮ่าๆๆ เก๊กถ่ายรูปซักหน่อยค่ะ📱 : เรือที่เรานั่งนั่งจาก ท่าเรือบ้านเดียมค่ะ 📞 : 081-964-5420สำหรับแอดเปรี้ยว 🍋💕 ส่วนตัวชอบไปเที่ยวเชิงธรรมชาติ 🌱 แบบนี้มากค่ะ พี่เต๋อพี่จอยเองก็ชอบ ทริปนี้ชวนน้อง โมนาไปด้วย ถ่ายรูปชิคๆ สวยๆ ได้ทั้งภาพคน ได้ทั้งภาพวิวแบบนี้ล่ะค่ะ 📸ปล. ช่วงที่ควรไปจริงๆ คือ ธันวาคม - กุมภาพันธ์ นะคะ จะได้เห็นดอกบัวแดงแบบ บานเต็มบึงกว่านี้แน่นอนเลยค่ะ ! #แอดเปรี้ยว 

  • ส้มตำบุญรอด แซ่บหล๊ายหลาย

    ตามเปรี้ยวปากไปแซ่บกันที่ร้าน "ส้มตำบุญรอด จ. หนองบัวลำภู" ร้านส้มตำสุดแซ่บ ทั้งแซ่บ ทั้งนัว แล้วไม่ใช่แซ่บแค่ส้มต้มซะด้วย เมนูอื่นก็แซ่บไม่แพ้กัน ไปดูดีกว่าว่ามีเมนูอะไรบ้าง"ตำครูเจี๊ยบ" คล้ายๆตำลาว แต่ใส่เม็ดกระถิน"ตำปูม้า" ทีเด็ดอยู่ที่ปลาร้าทำเองสิ่งที่ต้องทานคู่กับส้มตำแน่ๆคือ "ไก่ย่าง" หมักด้วยเครื่องเทศมาแล้วรสชาติจะเข้าเนื้อ ย่างมาแห้งกำลังดี หนังกรอบ เนื้อชุ่มช่ำ"ปลานิลเผา" ที่ร้านจะมีบ่อปลานิลของตัวเอง เพราะฉะนั้นจะเลือกมาไซส์ใหญ่สะใจเลยทีเดียวใครแวะมาหนองบัวลำภูอย่าลืมแวะมาลองส้มตำแซ่บๆที่ ส้มตำบุญรอด นะคะ

  • ที่พักสุดคลาสสิก Prince Theatre Heritage Stay Bangkok

    วางแพลนไปชิลล่วงหน้ากับที่พักสุดคลาสสิคย่านบางรักอย่าง "Prince Theatre Heritage Stay Bangkok" ที่มีอดีตยาวนานจากโรงบ่อนกลายมาเป็นโรงหนัง Stand Alone อย่างปริ้นซ์รามาเมื่อปี 2460และในปัจจุบันถูกรีโนเวทเป็นที่พักแต่ยังคงความเป็นโรงหนังสุดคลาสสิคเอาไว้ได้อย่างลงตัวที่สำคัญ!!! ย่านบางรักแห่งนี้มีของอร่อยเยอะแยะมากมาย ถ้ามาพักที่โรงแรมก็ไม่ต้องเดินไปไกลสามารถสั่งอาหารเจ้าดังๆย่านบางรักมาทานภายในโรงแรมได้ด้วย"ข้าวขาหมูเทวดา" เจ้าเด็ดเจ้าดังก็สามารถสั่งมาทานได้"โจ๊กปริ๊นซ์" เจ้าดังย่านบางรัก ถ้าใครอยากไปนั่งทานที่ร้านก็สามารถให้ทางโรงแรมพาไปทานได้ หรืออยากจะทานอาหารสไตล์ไหน แนวไหน รสชาติแบบไหนที่อยู่ในย่านบางรักทางโรงแรมมีบริการจัดพาไปทานได้หมดเลย และใครที่จะมาแวะถ่ายรูปเล่นภายในโรงแรมก็สามารถมาแวะทานอาหารทานขนมของโรงแรมที่มีไว้บริการได้อีกด้วย"Show Ticket" ม็อกเทลซิกเนเจอร์ของโรงแรม"Day Light""New York Cheese Cake""Tiramisu"หาเวลาว่างไปพักกายพักใจ ตามรอยเปรี้ยวปากกันนะคะ

  • ต้องมนตร์เสน่ห์ไทยโบราณที่ เดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก

    "เดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก" ตั้งอยู่ในย่านประวัติศาสตร์ บางขุนพรหม พระนคร บรรยากาศร่มรื่นไปด้วยหลากหลายพันธุ์ไม้และเรือนเก่าแก่ เหมาะแก่การพักผ่อนสุดๆ ห้องพักของที่นี่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน ตกแต่งด้วยงานศิลปทั้งไทยเดิมและร่วมสมัย สิ่งก่อสร้างต่างๆก็คงวิถีดั้งเดิมสมัยรัชการที่ 6 เอาไว้ สวยงามคลาสสิคจริงๆที่นี่ยังมีสวนผักออแกนิค ให้ผู้มาพักเข้ามาเก็บผักแล้วนำไปปรุงอาหารได้อีกด้วย ถือเป็นกิจกรรมสนุกๆที่สามารถชวนเด็กๆมาทำร่วมกันได้ น่ารักมากๆเลย อาหารของที่นี่ก็ไม่ธรรมดา เพราะอาหารทุกอย่างเป็นแบบไทยชาววังตั้งแต่ต้นสมัยรัชกาลที่ 6 มีความปราณีตและหลายเมนูหาทานได้ยากแล้วในปัจจุบัน"ยำทวาย" น้ำยำใช้กะทิสดและเครื่องแกงที่โขลกเองผัดจนแตกมัน"ม้าฮ่อ" ใช้สับปะรด ไส้จะคล้ายๆกับสาคู ถือเป็นเมนูที่หาทานได้ยากแล้วในปัจจุบัน"หมี่กรอบ" ทานแล้วสดชื่นแน่นอนเพราะผสมผิวของสมซ่าด้วย"ขนมจีนซาวน้ำ" สูตรเด็ดอยู่ที่แจงลอน หรือลูกชิ้นปลากรายนั่นเอง"ส้มฉุน" นำผลไม้ตามฤดูกาลมาลอยแก้ว ความพิเศษจะอยู่ที่น้ำเชื่อมที่ใส่กลิ่นส้มฉุนลงไปด้วย ทานคู่กับหอมเจียว"ขนมเหนียว" วิธีการทานคือคลุกทุกอย่างเข้าด้วยกัน จะมีทั้งน้ำตาลโตนด น้ำตาลเกลืองาขาว และข้าวตังกรอบ

  • ไป Feel Good อิ่มอร่อยกลางทุ่งนาสวยๆที่ Brandnew Field Good

    หลายๆคนคงเคยเห็นบรรยากาศของร้าน "Brandnew Field Good" กันแล้วจากคลิปงานแต่งสวยๆของ "เป๊ก เปรมณัช" และ "นิว นภัสสร" สถานที่จัดงานแต่งก็ไม่ธรรมดา เนรมิตทุ่งนาจนกลายเป็นงานแต่งสวยๆ หลังจากนั้นจึงเปิดเป็นร้านอาหารบรรกาศดีที่ให้ความรู้สึก Feel Good สมชื่อแค่ทางเดินเข้าร้านก็สวยจนต้องขอยกกล้องมาถ่ายรูปรัวๆ จุดเด่นอยู่ที่ "สะพานไม้ไผ่" ที่ทอดยาวตั้งแต่ปากทางเข้าไปจนถึงตัวร้าน มีเสน่ห์สุดๆจนใครที่มาก็ต้องแวะถ่ายรูปเก็บไว้ เดินเข้ามาถึงในตัวร้านแล้วขอสั่งอาหารเหนือมาทานสักหน่อย เพราะอยากลองชิมอาหารเหนือแท้ๆสูตรคุณแม่ของสาวเหนืออย่างนิว นภัสสร"ขนมจีนน้ำเงี้ยว" สูตรแท้ๆจากคุณแม่ของนิว นภัสสร ยืนยันความอร่อยด้วยเครื่องแกงที่ตำเองกับมือ"แกงเห็ดถอบ" เห็ดถอบมีเฉพาะฤดูฝน ปรุงตามแบบฉบับพื้นเมืองเหนือแท้ๆ ลำแต๊ๆ "ไก่ต้มขมิ้นใบโหระพา" ใช้เนื้อไก่ส่วนสะโพก เนื้อนุ่มกำลังดี รสชาติเปรี้ยวๆ ทั้งเผ็ดทั้งแซ่บ"ซาโยเต้ไก่กรอบ""ผัดไทยกลางทุ่ง""ผัดผักกูดใส่จิ้นส้ม""ข้าวเหนียวมะม่วง"ที่นี่ไม่ได้มีแค่ร้านอาหาร แต่ยังมีที่พักสวยๆอย่าง "บ้านไก่โห่" ไก่โห่สมชื่อจริงๆ เพราะมีไก่เดินต๊อกแต๊กกันทั้งวัน แต่ก็ส่งเสียงกันน่ารักๆตามประสาไก่ ใครอยากไปสโลว์ไลฟ์พักจิตใจให้สงบที่นี่ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีเลยทีเดียว

  • ย้อนรอยออเจ้า เที่ยววัดไทยในอยุธยา: วัดมหาธาตุ l วัดไชยวัฒนาราม

    เปรี้ยวปากพามาย้อนรอยออเจ้าเที่ยววัดที่ "อยุธยาเมืองมรดกโลก" มาเริ่มชื่นชมความงดงามของวัดวาอารามกันที่ "วัดมหาธาตุ" ในสมัยที่อยุธยาเจริญรุ่งเรืองได้เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุและเป็นศูนย์กลางทางศาสนาในยุคนั้นวัดมหาธาตุยังเป็น "วัดที่มีเศียรพระพุทธรูปในต้นไม้" คาดว่าเศียรพระพุทธรูปเป็นศิลปะในสมัยอยุธยาที่ตกลงมาในสมัยที่เสียกรุงหลังจากนั้นก็มีรากไม้เข้ามาปกคลุมเกิดเป็นความงดงามของสถาปัตยกรรมโบราณและธรรมชาติ แม้จะถูกทำลายไปในช่วงเสียกรุงครั้งที่ 2 แต่ยังคงความงดงามไว้ไม่มีเปลี่ยนแปลง และภายในวัดยังมี "เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม" เป็นเจดีย์ลดหลั่นกัน 4 ชั้น 8 เหลี่ยม ชั้นบนสุดประดิษฐานปรางค์ขนาดเล็ก ซึ่งมีเพียงองค์เดียวเท่านั้นในอยุธยามาชื่นชมความงดงามของวัดกันต่อที่ "วัดไชยวัฒนาราม" เป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องบุพเพสันนิวาสใส่ชุดไทยถ่ายรูปสวยๆ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดวัดไชยวัฒนาราม ถือเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองสร้างขึ้นสมัยพระเจ้าปราสาททองเพื่ออุทิศผลบุญให้กับพระราชมารดา รวมถึงเป็นการแสดงชัยชนะที่มีเหนือนครละแวก

  • 3 เฮง ข้าวผัดปูไฟลุก

    "3 เฮง ข้าวผัดปู"  ร้านอร่อยย่านพัฒนาการที่เปิดโดย 3 หนุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยที่ 2 หนุ่มนั้นจบทางด้านอาหาร ส่วนอีกหนึ่งหนุ่มจบด้านบริหารแค่ชื่อร้านก็เป็นข้าวผัดปูแน่นอนว่าทีเด็ดต้องอยู่ที่ "ข้าวผัดปู" ทางร้านพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกข้าว การคุมไฟเพื่อให้ได้ข้าวที่หอมกลิ่นกระทะนิดๆ เนื้อปูนี่ก็ยังได้กันเป็นก้อนๆ ที่สำคัญมาในราคาเพียง 45 บาทเท่านั้น!!!อีกหนึ่งเมนูเด็ดที่ไม่แพ้ข้าวผัดปูนั่นก็คือ "กระเพาะปลา" (50 บาท) ใช้ซอสสูตรพิเศษในการปรุง ทำสดใหม่ที่ละชาม"ผัดหมี่ฮ่องกง" (50 บาท) ผัดหมี่กับซอสสูตรพิเศษของทางร้าน ใช้ไฟแรงในการผัดให้หมี่นั้นแห้งโดยที่ไม่ต้องใช้น้ำมัน เพราะฉะนั้นผัดหมี่ของทางร้านจะอร่อยโดยที่ไม่มันมากแต่ละจานราคาน่ารักซะจริงๆ จัดไปหลายจานขนาดนี้ รับรองว่าอิ่มกันได้ในราคาสบายกระเป๋าแน่นอน!

  • ร้านคลังสวน อาหารใต้หรอยอย่างแรง

    มาหรอยอย่างแรงกับอาหารใต้สูตรเด็ดส่งตรงจาก อ.หลังสวน จ.ชุมพร ที่ "ร้านคลังสวน" ทั้งการตกแต่งร้านและรสชาติอาหารที่ผสมผสานความเป็นปักษ์ใต้และโมเดิร์นเอาไว้ได้อย่างลงตัว แต่รับรองว่ารสชาติอาหารไม่ทิ้งความแซ่บของอาหารใต้แน่นอน"เมี่ยงปลากระเบน" คนใต้นิยมทานกันกับใบชะพลู"สะตอข้าวผัดกะปิกุ้ง" ใช้สะตอข้าวที่เม็ดเล็กและมันกว่าสะตอทั่วไปมาผัดกับกะปิหอมๆ"แกงส้มปลาอินทรี" (แกงเหลือง) ปลาอินทรีส่งตรงมาจากอ่าวไทย เนื้อเนียนสวยน่าทาน"คั่วกลิ้งหมูสับ" ทางร้านจะคั่วพริกแกงบนเตาถ่านให้หอมเครื่องแกง"ผัดเนื้อคลังสวน" เนื้อจะนุ่มและช่ำมากเพราะทางร้านเอาเนื้อไปเคี่ยวนานหลายชั่วโมงกว่าจะนำมาผัด"ข้าวยำสมุนไพร" เมนูพิเศษทำเฉพาะเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น!!! 

  • โอชาม ข้าวต้มแห้งสูตรโบราณที่ควรไปลอง

    "ร้านโอชาม ข้าวต้มแห้งเอกมัย" ร้านข้าวต้มแห้งสูตรโบราณที่ตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นจนกลายมาเป็นร้านอาหารสุดฮิต ทุกชามราดด้วยซอสสูตรเข้มข้นจากหมูบะเต็ง โปะด้วยเครื่องแน่นๆทั้งซีฟู้ด หมูบะเต็ง หมูสับ หมูสันใน เสิร์ฟพร้อมซุปอีกคนละถ้วยกับน้ำจิ้มซีฟู้ดและเต้าเจี้ยวเพิ่มความแซ่บ"ข้าวต้มแห้งทะเล""ข้าวต้มแห้งปลาเก๋า" จัดมาชิ้นใหญ่ สด ไม่คาว"ข้าวต้มแห้งหมูเครื่องใน""ปอเปี๊ยะไส้เผือก"

  • เฮือนกาฬสินธุ์ อาหารอีสานแซ่บหลาย

    "เฮือนกาฬสินธุ์-สวนดอนธรรม" เป็นรีสอร์ทกลางท้องทุ่งในบรรยากาศหมู่บ้านอีสาน สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของความเป็นอีสานได้อย่างชัดเจนจากสไตล์การตกแต่งร้าน และยังมี "สวนอาหารเฮือนดวงจำปา" ที่มีอาหารขึ้นชื่อทุกอย่างในกาฬสินธุ์ ร้านอาหารบรรยากาศดี ล้อมรอบด้วยต้นไม้ มานั่งรับลมเย็นๆ สูดอากาศบริสุทธิ์บนเรือนไทยพร้อมทานอาหารอร่อยๆในสไตล์อีสานแท้ๆ"กุ้งเผา" มันกุ้งเยิ้มๆ ทานคู่กับน้ำจิ้มแซ่บๆ เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน"ซุปหน่อไม้อีสาน" ปกติจะใส่เป็นข้าวคั่ว แต่ที่นี่จะใช้เป็นน้ำข้าวเหนียวหมัก เข้มข้น นัวแซ่บถึงรสอีสาน"ต้มปลาช่อนใส่ไข่มดแดงและผักติ้ว" เนื้อปลาช่อนชิ้นใหญ่ๆ แซ่บเต็มคำ แถมยังหอมเครื่องสมุนไพรมาก"ป่นปลาช่อน" คล้ายๆกับน้ำพริก ทานคู่กับผักได้เลย

  • ล่องเล สปาโคลน ชิมซีฟู้ดกลางอ่าว

    โดดขึ้นเรือตามเปรี้ยวปากไปเที่ยวแบบใกล้ชิดธรรมชาติ สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านชุมชนบ้านแหลม อ.ท่าศาลา กิจกรรมวันนี้มีทั้งล่องเรือ จิบกาแฟ ชิมอาหารท้องถิ่นบนเรือ ต่อด้วยปิ้งย่างซีฟู้ดสดๆกลางทะเล และห้ามพลาดกับ สปาโคลน กลางทะเล จากธรรมชาติ ทำแล้วผิวเนียน เด้งดึ๋งล่องเรือชมธรรมชาติ จิบกาแฟ ทานอาหารเช้าแบบท้องถิ่นบนเรืออย่าง "ข้าวมันแกงห่อใบตอง" ล้างปากด้วยของหวาน "ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง" ไปจับซีฟู้ดกลางทะเลแล้วย่างกินกันสดๆบนเรือ ด้วยความสด เนื้อจะเด้ง หวาน อร่อย ยิ่งกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด รับรองว่าแซ่บแวะเก็บ "ใบโกงกาง" จะเอาไปลวกกะทิหรือชุบแป้งทอดก็อร่อยและแล้วก็มาถึงไฮไลท์เด็ด "สปาโคลนบำรุงผิวจากธรรมชาติ" โคลนเนื้อนิ่มละเอียด ช่วยผลัดเซลล์ผิวหนังกำพร้าให้ผิวเนียนนุ่ม ถือเป็นการบำบัดจากธรรมชาติ

  • ชุมชนบ้านแหลม ที่เดียวจบครบ ช้อป ชิม ชิล

    ตามเปรี้ยวปากมาสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน "ชุมชนบ้านแหลม" ชุมชนเล็กๆทางภาคใต้ที่มีวิถีชีวิตเรียบง่ายแต่ซ่อนอะไรไว้มากมาย ปั่นจักรยานเที่ยวชมรอบชุมชนและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆกับชาวบ้านทำให้เราได้ซึมซับวิถีชีวิตอันเรียบง่ายไม่ซับซ้อนและมีเอกลักษณ์ปั่นจักรยานชิวๆรอบหมู่บ้านแล้วแวะกิน "ขนมปะดา" ขนมพื้นเมืองภาคใต้ รูปร่างคล้ายโดนัท รสชาติหวานๆเผ็ดๆ นิยมทานคู่กับกาแฟชิมขนมพื้นเมืองไปแล้วต้องต่อด้วย "น้ำมัลเบอร์รี่ปั่น" เพื่อเพิ่มความสดชื่น รสชาติหวานอมเปรี้ยว ยิ่งดื่มตอนอากาศร้อนๆ รับรองสดชื่นปั่นจักรยานต่อมาอีกสักหน่อย มาแวะซื้อเครื่องแกงจากฝีมือชาวบ้านทั้งเครื่องแกงส้มใต้, เครื่องแกงกะทิ และอีกหลากหลายเครื่องแกง ผลิตภัณฑ์จากกลุ่มพริกแกงมุสลิมะฮ์ ที่ตั้ง: ชุมชนบ้านแหลม อ.ท่าศาลา โทร: 08-9594-0688มาลองทำ "แกงส้มปลากระบอกยอดมะพร้าวใส่มะม่วงเบา" จากเครื่องแกงของกลุ่มพริกแกงมุสลิมะฮ์ แวะพักทานอาหารพื้นเมืองและซีฟู้ดสดๆกัน ด้วยความสดใหม่ของซีฟู้ด เนื้อจะแน่น หวาน อร่อย จิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดสักนิด แซ่บแน่นอน"ใบโกงกางชุบแป้งทอด""ผัดสะตอใส่กุ้ง""แกงส้มปลากระบอกยอดมะพร้าวใส่มะม่วงเบา"อิ่มท้องเรียบร้อยมาซื้อผลิตภัณฑ์จากฝีมือชาวบ้านกันต่อ เริ่มด้วยชาวบ้านจากกลุ่มผลิตภัณฑ์หางอวนที่ใช้ทักษะการสานอวนมาทำเป็นหมวก กระเป๋า เพื่อสร้างรายได้ และยังมีเสื้อผ้า สบู่โคลน ให้ช้อปอีกมากมาย ผลิตภัณฑ์จากกลุ่ม ผลิตภัณฑ์หางอวน ที่ตั้ง: ชุมชนบ้านแหลม อ.ท่าศาลา โทร: 08-6593-5157

  • ร่วมสัมผัสวิถีชีวิตชาวผู้ไทย หมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทยบ้านโคกโก่ง

    เดินทางไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวผู้ไทยที่ "หมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทยบ้านโคกโก่ง จ.กาฬสินธุ์" เข้าร่วมประเพณีและกิจกรรมอันหลากหลายกับชาวบ้านทั้งนั่งรถอีแต๊กชมท้องทุ่งนา , เข้าร่วมประเพณีบายศรีสู่ขวัญ , ชมการแสดงพื้นบ้านจากกลุ่มเยาวชน , เรียนรู้วิถีชีวิตผ่านกิจกรรมภายในหมู่บ้าน แล้วทุกคนจะหลงรักวิถีชีวิตชาวบ้านโคกโก่งเริ่มต้นด้วยกิจกรรมเรียกขวัญกำลังใจของผู้มาเยือน ผ่านประเพณีบายศรีสู่ขวัญโดยผู้เฒ่าประจำหมู่บ้านมาถึง "หมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทยโคกโก่ง" ทั้งทีต้องมาลองแต่งชุดของชาวผู้ไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นุ่งผ้าซิ่น ผ้าแดงโผกหัว ห่มสไบเฉียง จากฝีมือกลุ่มเย็บจักรปักมือก่อนจะเริ่มไปทำอาหารต้องมาหาวัตถุดิบกันก่อน เริ่มจากแหย่ไข่มดแดง และ จับปูนา ด้วยตัวเองมาขอเป็นลูกมือทำอาหารท้องถิ่นกับพ่อๆแม่ๆชาวผู้ไทยโดยใช้วัตถุดิบที่หามาได้เปิบกับข้าวเหนียว รับรองแซ่บหลาย"แกงไก่ใส่หวาย" "ก้อยไข่มดส้ม""แกงผักหวานใส่ไข่มดส้ม" "ป่นกะปู๋"

  • ขนมฉัน คาเฟ่ขนมไทยสุดเก๋บนดาดฟ้ากลางกรุง

    ถ้าพูดถึงคาเฟ่หลายๆคนคงนึกถึงเบเกอรี่และขนมปัง แต่ขนมไทยก็อร่อยไม่แพ้กันจนมีคาเฟ่ขนมไทยสุดชิคย่านบางลำพูอย่าง "ขนมฉัน" ที่นำเสนอขนมไทยได้อย่างแตกต่างและน่าสนใจแค่ก้าวเท้าเข้ามาภายในร้านก็รู้สึกถึงความเป็นไทยของร้านที่เป็นบรรยากาศของบ้านเรือนไทย เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งภายในร้านเป็นสไตล์ไทยทั้งหมด กลิ่นอายภายในร้านจะเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆของขนมไทย และยังมีอีกหนึ่งมุมฮิตที่ต้องมาถ่ายรูปคือส่วนของดาดฟ้าที่จะเห็นวิวเมืองเก่าย่านบางลำพูคาเฟ่นี้เน้นเสิร์ฟความหลากหลายของขนมไทยแบบต้นตำรับที่ "คุณบิ๊ว ณัฐพล แสนจินดา" เจ้าของร้าน "ขนมฉัน" ได้นำสูตรขนมไทยมาจากคุณแม่ เจ้าของร้านขนมไทยชื่อดังแห่งดิโอลด์สยามมาปรับให้ร่วมสมัยเข้ากับคนรุ่นใหม่มากขึ้น เมนูของทางร้านจะทำวันต่อวันและไม่ใส่วัตถุกันเสีย"ครองแครงน้ำกะทิ""ไอศกรีมขนมไข่ทองม้วนกรอบ" ทานทุกอย่างรวมกันแล้วรู้สึกสดชื่น "ขนมครกชาววัง" แป้งกรอบ มี 7 ไส้ "ทองม้วนสด" แป้งเหนียมนุ่ม รสชาติหวานหอมทางร้านไม่ได้มีเพียงเมนูขนมหวานแต่ยังมีอาหารคาวให้เลือกทานอีกด้วย ใครอยากชมวิวดาดฟ้ารับลมเย็นๆย่านบางลำพูมาได้ที่ร้าน "ขนมฉัน" ชั้น 5 ตึกชนะการแพทย์

  • ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ อร่อยไปกับสารพัดเมนูเห็ด

    "ร้านฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ" อร่อยไปกับสารพัดเมนูเห็ด มานั่งทานกันเพลินๆท่ามกลางวิวทุ่งนาสีเขียวขจี แถมอากาศก็ดี มีต้นไม้น้อยใหญ่เต็มไปหมด ได้บรรยากาศร่มรื่น สูดอากาศสดชื่นกันได้แบบเต็มปอดเลยทีเดียวแต่ก่อนที่ร้านเป็นฟาร์มเห็ดตอนนี้มีร้านอาหารเพิ่มเข้ามาจึงนำเอาเห็ดที่ปลูกมาทำหลากหลายเมนูเห็ดที่อร่อยและยังได้สุขภาพให้เราได้ทานกัน แต่ละเมนูบอกเลยว่าอร่อยเด็ดสุดๆ ราคาก็ไม่แพง ผงชูรสก็ไม่ใส่"พิซซ่าเห็ด" เมนูเด็ดของทางร้าน พิซซ่าแป้งบาง มีทั้งเห็ดเข็มทอง เห็ดหอม ใส่ด้วยชีสเยิ้มๆ"ยำเห็ดน้ำปู๋ หรือยำหน่อไม้" แต่ร้านจะใช้เห็ดแทนหน่อไม้ และทีเด็ดอยู่ที่น้ำปู๋หรือน้ำปู นั่นเอง"ไข่ป่ามเห็ด" คล้ายๆกับไข่เจียวแต่ย่างใส่ใบตองแทนการทอด จะมีกลิ่นหอม"แกงเห็ดใส่ใบย่านาง""ไส้อั่วเห็ด"นอกจากอาหารอร่อยๆแล้วยังมีวิวสวยๆให้เช็คอินและถ่ายรูปกันด้วย โดยเฉพาะเจ้า ชิงช้าไม้ กับ วิวทุ่งนา ที่ยังไงก็ควรถ่ายรูปเก็บไว้ในอัลบั้ม

  • ตื่นตาไปกับประวัติอันยาวนานของภาพยนตร์ที่หอภาพยนตร์

    หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ที่ศาลายา เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ที่เก็บรักษาดูแลสิ่งของที่เกี่ยวกับฟิล์มภาพยนตร์ไทยเก่าๆตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภายในหอภาพยนตร์มีจัดแสดงเมืองจำลอง ชื่อว่า "เมืองมายา" เป็นนิทรรศการกลางแจ้งที่รวมสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยและโลกเอาไว้ ทั้งมงคลบริษัท สถานีรถไฟศินิมา ร้านถ้ำมอง คิเนโตสโคป กร็องด์ คาเฟ่ เป็นต้น"มงคลบริษัท" อาคารไม้สีแดง เป็นที่ติดต่อสอบถามข้อมูล ลงทะเบียนเข้าเยี่ยมชมสถานที่ และ ขายสินค้าที่ระลึก จำลองอุปกรณ์การถ่ายหนัง"โรงถ่ายภาพยนตร์เสียงศรีกรุง" อาคารสีเหลืองขนาดใหญ่ ด้านหน้ามีรูปหล่อจำลอง พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ หรือ พระบิดาแห่งภาพยนต์สยาม โรงถ่ายภาพยนตร์เสียงกรุงศรีเป็นกิจการแห่งเดียวที่สร้าง "หนังพูด" อัดเสียงลงฟิล์มขณะถ่ายทำพร้อมกัน ของ มานิต วสุวัต เจ้าของโรงถ่ายภาพยนตร์มาตรฐานสากลแห่งแรกของไทย ซึ่งได้ฉายา "ฮอลลีวู้ดเมืองไทย""สถานีรถไฟศินิม่า" เป็นการจำลองความเกี่ยวข้องของภาพยนตร์ไทยกับการรถไฟในอดีต ด้วยหัวจักรไอน้ำ โมกุล ซี 56 หมายเลข 738 ซึ่งเป็นหนึ่งใน หัวรถไฟที่ผลิตจากญี่ปุ่น เพื่อนำมาใช้ในสมัยสงครามโลกในไทยเวลาเปิด-ปิดโซนเมืองมายา โซนเมืองมายา และพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย เปิดให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่ 10.00-17.00 น. อีกจุดน่าสนใจคือ "โรงหนังตู้" หรือ "หนังถ้ำมอง" หนังสั้นที่ในอดีตได้รับความนิยมจนต้องต่อคิวดู และยังเป็นต้นแบบของภาพยนตร์ในโลกอีกด้วยเวลาเปิด-ปิดโซนต่างๆของหอภาพยนตร์ห้องสมุด วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00-17.00 น. พิพิธภัณฑ์ วันเสาร์ - อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์ วันละ 3 รอบ เวลา 10.00 น. 13.00 น. และ 15.00 น. โรงภาพยนตร์ วันจันทร์ - ศุกร์เวลา 17.30 น. วันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 13.00 น. 15.00 น. และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 13.00 น. 

  • ขนมโบราณตำรับชาววัง ขนมแป้งสิบ คุณกบ

    ขนมแป้งสิบหรือปั้นขลิบ จากร้าน "ขนมแป้งสิบคุณกบ" ขนมไทยตำรับชาววัง สูตรดั้งเดิมจากห้องเครื่องสมัย ร.5 สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนเกือบ 100 ปีแล้ว ทั้งรสชาติ ความละเมียดละไมในการทำ เรียกว่าเป็นตำรับจากชาววังจริงๆ ขนมแป้งสิบเป็นขนมโบราณที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน ใครที่ยังไม่เคยลองต้องไปลิ้มลองกันสักครั้งในชีวิตแล้วละ มีทั้งไส้ปลา ไส้ไก่ และขนมไทยโบราณอีกหลายอย่าง เมนูเด็ด "ขนมแป้งสิบนึ่ง" (ร้อยละ 600 บาท)"ขนมแป้งสิบทอด" (ร้อยละ 600 บาท)"ขนมปังหน้าหมู" (ร้อยละ 500 บาท)"ปอเปี๊ยะทอด" (ร้อยละ 700 บาท)"ข้าวตังหน้าตั้ง" (โลละ 600 บาท)"สาคู" (ร้อยละ 500 บาท)"ถุงทอง" (ร้อยละ 700 บาท)"วุ้นกะทิ" (ร้อยละ 300 บาท)"เมี่ยงลาว" (ร้อยละ 600 บาท)

  • ทานอาหารไทยโบราณระดับมิชลินสตาร์ Chim by Siam Wisdom

    "Chim by Siam Wisdom" อาหารไทยมิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว โดยฝีมือของ “เชฟหนุ่ม ธนินธร” ที่จะพาทุกคนดื่มด่ำไปกับอาหารไทยโบราณด้วยวัตถุดิบที่สดใหม่ และพิเศษเฉพาะเดือนพฤศจิกายนนี้จะเป็นเมนูสไตล์ไทยอีสานซึ่งวัตถุดิบหลักคือ ไก่เบญจา เป็นไก่ที่เลี้ยงด้วยข้าวกล้อง เนื้อจะนุ่ม ชุ่มฉ่ำ และหอมกว่าไก่ทั่วไป ร้านเป็นบ้านทรงไทยที่ถูกดัดแปลงมาเป็นร้านอาหาร ทั้งงดงามและคงกลิ่นอายความเป็นไทยไว้ได้อย่างลงตัว และเข้ากันได้ดีกับอาหารไทยโบราณที่จะมาเสิร์ฟนี้อีกด้วยเมนูเด็ด "กุ้งโสร่ง" กุ้งพันหมี่ทอดกรอบ "สะโพกไก่เบญจารมควันกับน้ำจิ้มแจ่วสไตล์อีสาน" นำเนื้อน่องติดสะโพกมาย่างและรมควันด้วยฟางทานคู่กับน้ำจิ้มแจ่ว "ไก่เบญจาต้มกะทิกับใบมะขามอ่อนและไข่มดแดงนอกฤดู" ความเปรี้ยวได้จากใบมะขามและความมันจากไข่มดแดง "ไก่ม้วนเบญจาแช่เหล้าโรง" นำไก่ส่วนน่องติดสะโพกไปหมักแช่เหล้าโรงข้ามคืนแล้วนำไปซูวีให้สุก "ต้มยำปลาช่อนโบราณ (ร.ศ.109)" สูตรจากรัชกาลที่ 2 ที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน

  • BATT Tempura เทมปุระสไตล์ฮิปๆใช้วัตถุดิบไทยแท้ 100%

    ตลาดน้อย ย่านฮิปๆที่มีร้านเก๋ๆอย่าง "BATT Tempura" แค่เข้าไปภายในร้านก็ตื่นตาไปกับการตกแต่งร้านแนวสตรีทด้วยไฟนีออนเท่ๆ และยังเสิร์ฟเมนูเทมปุระแป้งบางกรอบที่เลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลจากชาวประมงในประเทศไทยนี่เอง! มาดูกันดีกว่าว่ามีเมนูเทมปุระอะไรบ้าง"BATT Tempura Set" ประกอบด้วยผัก 4 อย่าง กุ้งและปลา ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล "กั้ง Tendon" เมนูที่ไม่ค่อยได้เห็นกันนักแต่รสชาติดี เนื้อแน่น อร่อยเชียวละ! "ปลาปากแตรเทมปุระ" เนื้อมีความใกล้เคียงกับปลาไหล "ปลากะพงแดง"

  • ICONSIAM แลนด์มาร์คแห่งใหม่สุดอลังการ!

    New Destination แห่งใหม่สุดอลังการที่ทั้งฮอตและร้อนแรงแบบที่ใครไม่มาเช็คอินถือว่าพลาดกับ ICONSIAM แลนด์มาร์คแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะมาเดินช้อปปิ้ง ชมนิทรรศการ หรือหาร้านอร่อยๆทานก็เดินกันได้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ และที่สำคัญรับรองว่าถ่ายรูปสวยทุกมุมแน่นอนมาเริ่มกันด้วยบริเวณหน้าห้างริมน้ำที่เป็นจุดชมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยสุดๆ ถือเป็นจุดที่หลายๆคนต้องแวะถ่ายรูปเช็คอินกันก่อนเข้าห้างและบริเวณริมน้ำยังมี "พิพิธภัณฑ์ลอยน้ำแห่งแรกของไทย" หรือ "เรือศรีมหาสมุทร" เทียบท่าอยู่หน้า ICONSIAM อีกด้วย ภายในพิพิธภัณฑ์จะบอกเล่าพระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระ 250 ปี แห่งการสถาปนากรุงธนบุรีภายใน ICONSIAM แบ่งออกเป็นโซนต่างๆให้เลือกสรร เริ่มด้วย "โซนTheVeranda" ชั้น G ICONSIAM โซนที่รวมหลากร้านอาหารน่าสนใจมากมาย"ร้านจัมโบ้ ซีฟู้ดส์" ชื่อดังระดับตำนานเปิดมากกว่า 31 ปีแล้ว มีถึง 15 สาขาทั่วเอเชีย และที่ ICONSIAM เป็นสาขาน้องใหม่ล่าสุดส่งตรงมาให้ทุกคนได้ลิ้มลองแบบไม่ต้องไปต่อแถวยาวเหยียดถึงสิงคโปร์ ที่สำคัญน้ำจิ้มรสเด็ดในตำนาน Import มาจากสิงคโปร์ครบทั้ง 12 สูตรอีกด้วยร้าน Jumbo Seafood ชั้น G , Zone ICONLUXE เปิดทุกวันตั้งแต่ 10:00 - 22:00 น. โทร. 099-110-5888 "AWARD-WINNING CHILLI CRAB" เมนูซิกเนเจอร์ ปูยักษ์ใหญ่อลังการ ส่งตรงจากเคนยา เนื้อปูสดและแน่นมาก "STIR FRIED WITH PAPPER AND SPICED SALT DUNGENESS CRAB" ปูยักษ์ผัดซอสพริกเกลือ"SIGNATURE BLACK PEPPER ALASKAN CRAB" ปูอลาสก้าส่งตรงจากรัสเซียผัดซอสพริกไทยดำ"STIR FRIED WITH GOLDEN SALTED EGG CRAB" ปูอลาสก้าผัดซอสไข่เค็ม ร้าน WHITE PLATE BY LOBSTER AND MORE โซนThe Veranda ชั้น G ICONSIAM โทร. 09-5724-7980"โซนสุขสยาม" โซนยอดฮิต เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของ ICONSIAM ที่รวบรวมของอร่อยกว่า 77 จังหวัดมาไว้ในที่เดียว ภายในจะแบ่งออกเป็น 4 โซนตามภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคอีสาน และยังมีการจำลองแม่น้ำ มีเรือขายของกันจริงๆด้วย ได้ฟีลของตลาดน้ำสมจริงสุดๆ "ร้านกรุงสยาม" กุ้งแม่น้ำเผาตัวใหญ่ๆ ส่งตรงมาจากอยุธยาทั้งหอม มันเยิ้ม เนื้อแน่นเว่อ โซนสุขสยาม ชั้น G ICONSIAM ใครอยากจะมานั่งชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาในมุมสูงต้องมาที่ "โซนICONDiningRooms" เป็นโซนที่ร้านอาหารทุกร้านในโซนนี้จะมีโซนด้านนอกไว้ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบชิวๆ

  • เที่ยวสวนบัวอมรรัตน์ บัวยักษ์ยืนได้ ถ่ายรูปได้ ไม่ตกน้ำ!!!

    พิษณุโลกต้องห้ามพลาด จุดนี้มีความน่าตื่นเต้นสุดๆเพราะจะพามา "สวนบัวอมรรัตน์" หรือ สวนบัวยักษ์ ที่หลายๆคนเห็นในโซเชียลแล้วอยากไปลองยืนสักครั้งบัวยักษ์ ต้นกำเนิดในแถบประเทศแอฟริกาแต่ชื่อสายพันธุ์คือ "บัววิคตอเรีย" ภายในมีบัวยักษ์อยู่เต็มไปหมด สวยงามมากๆ มาถึงสวนบัวทั้งทีจะไม่ลองไปยืนบนบัวเดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง การไปยืนบนบัวยักษ์ไม่ใช่ลงไปเหยียบบนบัวได้เลยแต่จะต้องมีแผ่นไม้รองบนกึ่งกลางใบบัวเพื่อกระจายน้ำหนักและทรงตัว ใบบัวยักษ์ที่สมบูรณ์สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม!!!หากนักท่องเที่ยวสนใจเข้าชมสวนบัว มีค่าบำรุงสวนบัว คนละ 10 บาท หรือใครสนใจลงไปยืนถ่ายรูปบนบัวยักษ์ คนละ 100 บาท

  • ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาป้ากฐิน @พิษณุโลก

    เปรี้ยวปากพามาเช็คอินเจ้าตำรับก๋วยเตี๋ยวห้อยขาขนานแท้แห่งเมืองพิษณุโลกที่ "ก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ป้ากฐิน" ร้านเก่าแก่ระดับตำนานเปิดมากว่า 60 ปี "ก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ป้ากฐิน" ถือเป็นเจ้าแรกๆที่เป็นก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ช่วงแรกๆที่เปิดร้านขายอยู่ในแพแต่ทางร้านกลัวว่าลูกค้าจะตกไปในน้ำจึงสร้างที่กั้นขึ้นมา แม้ในปัจจุบันไม่ได้ขายอยู่ในแพแล้วแต่ยังคงกิมมิคห้อยขาเอาไว้ ทุกคนจึงเรียกว่า "ก๋วยเตี๋ยวห้อยขา" สูตรก๋วยเตี๋ยวก็ยังอร่อยเด็ดถึงเครื่องเหมือนเดิม"บะหมี่ต้มยำหมูแดงแห้ง""เส้นเล็กเย็นตาโฟ"

  • หมูทอดจิ้มแจ่ว เด็ดทั้งหมู แซ่บทั้งน้ำจิ้ม

    เดินตามกลิ่นหอมของหมูทอดมาแต่ไกลจนถึงร้าน "หมูทอดจิ้มแจ่ว" ของพ่อค้าแซ่บ บอย พิษณุ หมูทอดก็เด็ด น้ำจิ้มแซ่บๆมีให้เลือก 2 แบบ คือ น้ำจิ้มแจ่วแซ่บสะเดิด และ น้ำจิ้มแจ่วปลาร้าหอม ทานคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆคือฟินเมนูเด็ด"เนื้อทอด ""ซี่โครงหมูทอด หมักอย่างดี เนื้อนุ่มติดกระดูก ""หมูไร้มันทอดกระเทียม""หมูสามชั้นทอดน้ำปลา "

  • ทานข้าวแช่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา "บ้านรามัญ"

    เติมความสดชื่นกันด้วยข้าวแช่มอญ กันที่ "บ้านรามัญ" ร้านอาหารมอญพื้นบ้านติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาแถวปทุมธานีขับรถไม่เกิน 1 ชม. ก็ถึง ดื่มด่ำไปกับอาหารอร่อยๆและวิวแม่น้ำสวยๆ รับรองว่าฟินสุดๆเมนูเด็ด "ข้าวแช่มอญ" เมนูคู่หน้าร้อนที่หอมกลิ่นเตาถ่าน "แกงมะตาด" กะทิหอมมันกับเครื่องแกงรสเด็ด "แกงจืดกระเจี๊ยบ""ผัดเผ็ดไข่อ่อน ""น้ำพริกรามัญ" น้ำพริกปลาช่อนหอมปลาร้า

  • คอหมูพระราม5

    Top List ราชพฤกษ์ เปรี้ยวปากจะพาไปร้าน "คอหมูพระราม5" ใครไม่มาลองถือว่าพลาดเพราะมีเชฟมากฝีมืออย่าง "เชฟยีนต์ นกุล" เจ้าของร้านรังสรรค์สารพัดเมนูจากคอหมูย่าง ทางร้านใช้คางหมูหมักและย่างบนเตาจนหอมทานคู่กับน้ำจิ้มที่มีให้เลือกถึง 9 ชนิด และผักหลากหลายชนิดให้เลือกตักมาทานคู่กันเมนูเด็ด "ข้าวคอหมูย่าง ""ข้าวหมูชาชูซาเตี๊ยะ" ได้แรงบันดาลใจมาจากปลาทูซาเตี๊ยะแม่กลอง ตุ๋นหมูนานถึง 3-5 ชม. "แกงรัญจวนเวียงจันทน์ ""ไข่กบ นกปล่อย บัวลอย อ้ายตื้อ" ขนมหวานสุดครีเอทจากเชฟไข่กบ คือ เม็ดแมงลักนกปล่อย คือ ลอดช่องบัวลอย คือ ข้าวต่ออบควันเทียนอ้ายตื้อ คือ ข้าวเหนียวดำ"แคบหมู" ชื้นใหญ่ยักษ์อลังการ

  • ศรีชา เปิดตำนานโป๊ะแตกจากศรีราชากว่า 40 ปี

    จากตำนาน "โป๊ะแตก" ที่ถูกนายอำเภอในสมัยนั้นขอให้ทางร้านทำเมนูแปลกๆจนเกิดเป็นเมนูเด็ดของร้านศรีราชาซีฟู้ดที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จนเกิดเป็นเมนูใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบันนี้แม้ในปัจจุบันร้านศรีราชาซีฟู้ดจะปิดตัวลงไปแล้ว แต่เคล็ดลับความอร่อยนั้นถูกส่งต่อมาจนกลายเป็นร้าน "ศรี'ชา (Sri'Cha)" ที่นำเอาเมนูพื้นบ้านภาคตะวันออกสูตรเด็ดที่สืบทอดมายาวนานกว่า 40 ปี มาเปิดใจกลางเมืองให้ทุกคนได้ลิ้มลองกันร้านศรี'ชา (Sri'Cha) รีโนเวทบ้าน 2 ชั้นย่านใจกลางสาทรให้เหมือนบ้านพักตากอากาศเลียบชายทะเลเน้นโทนสีฟ้าและน้ำเงิน รอบๆร้านเป็นกระจกทำให้ร้านดูโปร่งโล่งสบายตาและยังมีการตกแต่งด้วยภาพเขียนแนวโมเดิร์นอีกด้วยมาเริ่มกันที่เมนูแรก "นางรมพิมรส" ทางร้านนำหอยนางรมสดๆ ลงไปคลุกเคล้ากับซอสศรีราชาทานคู่กับหอมเจียว กระถิน แล้วโปะลงบนขนมปังอบ ต่อด้วยเมนูต้นตำรับของทางร้าน "โป๊ะแตก" เป็นซุปใสอ่อนๆ ซดคล่องคอ "มัสยาลงสรง" หรือต้มยำปลากะพงรสจัดจ้านที่ใช้ความหอมของพริกแห้งบางช้าง"หอยสะอื้น" ใช้หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ผัดกับกระเทียม โหระพา ให้ได้ความเผ็ดร้อนแบบไทยๆ"หมูญวนทรงเครื่อง" ทางร้านนำหมูมาปรุงกับปลาสละเค็มแล้วนำไปทอด "น้ำพริกขี้กา"ใครอยากมาลองอาหารไทยอร่อยๆที่ร้าน "ศรี'ชา (Sri'Cha)" มากันได้ที่ สาทร ซอย 7 หรือจะมาทาง BTS ลงได้ที่สถานช่องนนทรี

  • ครัวครูหมู นั่งทานอาหารพื้นเมืองริมแม่น้ำระยอง

    "ครัวครูหมู" ร้านอาหารกึ่งพิพิธภัณฑ์เล็กๆติดริมแม่น้ำระยอง บรรยากาศสบายๆ ตกแต่งด้วยของเก่า โบราณมากมาย เพราะเป็นบ้านเก่าแก่ของเจ้าเมืองระยองท่านสุดท้าย สร้างไว้เมื่อปี พ.ศ.2475 อาหารก็เป็นแบบพื้นบ้านของจังหวัดระยอง หาทานที่ไหนไม่ได้ รสชาติเด็ดทุกเมนู "ผัดวุ้นเส้นโบราณ" รสชาติกลมกล่อมด้วยเครื่องแน่นๆ หมู หมึก กุ้ง และกระเทียมดอง "แกงระยอง" เป็นอาหารท้องถิ่นหาทานยากมาก ใช้แขนงสับปะรดมาแกงกับหมู รสชาติจะคล้ายแกงป่า "ไข่เจียวโบราณ" ใส่หอมแดง และพริกขี้หนู เน้นไข่เจียวตีฟูๆ กรอบๆ "ผัดพริกแกงปลาอินทรีย์""พล่าสามเกลอ"

  • บัวลอยปิญชาน์ ร้านบัวลอยโฮมเมดเจ้าเด็ดครองใจคนระยองมากกว่า 20 ปี

    "ร้านบัวลอยปิญชาน์" ร้านบัวลอยโฮมเมดสุดครีเอทจากระยองที่นำเอาวัตถุดิบต่างๆมารวมกันได้อย่างลงตัว ตัวบัวลอยทำมือใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นแครอท, ฟักทอง, มันม่วง, ใบเตย, และอัญชัน น้ำกะทิหอมเข้มข้นไม่หวานมากจนเกินไป มาในราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 20 บาทเท่านั้น ราคาเป็นมิตรสุดๆ จากความสดใหม่ของวัตถุดิบและความใส่ใจของเจ้าของร้านทำให้กลายเป็นร้านขนมขวัญใจของชาวระยองนั่นเอง!ทีเด็ดของทางร้านต้องเมนูนี้เลย "บัวลอยไส้ไข่เต่า " ไส้ด้านในคือ ถั่วกวนและเผือกกวน ทานแล้วจะมีความหนึบหนับ อร่อยมัน"บัวลอยทุเรียน" เมนูที่ทั้งหอม มัน ไม่เหมือนใคร"ไอศกรีมบัวลอยครองแครงกะทิสด" ตัวไอศกรีมจะมีความเย็นพอมาเจอกับความร้อนของบัวลอยก็เข้ากันได้อย่างลงตัว  นอกจากเมนูบัวลอยแล้วทางร้านยังทำขนมไทยอื่นๆอีกมากมายมาขาย ไม่ว่าจะเป็นขนมกล้วย มันม่วง ฟักทอง และถั่วแปบ เป็นต้น

  • หลานกลมกิ๊ก ร้านอาหารไทย-ซีฟู้ดแน่นๆแบบจัดเต็ม

    "หลานกลมกิ๊ก" ร้านอาหารไทย-ซีฟู้ดของคู่รักสาวเสียงหวาน เปา-เปาวลี และ หนุ่มเอิร์ธ-กานต์ กิจเจริญ ลูกชายซูโม่กิ๊ก ที่หลงรักในการทำอาหารจึงมาเปิดร้านร่วมกันอาหารส่วนใหญ่จะเน้นซีฟู้ดที่สดใหม่ เนื้อแน่น และสูตรลับความอร่อยของหนุ่มเอิร์ธที่คิดข้นขึ้นมาเอง อร่อยกลมกล่อม รสชาติจัดจ้านแบบไทยแท้ "กุ้งอบวุ้นเส้น" ใช้น้ำสต็อกสูตรพิเศษของหนุ่มเอิร์ธอบกับวุ้นเส้นจนได้ที่"ทอดมันหัวปลี" ใช้เฉพาะใจกลางของหัวปลีเอามาคลุกเครื่องเทศแล้วนำไปทอด ทั้งกรอบและหอมมาก "กลมกิ๊กกะเพราถาดไข่ข้น" ซีฟู้ดกะเพราถาดท็อปด้วยไข่ข้นนุ่มละมุนลิ้น"หมึกผัดผงกะหรี่" ปลาหมึกนุ่ม รสชาติเข้มข้นถึงเครื่อง"กุ้งแม่น้ำเผา Super Big" ทางร้านนำเข้ากุ้งมาจากอินเดีย ไซส์ใหญ่ ยักษ์ เนื้อเด้งตามมาอิ่มอร่อยกับซีฟู้ดแน่นๆได้ที่ร้าน "หลานกลมกิ๊ก" ถนนสุคนธสวัสดิ์ ติดโรงเรียนอนุบาลโชคชัย รอบเช้าเปิดตั้งแต่เวลา 11.00-14.30 น. รอบเย็นเปิดตั้งแต่เวลา 17.30-22.00 น.

  • ก.พานิช ข้าวเหนียวมะม่วงหวานฉ่ำ หอมกลิ่นกะทิ

    "ก.พานิช" ร้านข้าวเหนียวมะม่วงเจ้าดัง ทั้งหวาน มัน ฉ่ำน้ำกะทิ การันตีความอร่อยที่มีมาเกือบ 100 ปี! ด้วยสูตรลับของครอบครัวที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น โดยเฉพาะตัวข้าวเหนียวมูนที่สุกนุ่มพอดี รสชาติกลมกล่อม ทานกับมะม่วงเนื้อสุกกำลังดี ราดตามด้วยน้ำกระทิเพิ่มความชุ่มฉ่ำอิ่ม ฟิน กับข้าวเหนียวมะม่วงได้ที่ร้าน "ก.พานิช" ใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือ ถนนตะนาว เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 7.00-18.00 น. (ร้านปิดทุกวันอาทิตย์เฉพาะเดือนมิถุนายน-ธันวาคม) 

  • ร้านอาหารบ้านหมอมี อาหารไทยโบราณ ตำนานที่มีชีวิต

    เปรี้ยวปากขอพามาอร่อยแบบไทยๆกันที่ "ร้านอาหารบ้านหมอมี" ร้านอาหารไทยสูตรโบราณที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน หลายคนคงคุ้นเคยกับชื่อ 'น้ำยาอุทัยหมอมี' หรือ 'หมอมี' ทายาทผู้สืบทอดบ้านสุวรรณเวศม แม้เวลาจะผ่านมากว่าหนึ่งศตวรรษสถาปัตยกรรม และบรรยากาศของบ้านยังคงกลิ่นไอย้อนยุคเอาไว้ได้เป็นอย่างดีจาก 'บ้านสุวรรณเวศม' สู่ร้านอาหารบ้านหมอมี ภายในร้านไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหารเท่านั้นแต่ยังมีเรื่องราว ประวัติศาสตร์ ตำนานเชิงพิพิธภัณฑ์ของหมอมีอีกมากมาย สามารถเข้ามาสัมผัสถึงกลิ่นไอความเป็นไทยและร่วมร่ำลึกถึงห้วงอดีตกาลได้ที่บ้านหมอมี และที่ร้านอาหารบ้านหมอมียังมีอาหารไทยโบราณอีกมากมายให้ทุกคนได้มาชิมกัน "ข้าวแช่บ้านหมอมี" จัดเครื่องมาแน่นมาก ไม่ว่าจะเนื้อฝอย, หมูฝอย และปลาหวาน ที่สำคัญขายข้าวแช่ขายตลอดทั้งปีเลย!"หมี่กะทิ" พิเศษสุดคือตัวหมี่ผสมน้ำยาอุทัยเข้าไปด้วย "ปลากะพงทอดตะไคร้""แกงจีนจ๊วนไก่" รสชาติเปรี้ยวนิดๆ มีกะทิ คล้ายๆมัสมั่น"มะม่วงหาวมะนาวโห่ลอยแก้ว"

  • น๊อตโตะ ยำปากบาน ยำยั่วๆ แซ่บ เผ็ด นัวสุด

    ช่วงนี้ร้านยำแซ่บๆฮอตฮิตเหลือเกินในโลกโซเชียล เปรี้ยวปากเลยขอพาไปอัพเดทความแซ่บกันที่ร้าน "น๊อตโตะ ยำปากบาน" ยำยั่วๆ แซ่บ เผ็ด นัว ที่จังหวัดจันทบุรี แซ่บทั้งยำแซ่บทั้งแม่ค้ากันไปเลยมีเมนูหลากหลายให้เลือก น้ำยำที่ใช้ก็ต่างกันยำกันชามต่อชาม ของทะเลที่ใช้รับมาวันต่อวันขึ้นจากเรือก็มาส่งถึงร้านเลยรับรองว่าสดใหม่แน่นอน ความแซ่บไม่ต้องพูดถึงแค่เห็นก็น้ำลายสอกันแล้วละ แต่ถ้าใครอยากทานต้องรีบมารับบัตรคิวกันหน่อยเพราะแค่เปิดร้านแปบเดียวก็รับบัตรคิวกันไปหลายคิวแล้วละเมนูซิกเนเจอร์ของร้านต้อง "ยำปากบาน" ชามใหญ่ยักษ์ทานได้ถึง 4 คน! ใช้วัตถุดิบในร้านทั้งหมดมายำ ราคา 500 บาท"ยำปูไข่ดอง" ดองปูไข่กันวันต่อวัน ยำกับน้ำยำและน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บๆ "ยำหอยนางรม" น้ำยำจะใส่พริกเผาและผักกูด ทานคู่กับยอดกระถินและหอมเจียว"ยำสามไข่" ใช้ทั้งไข่ปู ไข่แมงดา และไข่ปลาริวกิว ตามมาทานยำแซ่บๆแบบนี้กันได้ที่ "ร้านน๊อตโตะ ยำปากบาน" ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. (หยุดทุกวันพุธ) / เปิดให้จองคิวเวลา 10.30 น. / โทร. 08-9561-7292

  • ร้านอาหารท่องนที อิ่มอร่อยกับเมนูพื้นบ้านเมืองจันท์

    มาถึงจันทบุรีทั้งทีต้องมาชิมเมนูพื้นเมืองที่ทำจากผลไม้ที่ "ร้านอาหารท่องนที" อิ่มอร่อยกับฝีมือแม่ครัวท้องถิ่น รสมือดั้งเดิม ในบรรยากาศสบายๆ ติดริมน้ำ และความพิเศษอยู่ที่เมนูพื้นเมืองที่ทำจากผลไม้ ทั้งอร่อยและกลมกล่อมเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ! "ร้านอาหารท่องนที" อยู่ใน "โอเอซิส ซีเวิลด์ จันทบุรี" ที่มีกิจกรรมสนุกๆสำหรับนักท่องเที่ยวมากมาย เช่น โลมาโชว์, ค่ายโลมา, เล่นน้ำกับโลมา, ถ้ำปลาการ์ตูน, สปาปลา, เรือปั่น เป็นต้นเมนูที่ร้านก็ไม่ธรรมดาเป็นเมนูท้องถิ่นเมืองจันท์ที่นำผลไม้มาผสมเข้ากับอาหาร และยังเข้ากับเมนูอาหารได้อย่างลงตัว"มันมั่นไก่ทุเรียน" เครื่องแกงสูตรรุ่นคุณยาย เคล็ดลับอยู่ที่เทคนิคการเลือกทุเรียนและเครื่องแกงที่ทำเองทุกขั้นตอน ทานแล้วหอมมันถึงเครื่องสุดๆ"ผัดเผ็ดเงาะ" ทั้งความเผ็ดร้อนของเครื่องแกงตัดด้วยความหวานฉ่ำๆของเงาะเข้ากันได้อย่างลงตัว "หมูชะมวง" เมนูท้องถิ่นประจำเมืองจันท์"น้ำพริกปูไข่" ใช้ปูทะเล คัดมาเน้นๆ สูตรจากรุ่นคุณยาย "ยำผักกูดกุ้งสด"ได้ทั้งชมโชว์โลมาและทานอาหารท้องถิ่นเมืองจันท์กันแบบเต็มอิ่ม ครบจบในที่เดียวแบบนี้ต้องมาที่ "โอเอซิส ซี เวิลด์" และ "ร้านอาหารท่องนที" อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี / เปิดตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. / โทร. 06-3196-2083

  • ราดหน้าตาโก๊ะ ราดหน้าเตาถ่านในตำนานของชุมแสง

    ดูกรงกรรมแล้วไปตามรอยของอร่อยๆกันที่ "ร้านราดหน้าตาโก๊ะ" ร้านในตำนานของตลาดชุมแสง จ.นครสววรค์ เปิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 อดีตใช้เตาถ่านในยังไงปัจจุบันก็ยังใช้อยู่ราดหน้าจึงกลิ่นหอมเตาถ่าน ทั้งน้ำซุปและหมูหมักก็มีสูตรเฉพาะทำให้น้ำซุปมีรสหวานกลมกล่อมและเนื้อหมูที่นุ่ม โดยเฉพาะลูกชิ้นปลากรายของขึ้นชื่อ จ.นครสวรรค์ ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวแบบนี้ทำให้ราดหน้าตาโก๊ะเป็นที่โด่งดังในตลาดชุมแสงมาอย่างยาวนาน"ราดหน้าเส้นใหญ่ลูกชิ้นปลาปราย" จัดเต็มทั้งลูกชิ้นปลากราย หมูหมัก หมูแดง เคล็ดลับอยู่ที่น้ำซุปและหมูหมักที่มีสูตรเฉพาะ"ผัดซีอิ๊วเส้นหมี่หมูหมัก"มาตามรอยกรงกรรมทานราดหน้าอร่อยๆหอมเตาถ่านได้ที่ "ร้านราดหน้าตาโก๊ะ" ถ.แสงรังษี อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ / เปิดตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น. / โทร. 0-5628-2880

  • แม่แกลบ ร้านอาหารจิ๋วแต่แจ๋วขวัญใจชาวชุมแสง

    ร้านอาหารเล็กๆในชุมแสงอย่างร้าน "แม่แกลบ" เป็นร้านอาหารพื้นบ้านขวัญใจชาวชุมแสงกับการปรุงรสอาหารไทยแท้แบบฉบับชาวนครสวรรค์ อำเภอชุมแสงอยู่ติดแม่น้ำน่านดังนั้นใครมาทานอาหารต้องห้ามพลาดกับเมนูปลาแม่น้ำที่ทั้งสดและใหม่ วัตถุดิบที่ร้านจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆไม่มีเมนูประจำ ใครจะมาทานสามารถสอบถามกับแม่ครัวได้ว่าวันนี้มีวัตถุดิบอะไร และสามารถขอคำแนะนำว่าจะสามารถทำเมนูอะไรได้บ้างMenu"ต้มยำปลาช่อนพุงไข่""ฉู่ฉี่ปลาแดง" "แกงป่าปลาน้ำเงิน" "ปลาปีกไก่ทอดกระเทียม" "ทอดมันปลากราย"

  • รสเสน่ห์ ร.ศ.155 ข้าวแกงไทยโบราณระดับเชฟมิชลินสตาร์

    ร้านข้าวราดแกงไทยโบราณกับตำนานความอร่อยแบบต้นตำรับที่ร้าน "รสเสน่ห์ ร.ศ.155"เมนูอาหารไทยแบบโบราณมักจะหาทานได้ยากในปัจจุบันแต่มีในร้านข้าวราดแกงอย่าง 'รสเสน่ห์ ร.ศ.155' ราคาก็ย่อมเยาว์ เริ่มต้นเพียง 49 บาทเท่านั้น เพราะทางร้านอยากให้ทุกคนได้ทานอาหารในราคาไม่แพง แม้ร้านรสเน่ห์จะเกิดจาการรวมตัวของเชฟทั้ง 3 คน คือ 'เชฟฮูโต๋' - ดูแลในส่วนของดีไซน์หน้าตาอาหารและเมนู 'เชฟป้อม' - อดีตเชฟร้านเสน่ห์จันทน์ ร้านอาหารมิชลินสตาร์ 1 ดาว ดูแลในส่วนของอาหารไทยโบราณ และ 'เชฟชิ้ง' - ดูแลอาหารไทยฟิวชั่น แต่ราคาอาหารก็แสนเป็นมิตรเมื่อถามถึงที่มาของชื่อร้าน 'เชฟชิ้ง' อธิบายว่า "อาหารไทยเป็นอาหารที่มีรสชาติมากที่สุดในโลกคือ 6 รสชาติ และ 'รสเสน่ห์' คือ รสชาติที่ 7 ที่อยากจะนำเสนอให้กับลูกค้า เป็นรสชาติอาหารที่มีเสน่ห์ในสไตล์ของเชฟทั้ง 3 ท่าน" การตกแต่งร้านก็ไม่ธรรมดา ออกแบบด้วยสีสันสดใสผสมกลิ่นอายย้อนยุคด้วยการใช้จานช้อนสังกะสี เมนูไทยโบราณ"พะโล้โบราณ" น้ำพะโล้หอมกลมกล่อมโดยใช้การปรุงแบบโบราณที่ใช้เพียงกระเทียม รากผักชี พริกไทยดำ และต้มกับน้ำตาลปี๊บให้หวาน "แกงรัญจวน" แกงโบราณ ตั้งแต่สมัย ร.5 รสชาติจัดจ้าน "ขาหมูคั่วพริกเกลือ" ขาหมูตุ๋นสมุนไพร นำไปทอดแล้วไปคั่วด้วยพริกและเกลือ ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด "แกงเผ็ดเป็ดย่างใส่ลิ้นจี่""แกงคั่วรสเสน่ห์คอหมูย่าง" เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน เป็นแกงมอญที่ใส่ขมิ้นมาตามรอยข้าวราดแกงไทยโบราณอย่างร้าน "รสเสน่ห์ ร.ศ.155" ได้ที่ซอยนาคนิวาส21 ถนนนาคนิวาส เปิดตั้งแต่เวลา 10.30-19.00 น. (หยุดวันจันทร์) โทร.09-7132-8575

  • ข้าวแกงบ้านผู้ใหญ่ลี ร้านในตำนาน โก๋หลังวังต้องกิน

    "ร้านข้าวแกงบ้านผู้ใหญ่ลี" ถือเป็นตำนานย่านวังบูรพาที่เปิดขายมากว่า 50 ปี หรือที่รู้จักในชื่อ "ข้าวแกงจิ๊กโก๋หลังวัง" ทีเด็ดจะอยู่ที่ผัดเผ็ดต่างๆซึ่งจะใช้พริกแกงทำเองทั้งหมด รสชาติจัดจ้าน และยังมีกับข้าวให้เลือกมากกว่า 20 อย่างในแต่ละวัน ขายดีกันตั้งแต่เช้าพอบ่ายๆก็ขายหมดซะแล้ว ใครอยากไปลองต้องรีบไปอุดหนุนกันแต่เช้าเลยเมนูขายดี"ผัดเผ็ดปลาดุก" เมนูขายดี ทำเสร็จปุ๊บก็ขายหมดอย่างรวดเร็ว "หอยลายผัดพริกเผา"มาย่านวังบูรพาอย่าลืมมาอุดหนุน "ร้านข้าวแกงบ้านผู้ใหญ่ลี" ซอยเจริญกรุง 6 ถนนเจริญกรุง เปิดตั้งแต่เวลา 06.00-15.00 น. (หยุดวันอาทิตย์) โทร.08-4044-1673

  • รสแกงใต้ by K.Asawin จัดจ้านถึงใจ

    ถ้าพูดถึงอาหารใต้ทุกคนคงนึกถึงเครื่องแกงหอมๆ วันนี้เปรี้ยวปากจะพาไปบุก "ร้านรสแกงใต้ by K.Asawin" ร้านข้าวแกงใต้ฝีมือคนสุราษฎร์ที่ตั้งอยู่ย่านสาทรใกล้วัดแขกให้คนกรุงได้มาทานอาหารใต้แบบถึงเครื่อง รสชาติจัดจ้าน ทุกเมนูวัตถุดิบหลักจะสั่งตรงมาจากทางใต้ และไม่ได้ขายเฉพาะข้าวแกงเท่านั้นยังมี 'ขนมจีนน้ำยาใต้' ขายอีกด้วยเมนูแนะนำ"แกงคั่วกระดูกหมู""แกงเหลืองปลากะพงยอดมะพร้าว""แกงคั่วเห็ดแครง" "หมูหวาน""ขนมจีนน้ำยาใต้"ตามมาทานอาหารใต้อร่อยๆ เครื่องแกงหอมๆ ได้ที่ "ร้านรสแกงใต้ by K.Asawin" ร้านตั้งอยู่ใกล้พระศรีมหาอุมาเทวี ถนนสีลม เปิดตั้งแต่เวลา 07.00-14.00 น. โทร.08-5813-3363

  • ร้านอาหารสีเขียว เมนูอีสานพื้นบ้านศรีสะเกษ

    "ร้านอาหารสีเขียว" ร้านอาหารอีสานรสมือคนศรีสะเกษแท้ๆ การันตีความอร่อยที่มีมายาวนานกว่า 30 ปี และวัตถุดิบที่ใช้ก็เป็นของท้องถิ่นดังนั้นแต่ในละฤดูกาลก็จะมีวัตถุดิบที่แตกต่างกันออกไปMenu"ป่นปลาทู" ทานคู่กับผักเครื่องเคียงท้องถิ่นอย่างผักเสี้ยนดอง ผักกูด และดอกอัญชัน"อุหน่อไม้" คล้ายกับแกงหน่อไม้แต่จะใส่ใบย่านาง "แกงเห็ดเผาะหน่อไม้สด" เห็ดเผาะจะมีเฉพาะบางช่วงเท่านั้น "ปลาช่อนทอดแจ่ว"ใครมาจังหวัดศรีสะเกษอย่าลืมมาทานอาหารท้องถิ่นฝีมือคนศรีสะเกษได้ที่ "ร้านอาหารสีเขียว" ตั้งอยู่ที่ ถ.มหาราช ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10:00-21:00 น. โทร.0-4561-1589

  • นายเฮงดีไก่ย่างไม้มะดัน ของดีแห่งห้วยทับทัน

    มาถึงศรีสะเกษต้องมาลิ้มลองเมนู "ไก่ย่างไม้มะดัน" จาก "ร้านนายเฮงดีไก่ย่างไม้มะดัน" ของดีแห่งห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ที่นำไม้มะดันสดๆมาปิ้งไก่ น้ำมันจากไม้มะดันจึงซึมเข้าเนื้อไก่ช่วยเพิ่มความหอมและรสชาติให้ดียิ่งขึ้น นอกจากไก่แล้วยังมีเมนูแซ่บๆอีกหลายอย่างMenu"ไก่ย่างไม้มะดัน ""ส้มตำปูปลาร้า ""ตำลาวกุ้งสด ""ลาบเป็ด""แกงเห็ดรวม"มาตามรอยความแซ่บกันได้ที่ "ร้านนายเฮงดีไก่ย่างไม้มะดัน" ต.เมืองเหนือ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษต.เมืองเหนือ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 8:00-18:00 น. (หยุดทุกวันที่ 25 ของเดือน) โทร.09-1229-9959

  • ก๋วยเตี๋ยวลุงหนั่น

    มื้อนี้เราจะขอพาไปอร่อยกับเมนูก๋วยเตี๋ยวแบบฟินๆ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวลุงหนั่น ร้านนี้เค้ามีทั้งก๋วยเตี๋ยวแบบน้ำข้นที่รสชาติเข้มข้นอร่อยถึงใจ และแบบน้ำตก(ใส่เลือด) จะสายเนื้อ หรือสายหมูก็ฟินได้เลยจ้าเส้นหมี่หมูน้ำตก (ราคา 60 บาท)ที่นี่เค้าจะมีเต้าหู้ยี้ให้เราทานกับก๋วยเตี๋ยวน้ำตกด้วยแหละ ใส่ไม่ต้องเยอะมาก ก็ได้ความหอมของเต้าหู้ยี้ เหมือนทานสุกี้น้ำตก อร่อยไปอีกแบบเลยละคะเส้นหมี่เนื้อน้ำข้น (ราคา 70 บาท)รวมเนื้อลวก (ราคา 60 บาท)บะหมี่เนื้อแห้ง (ราคา 70 บาท)

  • 100 มหาเศรษฐ์ อาหารอีสาน Fine Dining

    เปรี้ยวปากขอพาไปเปิดประสบการณ์ทานอาหารอีสานแนวใหม่ที่ "100 มหาเศรษฐ์" ร้านอาหารไทย-อีสานบนถนนมหาเศรษฐ์ลิ้มลองความแซ่บของอาหารอีสานในรูปแบบ Fine Dining ที่นักชิมทั้งหลายควรมาลองภายในร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้เรียบง่ายแต่มีกลิ่นอายความเป็นไทย และมีการนำวัตถุดิบมาวางตกแต่งเป็นกิมมิก ส่วนบริเวณครัวเป็นครัวเปิดสามารถมองเห็นการทำอาหารของเชฟได้ มีมุมตู้แช่โชว์ชิ้นส่วนของวัตถุดิบ เนื้อประเภทต่างๆทางร้านมีเมนูหลากหลายให้เลือก ปรุงรสชาติออกมาให้กลิ่นอายแบบอีสานดั้งเดิมแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเริ่มจานแรกด้วยเมนู "ไขกระดูกงาขี้ม่อน" ไขกระดูกวัวโรยด้วยเมล็ดงาขี้ม่อนคลุกน้ำยำ ด้วยความนุ่มของไขกระดูกมาเจอกับความกรอบของเมล็ดงาขี้ม่อนยิ่งเพิ่มรสชาติมากยิ่งขึ้นใครที่ชอบทานเนื้อต้องมาลอง "เนื้อเค็ม" ใช้เนื้อส่วนท้องไปหมักแล้วนำมาตากแห้งจึงนำไปทอด ทานคู่กับซอสหลนที่ใช้หนังควายเผาไฟมาต้มกะทิเพื่อความกลมกล่อม"แหนมซี่โครงหมู""เนื้อย่างริบอาย""ยำชี" ผักชี 3 อย่างมาปรุงกับน้ำยำ รสชาติจะคล้ายกับส้มตำไทย "ฮอทด็อกไส้อั่วรมควัน" บาแก๊ตต์ไส้อั่วนำไปรมควันกับไม้ลำไย ราดซอสน้ำพริกหนุ่ม มาลิ้มลองความแซ่บอาหารอีสานสไตล์ Fine Dining ได้ที่ร้าน "100 มหาเศรษฐ์" ถนนมหาเศรษฐ์ เขตเจริญกรุงวันจันทร์-วันศุกร์ เปิดตั้งแต่เวลา 17:00-23:00 น. / วันเสาร์-วันอาทิตย์ เปิดตั้งแต่เวลา 11:00-23:00 น. เบอร์โทร. 0-2235-0023

  • ตี๋บ้านนก ชิมรังนกแท้ ชมวิวเขามัทรีแบบเพลินๆ

    มาถึงชุมพรทั้งทีต้องแวะทานรังนกแท้ที่ร้าน "ตี๋บ้านนก" ที่ตั้งอยู่ในบริเวณจุดชมวิวเขามัทรี เรียกได้ว่าเป็นการทาน รังนกแปะก๊วย พร้อมชมวิวสวยๆในคราวเดียวกัน "จุดชมวิวเขามัทรี" จะมองเห็นชุมชนปากน้ำชุมพรที่เป็นหมู่บ้านชาวประมง หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับมุมนี้เพราะเป็นมุมยอดนิยมในโปสการ์ดของชุมพรนั่นเอง วิธีการทานรังนก คือ ให้ทานตอนท้องว่างและดื่มชาก่อนเพื่อล้างคอให้พร้อมในการรับรสชาติ เริ่มทานรังนกตามด้วยเครื่องเคียงแต่ละอย่างได้ตามชอบ การทานรังนกจะช่วยบำรุงปอดและทำให้รู้สึกสดชื่นรังนกของที่ร้านตี๋บ้านนกจะมีลักษณะเป็นเส้นๆ เพราะนกสายพันธุ์นี้บินวันละ 13 ชม. โดยไม่เกาะอะไรเลยทำให้มีความแข็งแรงมากนอกจากรังนกแล้วที่ร้านยังมีติ๋มซำอร่อยๆไว้ให้ทานอีกด้วยใครมาชุมพรอย่าลืมมาแวะเช็คอินกันที่ร้าน "ตี๋บ้านนก" จุดชมวิวเขามัทรี อ.เมืองชุมพร เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09:00-19:00 น. โทร.08-0522-4449

  • ร้านอาหารบ้านยายปวด ร้านอาหารพื้นเมืองชุมพร

    มาแวะชิมอาหารพื้นบ้านอร่อยๆที่ "ร้านอาหารบ้านยายปวด" เปิดมากว่า 20 ปี เจ้าของร้านก็คือแม่ครัวประจำหมู่บ้านหรือยายปวดนั่นเอง! ได้มาเปิดร้านเล็กๆเพื่อให้คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวได้มาลิ้มลองความอร่อย ที่สำคัญอาหารทุกเมนูใช้เตาถ่านทำให้อาหารมีกลิ่นหอม Recommended Menu"แกงส้มผักรวม ""ปลาอินทรีทอด ""ปลาเค็มผัดกะทิ ""แกงคั่วกระดูกอ่อนลูกกล้วย ""น้ำพริกกุ้งสดมะเขือราดกะทิ "แวะชิมอาหารพื้นเมืองชุมพรอร่อยๆได้ที่ "ร้านอาหารบ้านยายปวด" ต.บางหมาก อ.เมืองชุมพร เปิดตั้งแต่เวลา 11:00-17:00 น. (หยุดทุกวันที่ 16 ของเดือน) โทร.09-3680-8375

  • นัวหัวหิน อร่อยนัวไม่ใส่ผงชูรส

    ตามกลิ่นหอมมาฝากท้องกันที่ร้านอาหาร Local ที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นมาทำเป็นเมนูอาหารที่สำคัญไม่ใส่ผงชูรสแต่อร่อยนัวสมชื่อร้าน "นัวหัวหิน" ร้านนัวหัวหิน เป็นร้านที่มีส่วนร่วมในโครงการเชฟฝีมือดีของหัวหินที่ถ่ายทอดออกมาเป็นอาหารสุดพิเศษเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศของหัวหิน  เมนูอาหารที่ร้านมีความหลากหลายแม้จะดูบ้านๆแต่เน้นวัตถุดิบที่สด สะอาดและไม่ใส่ผงชูรสตามคอนเซ็ปต์ของทางร้าน และความอร่อยนัวนี้มีรางวัลการันตีด้วย 2 เมนูพิเศษที่ได้รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 Cooking Contest ของหัวหินมาอีกด้วย นั่นคือเมนู "หมูบ้านนอก" และ "ไส้กรอกบ้านใน"Recommended Menu"หมูบ้านนอก (130 บาท)" หมูย่างราดด้วยซอสแกงขี้เหล็ก เสิร์ฟพร้อมกับหมี่ญวนทอดกรอบ "ไส้กรอกบ้านใน (85 บาท)" เมนูผสมผสานที่เอาไส้กรอกเยอรมันมามิกซ์รวมกับเมี่ยงแบบไทยๆ อร่อยเข้ากันอย่างลงตัว"ปลากะพงหมกตะไคร้ (150 บาท)" ปลากะพงนึ่งหอมกลิ่นสมุนไพร "ส้มตำไส้กรอกเยอรมัน (90 บาท)""ต้มแซ่บไส้กรอกเยอรมัน (100 บาท)""พานาคอตต้ากล้วยบวชชี (45 บาท)"อร่อยนัว ฟิน กันได้ที่ร้าน "นัวหัวหิน" อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9.30-21.00 น. ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 08-3909-0666

  • Freddie RiceCurry ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นท็อปปิ้งสไตล์ไทย

    ร้านริมทาง จานด่วน เสิร์ฟเร็ว สไตล์เอเชีย ต้องมาลองชิมข้าวแกงกะหรี่สไตล์เฟรดดี้ที่ร้าน "Freddie RiceCurry" ร้านข้าวแกงกะหรี่ฟิวชั่นไทย-ญี่ปุ่นที่แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร วิธีการโปรโมทร้านก็กวนได้ใจ จากจุดเริ่มต้นขายข้าวแกงกะหรี่สูตรไทยๆแบบเดลิเวอรี่จนเปิดหน้าร้านของตัวเองให้ลูกค้าได้เข้ามานั่งทานกันอย่างจริงจัง ลูกค้าประจำหลายคนรู้จักร้านนี้จากเพจเฟสบุ๊คเพราะภาพโปรไฟล์เพจร้าน Freddie RiceCurry ที่เป็นเหมือนมีมล้อเลียนกระแสต่างๆจนคนในโลกคนออนไลน์ให้ความสนใจ แกงกะหรี่ที่ร้านนี้จะไม่เลี่ยน ไม่มีครีม-เนยแล้วยังมีท็อปปิ้งไทยๆอย่างผัดเผ็ดเนื้อโคขุน ซี่โครงหมูชาชู และอื่นๆอีกมากมายหลายหน้า สามารถเลือกความเผ็ดได้ถึง 3 ระดับ"ข้าวเเกงกะหรี่โคขุน (175 บาท)""ข้าวเเกงกะหรี่หมูกรอบผัดพริกเกลือ (165 บาท)" "ข้าวเเกงกะหรี่คอหมูย่าง (155 บาท)""ข้าวแกงกะหรี่กะเพราเป็ดหนังกรอบ (165 บาท)" "ข้าวเเกงกะหรี่หมูชาชู (165 บาท)""ข้าวแกงกะหรี่หมูสับผัดไข่เค็ม (165 บาท)"ตามรอยความอร่อยกันได้ที่ร้าน Freddie RiceCurry เฟรดดี้ ข้าวแกงกะหรี่ ซอยลาดพร้าววังหิน 34 เปิดตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. (หยุดทุกวันพุธ) เบอร์โทร 09-7097-9523

  • ห้องอาหารเชลียง อาหารไทยโบราณ ณ โรงแรมชินะปุระ จังหวัดพิษณุโลก

    ตามมาสัมผัสความอร่อยของอาหารไทยโบราณกันที่ "ห้องอาหารเชลียง โรงแรมชินะปุระ จังหวัดพิษณุโลก" กับหลากหลายอาหารโบราณด้วยฝีมือเชฟที่มีความถนัดในด้านอาหารไทยเป็นพิเศษ ทั้งรสชาติและการตกแต่งจานสวยงามจับตามากๆ "โรงแรมชินะปุระ หรือ Shinnabhura Historic Boutique Hotel"  โรงแรมเชิงท่องเที่ยวแนวประวัติศาสตร์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพิษณุโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์มากมาย ที่มาของชื่อโรงแรม "ชินะปุระ" มาจากคำว่า "ชิน" หมายถึง "พระพุทธเจ้า" หรือ "ผู้ชนะ" อีกนัยหนึ่งยังพ้องกับชื่อพระพุทธรูปสำคัญของเมืองพิษณุโลกนั่นคือ "ชินราช" ซึ่งหมายถึง "ราชาผู้ชนะกิลเลส" อีกด้วย ส่วนคำว่า "ปุระ" หมายถึง "เมือง" ดังนั้น ชินะปุระ จึงหมายถึง เมืองแห่งผู้ชนะ หรือ เมืองแห่งชินราช นั่นเอง"ห้องอาหารเชลียง" เปิดให้บริการทั้งอาหารเช้า กลางวัน และมื้อค่ำ อาหารแต่ละเมนูล้วนถูกคัดสรรมาแล้วจากเชฟที่มีความถนัดในด้านอาหารไทยเป็นพิเศษรอบเช้าเปิดตั้งแต่เวลา 6.30-10.30 น.รอบกลางวันเปิดตั้งแต่เวลา 11.00-17.00 น.รอบเย็นเปิดตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น."เมี่ยงคำกลีบบัวหลวง""ยำส้มโอกุ้งแม่น้ำสองแคว""ยำมังคุดมหาเทวี""กรกฎสองทัพ""หัวปลีทอดกรอบกุ้งสดน้ำยำทรงเครื่อง""โรงแรมชินะปุระ พิษณุโลก" ตั้งอยู่บน ถ.สีหราชเดโชชัย อ.เมืองพิษณุโลก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-5521-9888

  • บ้านเบญจมาศ ตำรับความอร่อย อาหารไทยชาววัง

    เปรี้ยวปากขอพาทุกคนมาลิ้มรสตำรับอาหารไทยชาววังในบรรยากาศแห่งยุคสยามกันที่ร้าน "บ้านเบญจมาศ" ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิถีชีวิตคนไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 เมนูต่างๆก็สวยงามประณีตสุดๆและแต่ละเมนูผ่านการคัดสรรมาจากฝีมือเชฟรางวัลการันตีการแข่งขันโอลิมปิก "ร้านบ้านเบญจมาศ" ตัวร้านโดดเด่นด้วยอาคารสไตล์โคโลเนียลสีครีมนวลตา ตัดกับซุ้มประตูโค้งด้านหน้าตึกซึ่งเก๋ไก๋โดดเด่นมากเข้ามาภายในร้านก็มีพนักงานของร้านที่แต่งชุดไทยประยุกต์ นุ่งโจงกระเบนคอยต้อนรับพร้อมส่งรอยยิ้ม ส่วนเมนูก็สวยงามประณีตเหมาะมานั่งฟังเพลงเคล้าไปกับการทานอาหารที่แสนละเมียดละไม"ข้าวปรุงน้ำพริกเจ้าจอม (350 บาท)" เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือเสิร์ฟคู่กับแซลมอน ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสูตรน้ำพริกลงเรือของเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ในรัชกาลที่ 5"ส้มฉุนกรุ่นกลิ่นส้มซ่า (140 บาท)" เมนูของหวานหาทานยากเสิร์ฟมาในโถแก้วอย่างสวยงาม เป็นผลไม้ลอยแก้วที่ทำจากผลไม้ไทยตามฤดูกาล แล้วนำมาปรุงด้วยน้ำเชื่อมกลิ่นผิวส้มซ่าทานคู่กับน้ำแข็งทุบละเอียด หวานเย็นชื่นใจ"ข้าวมันไก่ฝรั่งเศส (320 บาท)" เป็นเมนูที่ผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและวัฒนธรรมตะวันตก"แกงพะแนงเป็ดรมควันใส่ผลไม้ (390 บาท)" แกงพะแนงปรุงจากพริกแกงสดใหม่ทุกวัน ใส่เนื้ออกเป็ดรมควันเนื้อแน่นและผลไม้ไทยอย่างลิ้นจี่"พุดดิ้งกล้วยโอชารส (180 บาท)" พุดดิ้งสไตล์ไทยที่ทำจากกล้วย ทานคู่กับซอสน้ำดอกกุหลาบรสเปรี้ยวอมหวาน เนื้อพุดดิ้งนุ่มละลายในปากตามมาชิมและชมความงามของตำรับอาหารไทยชาววังได้ที่ "ร้านบ้านเบญจมาศ" ตั้งอยู่ใน ซ.อารีย์ 1 ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 10.30-22.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2279-8055

  • ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อน่าล่อในสวน

    "ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อน่าล่อในสวน" ร้านก๋วยเตี๋ยวปากหม้อชิคๆเปิดใหม่ในนครปฐมที่อยู่ในร่องสวนบรรยากาศเย็นสบาย นั่งทานปากหม้อไปชมสวนไปชิลสุดๆมานั่งห้อยขาชมสวนก่อนเริ่มทานปากหม้ออร่อยๆกัน ที่นี่มีปากหม้อให้เลือกถึง 8 ไส้ด้วยกัน ทั้งไส้กะหล่ำม่วง, ไส้หมู, วุ้นเส้น, กุยช่าย, ถั่วงอก, แครอท, ข้าวโพด และไส้หวาน น้ำซุปก็จะมีทั้งน้ำใส, ต้มยำโบราณ, ต้มยำน้ำข้น และเย็นตาโฟ"ปากหม้อทะเลหมอก (70 บาท)""ปากหม้อเย็นตาโฟต้มยำ (ธรรมดา 40 บาท/ทะเล 60 บาท)""ปากหม้อห่อกุ้งสะดุ้งทั้งสวน (70 บาท)""ปากหม้อขอเผือก (50 บาท)""ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อน่าล่อในสวน" อยู่ที่ปากซอยวัดไร่ขิง 1 อ.สามพราน ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 09.00-15.30 น.(หยุดทุกวันจันทร์) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-6849-6933

  • สวนมะนาวโห่ลุงศิริ

    มาถึงสมุทรสงครามทั้งทีเปรี้ยวปากขอมาเดินชมสวนเพลินๆกันที่ "สวนมะนาวโห่ลุงศิริ" สวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีต้นมะม่วงหาวมะนาวโห่ให้ชิมกันแบบสดๆจากต้นจากผลไม้ในวรรณคดี "มะม่วงหาวมะนาวโห่" สู่ผลไม้ที่ช่วยชีวิต "ลุงศิริ เจริญช่าง" คุณพ่อของ "คุณทสน์ เจริญช่าง" ลูกชายคนเล็กของครอบครัว คุณทสน์เล่าให้ฟังว่า ลุงศิริ เคยป่วยหนักเป็นโรคถุงลมโป่งพองจากการสูบบุหรี่ กลับมีอาการดีขึ้นเมื่อได้ทานมะม่วงหาวมะนาวโห่ ครอบครัวจึงตัดสินใจนำผลไม้ชนิดนี้มาปลูกเป็นสวนจึงเกิดเป็น "สวนมะหาวโห่ลุงศิริ" "สวนมะนาวโห่ลุงศิริ" กลายเป็นธุรกิจครบวงจรที่ทั้งปลูก แปรรูปมะนาวโห่เป็นสินค้าหลากหลายชนิด ไปจนถึงศูนย์การเรียนรู้ คาเฟ่ และแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอัมพวาเที่ยวรอบๆสวนจนเหนื่อยแล้วมาแวะพักกันที่ "สิริสมปองคาเฟ่" คาเฟ่ธีมมะนาวโห่แห่งแรกในไทยที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง บรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การมานั่งพักผ่อน เดินชมร้านกันจนอิ่มหนำแล้วมาลิ้มลองเมนูเด็ดๆจากมะม่วงหาวมะนาวโห่กัน"เครปเค้กแยมมะนาวโห่ (75 บาท)""เอสเปรสโซ มะนาวโห่ (70 บาท)""Summer Set (120 บาท)" เสิร์ฟมาทั้งเยลลี่มะนาวโห่, ไอศกรีมมะนาวโห่ และมะนาวโห่ลอยแก้ว"Waffle Set (120 บาท)" วาฟเฟิลเสิร์ฟมาพร้อมกับไอศกรีมที่ทำจากมะนาวโห่มาเที่ยวชมสวนและลิ้มลองความอร่อยของมะม่วงหาวมะนาวโห่ได้ที่ "สวนมะนาวโห่ลุงศิริ" ต.บางนกแขวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-0566-5124

  • อิ่ม อร่อย กับกั้งเน้นๆที่ "ผัดไทยกั้ง ราชพฤกษ์"

    "ร้านผัดไทยกั้ง" ย่านราชพฤกษ์เกิดจากความชื่นชอบทานกั้งของเจ้าของร้านจึงมาเปิดเป็นร้านที่มีแต่เมนูกั้งนั่นเอง! และด้วยความชื่นชอบทานกั้งที่สดใหม่ของเจ้าของร้านดังนั้นวัตถุดิบหลักอย่างกั้งจึงถูกส่งตรงมาจากทะเลสุราษฎร์ธานี รับประกันความสดใหม่แน่นอน"ผัดไทยกั้ง (เริ่มต้น 89 บาท)" เมนูไฮไลท์ของร้าน เคล็ดลับอยู่ที่น้ำผัดไทยสูตรของคุณแม่ที่ผัดให้รสชาติเข้าถึงเส้น เวลาทานจะหอมกลิ่นกระทะ"ก๋วยเตี๋ยวแกงส้มหม้อไฟทรงเครื่อง (199 บาท)" ในหม้อแน่นไปด้วยหลากหลายซีฟู้ด ทั้งหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, ปลาหมึก, กุ้ง และกั้งตัวโตๆ ท็อปด้วยไข่ชะอม ด้านล่างเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวนุ่มๆ ทำจากข้าวหอมมะลิเข้ากันได้ดีกับน้ำแกงส้ม"ขนมจีนน้ำยากั้ง (109 บาท)" กั้งมาทั้งตัวและตัวน้ำยายังทำมาจากกั้งอีกด้วย"กั้งผัดพริกเกลือ (เริ่มต้น 199 บาท)" เมนูนี้ชูรสด้วยขมิ้นและเม็ดพริกไทย ถึงเครื่องมากๆอิ่มอร่อยไปกับกั้งแบบเน้นๆ ได้ที่ "ร้านผัดไทยกั้ง" อยู่บนถนนราชพฤกษ์ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 12.00-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-9221-9666

  • ก๋วยเตี๋ยวต้มยำเจ๊สุนีย์

    "ก๋วยเตี๋ยวเจ๊สุนีย์" ร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่เปิดขายนานกว่า 30 ปีแล้ว และเคล็ดลับความอร่อยนั้นเจ๊สุนีย์เป็นคนคิดค้นด้วยตัวเอง ร้านนี้ทีเด็ดจะอยู่ที่ตัวเย็นตาโฟและต้มยำโดยจะใช้มะนาวสดทำต้มยำ วัตถุดิบที่ใช้สดใหม่ทุกวัน"ก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมูมะนาว (50 บาท)""ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ (50 บาท)"ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊สุนีย์ อยู่ก่อนถึงท่าเรือประตูน้ำ ถนนราชดำริ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-00.00 น. หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-2557-5799

  • เฮียให้ ต้นตำรับ ข้าวผัดโคตรปู

    "เฮียให้" ข้าวผัดปูเจ้าดังย่านเอกมัยที่เพิ่งได้รางวัล บิบ กูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ปี 2020 นี้เอง รับรองว่าของที่ให้จัดเต็มสมชื่อร้านแน่นอนทั้งเนื้อปูเน้นๆ กั้งตัวโตๆ และหอยเชลล์แน่นๆ "ขลุ่ยปู (120 บาท)""โคตรกั้งพริกเกลือ (ราดข้าว 360 บาท/กับข้าว 380 บาท)""ข้าวผัดโคตรปู (340 บาท)""โคตรหอยเชลล์ผัดกะเพรา (ราดข้าว 250 บาท)"ร้าน "เฮียให้" อยู่ระหว่างเอกมัย ซอย 10-12 ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น.(หยุดทุกวันจันทร์) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 06-3219-9100

  • คนชง คนปรุง ส่งต่อความอร่อยจากสูตรรสมือของคุณแม่

    "คนชง คนปรุง" ร้านฮิตติดมิชลิน 2020 หน้าใหม่ในซอยอินทามระ 3 ร้านที่ส่งต่อความอร่อยจากสูตรรสมือของคุณแม่เจ้าของร้านในไสตล์ Thai-Chinese Comfort Food ที่อยากส่งต่อมื้ออาหารดีๆ เหมือนที่มีคุณแม่คอยดูแลให้กับเหล่านักชิมได้ทานกัน ที่ร้านเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเด่นๆ ในแต่ละที่มาทำเมนูอาหาร เช่น ปลาเค็มจากจังหวัดเพชรบุรี ที่ผ่านการดองบนเรือจนได้ความหอมและรสชาติที่กลมกล่อมไม่เค็มจนเกินไป, หนำเลี๊ยบจากเยาวราช, เครื่องแกงโขลกสดใหม่ทุกวัน และอาหารทะเลที่สั่งตรงมาจากฟาร์มของจังหวัดเพชรบุรี "หมูสับปลาเค็ม(170 บาท)" ทางร้านนำเนื้อหมูสับมาคลุกเคล้ากับปลาเค็มหอมๆ ก่อนจะปั้นเป็นก้อนแล้วทอดจนสุก เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มรสเด็ดและผักสดเคียงมาให้ทานคู่กัน"ต้มกะหล่ำปลีเห็ดหอมกระดูกแก้ว(140 บาท)" ต้มผักรวมที่มีลักษณะคล้ายกันกับต้มจับฉ่าย แต่มีรสชาติเฉพาะที่แปลกออกไป ซดทานร้อนๆ คล่องคอดีเหลือเกิน"ปลากะพงราดกองกระเทียม(260 บาท)" มีทั้งกระเทียมสดและกระเทียมเจียวอยู่ในเมนูนี้ ให้เท็กซ์เจอร์ที่แตกต่างแต่ลงตัว"ไก่กรอบซอสเหล้าแดง(180 บาท)" อีกหนึ่งเมนูเด็ดของร้าน เป็นเมนูไก่น้ำแดงใส่เหล้าจีนจะมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ "ผัดหนำเลี๊ยบหมูสับกากหมู(150 บาท)" หมูสับผัดกับหนำเลี๊ยบใส่กากหมูเจียว เมนูนี้สามารถบีบมะนาวหรือกินคู่กับพริกซอยเพื่อเพิ่มรสชาติให้ผัดหนำเลี๊ยบมีรสกลมกล่อมมากขึ้น ร้าน "คนชง คนปรุง" อยู่หน้าซอยอินทามระ 3 ถนนสุทธิสาร ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. (หยุดทุกวันอังคารที่ 2 และ 3 ของเดือน) สอบถามเพิ่มเติม โทร.09-7251-8178

  • Cloud Dragon ร้านอาหารจีนโมเดิร์นเพื่อสุขภาพ

    "Cloud Dragon" ร้านอาหารใหม่สไตล์จีนโมเดิร์น บรรยากาศดี เหมาะแก่การพาครอบครัวมาทานในวันหยุด อาหารที่ร้านนี้จะเน้นเมนูสุขภาพที่หลากหลายและมีความสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ในทุกมื้ออาหารอาหารที่ Cloud Dragon ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนักปราชญ์ชาวจีนที่เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเกิดจากความสมดุลของหยินและหยาง ซึ่งแต่ละเมนูเชฟเลือกคัดสรรวัตถุดิบอย่างดีเพื่อสร้างสมดุลให้กับร่างกาย"บักกุ๊ดเต๋จักรพรรดิ(999 บาท)" เมนูนี้จะสร้างความสมหยินหยาง พร้อมบำรุงธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย ด้วยสมุนไพรจีนกว่า 15 ชนิด เช่น ห่วยซัว, ยี่หร่า, พริกไทยขาว, พริกไทยเสฉวน, เห็ดหอมแห้ง เป็นต้น และพิเศษสูตรจักรพรรดิเครื่องจะแน่นมาก"บะหมี่ล็อบสเตอร์ (1,999 บาท)" บะหมี่ถือเป็นอาหารมงคลของคนจีน บางบ้านจะอยู่ในทุกมื้ออาหารเรียกว่า ขาดไม่ได้ เลย ที่ร้านจะใช้บะหมี่ 3 อย่าง หมี่ซั่วสีขาว, บะหมี่เหลือง และ บะหมี่หยก แล้วมาจัดวางบนล็อบสเตอร์สดๆ ราดซอสสูตร Cloud Dragon"โจ๊กเป๋าฮื้อ (455 บาท)" เมนูอาหารปรับสมดุลร่างกายยามเช้า เพิ่มพลังงานต่อสู้กับงานหนักในระหว่างวันด้วยหอยเป๋าฮื้อชิ้นโต"ข้าวผัดหมูกรอบ (195 บาท)" เมนูขายดีที่ทานง่ายและเป็นอาหารที่ทานได้ทุกมื้อ หมูกรอบสูตรทางร้านจะชิ้นใหญ่มากแต่มีความนุ่ม ไม่แข็ง และราดด้วยซอสสูตรพิเศษของทางร้าน"ติ่มซำ (เริ่มต้น 99 บาท)"ใครอยากพาครอบครัวมาทานอาหารจีนสไตล์สุขภาพก็มากันได้ที่ร้าน "Cloud Dragon" โครงการ Velaa Sindhorn Village ถนนหลังสวน ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 7.00-23.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-5140-9999

  • จางวางอิ่ม The White Pagada เต็มอิ่มกับอาหารไทยโบราณ

    "จางวางอิ่ม The White Pagada" ร้านอาหารไทยที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากจะได้อิ่มเอมใจกับความอบอุ่นของบ้านแบบโบราณแล้ว ยังได้ชมทัศนียภาพของเกาะเกร็ดกันได้อย่างเพลินๆชื่อร้านแปลกหูอย่าง จางวางอิ่ม นั้นมาจากคำว่า จางวาง เป็นคำที่ใช้เรียกตำแหน่งข้าราชการชั้นสูงในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งตำแหน่ง จางวาง เทียบเท่ากับทหารมหาดเล็กในปัจจุบัน และคำว่า อิ่ม ก็มาจาก อิ่มท้อง อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มเอมที่ได้มาบ้านหลังนี้บ้านหลังนี้อายุกว่า 70 ปี เดิมเป็นที่ตั้งของตระกูล "ไพศาลสุข" ซึ่งโครงสร้างบ้านงดงามอยู่แล้วแม้จะผ่านการปรับปรุงแต่ก็ยังคงตัวบ้านไว้ให้มีชีวิตอีกครั้ง มานั่งชิลทานอาหารชมวิวคุ้งน้ำสุดตระการตาที่มีแม่น้ำ 3 สายมาตัดกันที่หน้าเรือนพอดี แล้วตัวเรือนเองก็เปิดรับลมเต็มที่"แม่สะเดาเย้ายวนกุ้ง (150 บาท)" เมนูน้ำปลาหวานสะเดา หลายคนจะเคยเห็นทานเคียงกับปลาดุกย่าง แต่ที่ร้านจางวางอิ่มอยู่ติดริมน้ำก็ต้องมีกุ้งแม่น้ำเผาเสิร์ฟเคียง"น้ำพริกคู่ตุนาหงัน (280 บาท)"  ตุนาหงัน แปลว่า คู่หมั้นคู่หมาย ล้อจากวรรณคดีเรื่อง อิเหนา เป็นน้ำพริกปลาชิงชัง (ปลากรอบ) จากกระบี่ เสิร์ฟคู่กับ สะตอทอด"ผัดมะเขือยาวเหยาปลาเค็ม (220 บาท)" เมนูนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากการเสด็จประพาสของร.5  ปกติจะเห็นมะเขือยาวย่าง หรือ ยำ แต่ที่ร้านจะนำไปทอดแล้วผัดกับปลาเค็ม"จางวางปราณ (Set ใหญ่ 2,499 บาท)" เมนูที่รวมซีฟู้ดจากปราณบุรีมาไว้ในถาดเดียว หมึก กุ้ง หอย ต่างๆ แล้วมีปูดองซีอิ๊ว เสิร์ฟมาตรงกลาง ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดใครที่ชอบทานอาหารไทย ชมวิวแม่น้ำ มากันได้ที่ร้าน "จางวางอิ่ม The White Pagoda" ตั้งอยู่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-00.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-5525-9242

  • โตจังอ๋อง บะหมี่จับกังกุ้งแม่น้ำชามยักษ์

    อาหารจานเดียวที่ฮอตฮิตในโซเชียลกับเมนูสุดอลังการอย่าง บะหมี่จับกังกุ้งแม่น้ำ ที่เสิร์ฟมาในชามยักษ์หลากไซส์จากที่ "ร้านโตจังอ๋อง" ด้วยคุณภาพคับแน่นของกุ้งแม่น้ำจากอยุธยาเผามันเยิ้มๆ "ร้านโตจังอ๋อง" มาจากชื่อพี่น้องเจ้าของร้านทั้ง 3 คน ที่ว่ากันว่าเป็นบะหมี่จับกังแบบไฮโซด้วยท็อปปิ้งแน่นๆ ที่คุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน "บะหมี่จับกังกุ้งแม่น้ำเซ็ทเอ (138 บาท)""บะหมี่จับกังทรงเครื่องไฮโซเซ็ทบี (188 บาท)""บะหมี่จับกังทรงเครื่องไฮโซเซ็ทซี (368 บาท)""บะหมี่จับกังจัมโบ้... โอ้โห... ไฮโซ! (698 บาท)"มาพิสูจน์ความอร่อยกันได้ที่ร้าน "โตจังอ๋อง" ร้านตั้งอยู่ที่ ถ.หลานหลวง ซอย 4 รอบเช้า ร้านเปิดทั้งหมด 2 รอบ คือ รอบเช้า ตั้งแต่เวลา 10.00-14.30 น. และรอบเย็น ตั้งแต่เวลา 17.00-20.00 น. (หยุดทุกวันเสาร์) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-6868-5151

  • View Arun - Rooftop Restaurant & Bar

    ใกล้วาเลนไทน์แบบนี้ใครกำลังหาร้านอาหารบรรยากาศดีๆ ต้องที่นี่เลย "View ARUN - Rooftop Restaurant & Bar" ที่มาพร้อมวิว 180 องศา ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและยังมีพระปรางค์วัดอรุณฯ ตั้งสง่าเหมาะแก่การนั่งดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า นอกจากนี้ยังมีอาหารไทยประยุกต์ครบรสทั้ง 4 ภาคให้เลือกสรร เริ่มที่เมนูภาคกลางตัวแรก "แกงส้มชะอมกุ้ง (290 บาท) " ใช้เนื้อปลาช่อนมาทำเป็นเครื่องแกง รสชาติกลมกล่อม ใส่ไข่ชะอม กุ้ง และดอกโสนต่อที่ภาคเหนือกับเมนู "ข้าวซอยปูไข่ออนเซ็น (320 บาท) " ข้าวซอยรสชาติพื้นบ้านสไตล์ภาคเหนือ เปลี่ยนวัตถุดิบจากน่องไก่มาเป็นปู ท็อปด้วยไข่ไก่ออนเซ็นมาที่ภาคอีสานเมนู "ใบเหลียงผัดไข่ (250 บาท) " ผักพื้นบ้านของภาคใต้ ที่นี่จะผัดให้มีกลิ่นไหม้กระทะนิดๆ เพื่อให้มีความหอม"น้ำตกหมูนุ่ม (250 บาท)" หมูหมักสูตรพิเศษ ทำให้มีความนุ่ม เด้ง เข้ากันได้ดีกับรสชาติของน้ำตก ปิดท้ายด้วยของหวานสไตล์ฝรั่งเศส "มิลเฟย (320 บาท) " นำมาประยุกต์ให้ทานง่ายขึ้น รสชาติหวานของมาสคาโปน ตัดกับความเปรี้ยวปากของสตรอว์เบอร์รี กีวี่ และองุ่นจดลิสต์พิกัดหวาน Before Valentine ไว้เลยที่ร้าน "View ARUN - Rooftop Restaurant & Bar" อยู่ซอยตรงข้ามวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ร้านเปิดทั้งหมด 2 รอบ คือ รอบเช้า เปิดตั้งแต่เวลา 12.00-15.00 น.  และรอบเย็น เปิดตั้งแต่เวลา 16.00-24.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-221-5654

  • ครก KROK สารพัดข้าวน้ำพริกฝีมือเชฟมิชลิน

    "ร้านครก (KROK)" โปรเจกต์ความอร่อยที่เป็นการรวมกันของคุณเสือ คุณวา และทีมเชฟจากร้าน 80/20 อย่างเชฟโจ เชฟณิว และเชฟซากิ แตกไอเดียเป็นร้านที่จับต้องได้ ขายเมนูสามัญประจำบ้านที่กินได้ทุกวันอย่าง “น้ำพริก” พร้อมด้วยเครื่องเคียงและผักพื้นบ้านเมนูน้ำพริกเป็นอาหารที่อยู่คู่คนไทยมานาน แต่เหล่าเชฟมีดีกรีมิชลินสตาร์ทั้งที เมนูง่ายๆ จึงเต็มไปด้วยความพิเศษ ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ ทั้งเนื้อสัตว์ เครื่องปรุง ผักต่างๆ ถูกทำมาในรูปแบบใหม่แล้วนำมาจัดเป็นเซตเก๋ๆ ทำให้ทานง่ายมากขึ้น และกิมมิคพิเศษอีกอย่างของร้านคือสามารถ 'สร้างจานของตัวเอง' ได้ โดยเลือกน้ำพริก โปรตีน และเครื่องเคียงต่างๆ ตามเมนูได้เลย"ข้าวไก่แดงน้ำพริกกุ้งเสียบ (150 บาท)" น้ำพริกกุ้งเสียบทำจากกุ้งแห้งและกะปิคุณภาพดี ตากให้แห้ง คลุกเคล้ากับเครื่องปรุง ตำกับครกจนได้น้ำพริกกุ้งเสียบฉบับร้านครก ส่วนของไก่ใช้สะโพกไก่ออร์แกนิคจากฟาร์มไก่ มาหมักกับข้าวอังคัก(ข้าวแดงหมัก) และเครื่องเทศต่างๆ แล้วนำไปตุ๋น 1 ชั่วโมง แล้วนำมาย่างด้วยเตาถ่านทำให้มีกลิ่นถ่านในเนื้อไก่ด้วยทานคู่กับข้าวหอมมะลิจากยโสธร ไข่ซูวีระดับไข่ออนเซ็น รวมทั้งผักสดและผักลวกออร์แกนิค"ชุดซุปเปอร์เมกะครก (450 บาท)" เป็นชุดเอาใจคนชอบน้ำพริก เพราะจะได้น้ำพริกถึง 4 แบบด้วยกัน น้ำพริกกุ้งเสียบ, น้ำพริกมะเขือเผา, น้ำพริกปลาย่าง, น้ำพริกกะปิ และผักสามารถเลือกได้ตามชอบ โดยผักจะถูกเปลี่ยนไปตามฤดูกาล มาพร้อมข้าวผัดกระเทียม 2 จาน และไข่ออนเซ็น "ข้าวเต้าหู้ตุ๋นซอสขิงน้ำพริกมะเขือเผา (120 บาท)" น้ำพริกมะเขือเผา ใช้ส่วนผสมหลักคือ มะเขือยาว, พริกจินดา, หัวหอมแดง นำมาย่างเตาถ่านแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงด้วยเครื่องเทศ ตำให้เข้ากัน ส่วนเต้าหู้ตุ๋น ใช้เต้าหู้ขาวมาตุ๋นให้พอเหมาะ แล้วนำไปทอดชั่วครู่เพื่อให้มีส่วนนอกของเต้าหู้นั้นมีความกรอบ ราดด้วยซอสขิงเคี่ยว เมนูนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติ เพราะไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ทั้งส่วนของโปรตีนและน้ำพริก ทานคู่กับไข่เจียวร้อนๆ เข้ากันมากไอศกรีมเมนูใหม่ฝีมือเชฟซากิ "ไอศกรีมโฮมเมด (80 บาท)" ตัวเนื้อไอศครีมเป็นรสไวท์มอลต์ และช็อคโกแลต ซึ่งเป็น 70% ดาร์คช็อกโกแลต ราดด้วยน้ำปลาคาราเมล และท็อปปิ้งด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์เคลือบน้ำตาลไอซิ่ง จากนั้นโรยด้วยน้ำพริกชิโอะโคจิสูตรของทางร้านครับ "ร้านครก (KROK)" อยู่บนถนนโยธา แขวงตลาดน้อย เปิดตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น.(หยุดทุกวันจันทร์) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-8940-3406

  • บ้านลลิณ

    "บ้านลลิณ" คาเฟ่อาหารไทยสไตล์ Comfor Food ที่มีความอร่อยระดับติดดาวด้วยฝีมือสองสาวจาก MasterChef Thailand พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้แก่ทุกท่านด้วยสารพัดเมนูอาหารไทยทานง่าย ท่ามกลางบ้านไม้เก่าแก่สุดคลาสสิกและวิถีชีวิตชีวิตของคนในชุมชนย่านพระนครบ้านลลิณ เกิดจากไอเดียของ คุณพลอย-ณัฐณิชา บุญเลิศ และ คุณน้ำฝน-ลักษณาวดี ศรีพรสวรรค์ สองสาวเพื่อนรักจากรายการ MasterChef Thailand ตัดสินใจมาเปิดร้านอาหารแห่งนี้ด้วยกัน โดยนำเอาความถนัดด้านอาหารที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารไทยทานง่ายสไตล์น้ำฝน หรือขนมหวานและเครื่องดื่มแบบไทยประยุกต์สไตล์พลอยบ้านลลิณเป็นบ้านไม้เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ใจกลางชุมชนตรอกศิลป์-ตรอกตึกดิน ย่านพะรนคร รอบๆ ตัวบ้านเป็นสนามหญ้าสุดร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้และพืชผักสวนครัวที่ทางร้านลงมือปลูกเอง และใช้เป็นวัตถุดิบในการทำอาหารโดยดอกไม้ที่นำมาตกแต่งนั้นสามารถทานได้ทั้งหมดตัวบ้านลลิณมีทั้งหมด 2 ชั้น บริเวณชั้้นล่าง มีโซนเคาน์เตอร์บาร์ให้นั่งทานอาหาร รายล้อมไปด้วยของตกแต่งร้านแนวย้อนยุค ทั้งของเล่นและเครื่องดื่มยอดฮิตในอดีต ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในวัยเด็กตามมาด้วยบรรยากาศสบายๆ บริเวณชั้น 2 ของบ้านไม้ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้แนววินเทจที่ถอดแบบความเป็นอยู่ของคนในสมัยก่อนออกมาได้อย่างดีนอกจากเมนูอาหารไทยต่างๆ แล้วทางร้านยังเปิดให้ทานอาหารไทยในรูปแบบ "โอมากาเสะไทย" อีกด้วย โดยเปิดให้จองเฉพาะรอบวันเสาร์-อาทิตย์ ทุกสิ้นเดือน มีจำนวน 10 เมนู ราคาท่านละ 2,500 บาทเริ่มทานกันด้วยเมนู "ปลาแห้งแตงโม (69 บาท)" ของว่างโบราณที่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นของหวาน เมนูนี้จะเอาปลาย่างไปคั่วจนแห้งกรอบ แล้วปรุงรสด้วยสูตรของทางร้าน ยิ่งอากาศร้อนๆ สั่งมาทานจะรู้สึกสดชื่นมากๆสาย Vegan จะต้องชอบจานนี้ "ปอเปี๊ยะเห็ดหอมทอด (69 บาท)" ไส้ปอเปี๊ยะคุณยายของคุณพลอยเป็นคนลงมือผัดไส้เอง ตามสูตรของคุณยาย ไส้ปอเปี๊ยะจะมีทั้งเห็ดหอม วุ้นเส้น และผักต่างๆ ทานคู่กับน้ำจิ้มไก่ และผักสด"ก๋วยเตี๋ยวผัดไข่เค็มกุ้ง (129 บาท)" เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน เป็นเมนูกึ่งๆ ผัดผงกะหรี่และผัดไข่เค็ม จุดเด่นอยู่ที่ผัดจานต่อจานด้วยไฟแรงจนแห้ง ทำให้มีกลิ่นหอมของกระทะ ใส่หอมใหญ่ พริกชี้ฟ้า ขึ้นฉ่าย ต้นหอม และโรยด้วยกระเทียมเจียว ให้รสชาติเข้มข้น หอมมันจากไข่เค็มแดง มีกลิ่นผงกระหรี่แซมด้วยนิดๆ"ข้าวคอหมูย่าง ไข่ต้มผักสด (99 บาท)" จานนี้ทีเด็ดอยู่ที่คอหมูย่าง ที่จะนำหมูไปหมักก่อนและนำเข้าเครื่องซูวีนานถึง 6 ชม. เสร็จแล้วจึงนำมาย่าง เนื้อหมูที่ได้จึงนุ่ม ฉ่ำ และนิ่มมาก ทานคู่กับไข่ต้มยางมะตูมและผักสด เสิร์ฟพร้อมแจ่วมะขามเปียกสูตรของทางร้านส่วนเมนูขนมหวานเป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นเบเกอรี่และวัตถุดิบของไทยมารวมเข้าไว้ด้วยกัน เช่น นำวัตถุดิบหลักของขนมไทยบางชนิดมาเป็นส่วนผสมของเบเกอรี่ เริ่มด้วยเมนู "สโคนงาดำ น้ำตาลโตนด (69 บาท)" เป็นสโคนที่ใส่ผงงาดำคั่วลงไป ตรงกลางมีน้ำตาลโตนดเยิ้มๆ สูตรของทางร้าน เสิร์ฟคู่กับซอสกะทิควันเทียน รสชาติหอม มัน และเครื่องดื่มสไตล์ไทยประยุกต์ "น้ำผึ้งส้มจี๊ด (69 บาท)" ส้มที่ใช้มาจากสวนของบ้านน้ำฝนและพลอย ปลอดภัยเรื่องสารพิษ เป็นออร์แกนิค 100% ใส่ส้มเป็นลูกๆ คั้นสดๆ พร้อมน้ำผึ้ง ดื่มแล้วสดชื่น ชุ่มคอ"เค้กแตงไทยน้ำกะทิ (79 บาท)" ตัวนี้คุณพลอยได้แรงบันดาลใจมาจากเมนูขนมไทยอย่างแตงไทยน้ำกะทิ ตัวเค้กจะเป็นเนื้อบัตเตอร์ผสมกับเนื้อแตงไทยเป็นชิ้นๆ ราดด้วยซอสกะทิควันเทียนและเครื่องดื่ม "บ๊วยแตงโมโซดา (69 บาท)" ใช้บ๊วยดอง ใส่ไซรัปแตงโม และโซดา รสชาติหวาน หอม เค็มนิดๆ ใส่น้ำมะนาวลงไปเพิ่มความสดชื่น ชุ่มคอใครที่อยากทานอาหารไทยในสไตล์คาเฟ่อบอุ่น ก็มากันได้ที่ร้าน "บ้านลลิณ" ตั้งอยู่ที่ ชุมชนตรอกตึกดิน-ตรอกศิลป์ ถนนดินสอ ร้านเปิด ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น.(หยุดทุกวันจันทร์) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-1333-5998

  • Camin Cuisine & Cafe ครบเครื่องเรื่องอาหารใต้

    "ร้านขมิ้น Camin Cuisine & Cafe" ร้านอาหารใต้ที่ยกวัตถุดิบอาหารทะเล รวมถึงพริกแกงใต้แท้มารวมไว้ที่ร้านนี้เลย บรรยากาศสวนสวยร่มรื่น ตกแต่งด้วยกิมมิกศิลปะของทางใต้อย่างโคมไฟริ้วหางปลากัด บรรยากาศรอบๆ ร้านเป็นสไตล์สวนกลางเมือง ร่มรื่นสดชื่น มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเขียวขจี เหมาะกับการมาพักผ่อน พักสายตาในวันหยุด ภายในร้านตกแต่งสไตล์อบอุ่น รวมทั้งใช้เทคนิคงานศิลปะทางภาคใต้ในการตกแต่ง ซึ่งที่ร้านมีจุดเด่นที่โคมไฟโดยโคมไฟได้แรงบันดาลใจมาจาก หางของปลากัด ซึ่งเป็นสัตว์น้ำประจำชาติไทยและมีสายพันธุ์เฉพาะของภาคใต้ที่สีสวยงามมากนอกจากนี้ที่นี่ยังโดดเด่นในเรื่องอาหารใต้ที่เป็นรสชาติปักษ์ใต้แท้ๆ มีเมนูให้เลือกหลากหลายโดยทางร้านจะคัดสรรวัตถุดิบส่งตรงมาจากทางใต้เลย"น้ำปลาหวาน (เครื่องดื่ม 120 บาท)" "โกปิกอและ (เครื่องดื่ม 140 บาท)""ไก่กอและ (190 บาท)" เป็นอาหารมลายูปักษ์ใต้ เพราะคอนเซ็ปต์ของร้านคือเป็นอาหารใต้แท้ๆ แบบต้นตำรับ เมนูใต้แท้ๆ บางเมนูไม่ค่อยมีใครทำขายแต่ทางร้านยกมาให้ทุกคนได้ชิมกัน"ข้าวยำน้ำบูดู (160 บาท)" น้ำบูดูสูตรเฉพาะที่ส่งมาจากทางใต้โดยตรง รสชาติกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมผักเคียง"ใบเหลียงผัดไข่ (150 บาท)" ใช้ใบเหลียงที่คัดเฉพาะยอดอ่อน ส่งตรงมาจากทางใต้เลย ผัดกับไข่และกระเทียม ปรุงรสชาติแบบต้นตำรับของทางใต้"ยำผักกูดกรรเชียงปู (550 บาท) " ใช้ผักกูดสด หวาน กรอบ คลุกกับน้ำยำสูตรปรุงพิเศษของทางร้าน กินกับกรรเชียงปูไซส์ใหญ่พิเศษเนื้อแน่น ส่งจากแพปลาโดยตรง"น้ำพริกระกำ (210 บาท) " น้ำพริกพื้นบ้านภาคใต้ ครบรสและยังมีกลิ่นหอมของระกำ ทานกับเครื่องเคียงหลากหลาย ทั้งหมูหวาน, กุ้งหวาน และปลากรอบ ทานคูู่กับผักกูดลวก, สะตอย่าง, สะตอดอง"ร้านขมิ้น Camin Cuisine & Cafe" อยู่ปากซอยประเสริฐมนูกิจ 2 ร้านเปิดทุกวัน 10.00 – 21.30 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-5615-6615

  • หมูทอดบันบัน เค้กข้าวเหนียวหมูทอดสุดฮอต

    "ร้านหมูทอดบันบัน" ร้านดังในโซเชียลที่มีเมนูซิกเนเจอร์อย่างเค้กข้าวเหนียวหมูทอดก้อนโต แต่ก่อนมีขายแค่ทาง Facebook แต่ลูกค้าติดใจกันเยอะมาก จึงมาเปิดหน้าร้านซึ่งในปัจจุบัน มีถึง 3 สาขา คือ สาขารามคำแหง, สาขาโพธิ์แก้ว และสาขาบางใหญ่นอกจากเค้กข้าวเหนียวหมูทอดที่ฮอตฮิตแล้วยังมีเมนูหมูทอดให้เลือกอีกหลายแบบ เมนูยอดฮิตต้องยกให้หมูสามชั้นออริจินัล เมนูขายดีตลอดกาลของร้าน หรือว่าจะเป็นหมูสามชั้นก็มีให้เลือกทั้งแบบออริจินัลและทอดน้ำปลา ที่มีการหมักข้ามวันจนซอสซึมเข้าไปเนื้อหมู และสันคอหมูย่างก็ไม่ธรรมดา หมูนุ่ม รสชาติกลมกล่อม ย่างมาหอมกำลังดี แม้แต่ตัวข้าวยังผสมเองเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน ทำให้ได้ข้าวที่หอมและนุ่มมาก"ข้าวราดหมูสามชั้นออริจินัล+สันคอหมูย่าง (50 บาท/ พิเศษ 60 บาท)" เพิ่ม "ไข่ดองซีอิ๊ว (15 บาท)" และ "ต้มยำขาหมู (69 บาท)""ข้าวราดสันคอหมูทอด+หมูสามชั้นทอดน้ำปลา (50 บาท/ พิเศษ 60 บาท)" และ "ฟักไก่มะนาวดอง (69 บาท)""เค้กหมูสามชั้นออริจินัล+สันคอหมูทอด (699 บาท)" เมนูเด็ดที่โด่งดังในโซเชียล เหมาะสำหรับสั่งในโอกาสพิเศษ หรือคนที่ชอบทานหมูทอด เด็ดจนมีออเดอร์แน่นทุกวัน ใครที่อยากทานต้องสั่งกันล่วงหน้าเลยทีเดียวสาวกหมูทอดต้องมาลองชิม "ร้านหมูทอดบันบัน สาขารามคำแหง" อยู่ในซอยรามคำแหง 24 แยก 30 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.30 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-3694-4156

Follow us on INSTAGRAM