• บ้านผัดไทยอร่อยระดับมิชลินไกด์

    เปรี้ยวปากพาไปเช็คอินร้านบ้านผัดไทยที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ การันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018ต้องบอกเลยว่าผัดไทยที่นี้ เก๋ที่สุดอีกร้านที่เคยไปมาเพราะตกแต่งย้อนยุคเน้นสีฟ้าตัดกับงานไม้ที่สื่อถึงยุค80 และสดๆร้อนๆ กับรางวัลการันตีความอร่อย รางวัลบิบกูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ 2018 ต้องขยายนิดนึงคือรางวัลนี้ทางมิชลินจะมอบให้ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารคุณภาพดี คุ้มค่าคุ้มราคาที่ไม่เกิน 1,000 บาท ต่ออาหาร 3 คอร์ส ไม่รวมเครื่องดื่ม แม้แต่เชฟและร้านเองยังเซอร์ไพรส์เพราะไม่รู้ตัวมาก่อนว่าได้รับรางวัลจนมาเห็นชื่อร้านในไกด์บุค มาดูที่พระเอกของร้าน ผัดไทยปูม้า (280 บาท) เนื้อปูก้อนเน้นชิ้นโตผัดกับเส้นจันท์ ซึ่งความพิเศษจะใช้มันปูและไข่ปูผัดลงไป ส่วนตัวซอสผัดไทยก็จะประกอบด้วยน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊ป และเครื่องปรุงอีกกว่า 18 อย่างผสมลงไปผัดไทยไก่ย่าง (190 บาท) ทางร้านอะแดปเป็นทางเลือกไม่จำเจ ซึ่งจะใช้ไก่ส่วนสะโพกนำไปหมักกับน้ำผึ้ง ย่างจนหอมเข้าเนื้อ ไก่ทอดสมุนไพร (190 บาท) งานออเดิร์ฟ เสิร์ฟมาในซุ้มไก่เล็กๆ เพื่อเป็นการสะท้อนถึงวิถีคนไทยในสมัยก่อน เมี่ยงคะน้า (150 บาท) ทางร้านจะใช้ใบคะน้าอ่อนออแกนิกส์ และเปลี่ยนจากใส่กุ้งแห้งมาเป็นไก่รวนซีอิ๊ว คนที่แพ้กุ้งทานได้ค่ะ และกรุบกรอบด้วยกากหมู

  • Nice Two Meat U สายเกาหลีที่แท้ทรูต้องไปลอง

    สายเกาหลีที่แท้ทรูต้องลอง “ปูดองซีอิ๊วเกาหลี” ไม่ต้องบินไปไกลถึงเกาหลีละจ้า  ถ้าจะพูดถึงร้านปิ้งย่างสุดฮอตตอนนี้ต้อง ‘Nice Two Meat U’ ปิ้งย่างสไตล์เกาหลีที่ใครๆก็ต้องลิ้มลอง กับเนื้อหมูและเนื้อวัวคัดอย่างดี 3ชั้นรมควัน (280 บาท) แนะนำอยากให้ลอง หมูสไลด์ราดซอสก็เลิศ พร้อมเครื่องเคียงมากมายในชุดปิ้งย่าง ทีเด็ด คอหมู (260 บาท) ซึ่งจะต้องนำไปย่างที่อุณหภูมิที่ 40 องศา ให้น้ำมันออกนิดๆจะอร่อยมาก นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดที่ทุกคนเห็นแล้วต้องซี้ดดดดดดน้ำลายไหล ‘ปูดองซีอิ๊วเกาหลี’ (1,050 บาท) แซ่บ เด็ด ท้าให้ลอง! ซึ่งเจ้าของสาขานี้ คุณเอ ศุภชัย นักปั้นดารามือทองติดใจเมื่อครั้งไปทานที่เกาหลี จนตื้อขอซื้อแฟรนไชส์เข้ามาให้สาวกอาหารเกาหลีเมืองไทยได้ลิ้มลอง และยังมีเมนูอร่อยๆที่ทางร้านคัดสรรส่งตรงจากเกาหลี ทั้งข้าวผัดกิมจิชีส (360 บาท) กลิ่นกิมจิหอมเตะจมูกมาก พนักงานจะมาผัดให้เราที่โต๊ะเลย คอยดูแล 1 คน ต่อ 1 โต๊ะเมนูเกาหลีอื่นๆ อยากให้ลอง ซุปเต้าหู้อ่อน (350 บาท) ตัวน้ำซุปทำจากกิมจิ จับเช หรือผัดวุ้นเส้นเกาหลี (220 บาท) ตัวเส้นเกาหลีเค้าจะมีความเหนียวหนึบอร่อย แต่ละเมนูดีงาม เลอค่า ต้องไปลองกันจ้า

  • ตามหาโอปป้าที่คาเฟ่ 30.COFFEE STUDIO

    ตามไปหาโอปป้าในคาเฟ่สไตล์เกาหลีสุดฮอต คนรักการถ่ายรูปเตรียมกดชัตเตอร์ รัว รัวไม่ต้องไปไกลถึงโซลก็สามารถมาแชะรูปกับเจ้าประตูตู้ปริศนาสีชมพูกันได้แล้วจ้า สาวๆสายเกาหลีห้ามพลาดเช็คอินที่นี่ ร้าน 30.Coffee Studio คาเฟ่ที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ความตั้งใจของเจ้าของร้านนอกจากเปิดเป็นร้านกาแฟแล้วยังตั้งใจเปิดเป็นสตูดิโอไว้ให้ถ่ายรูปอีกด้วย จุดเด่นประตูสีชมพูหวานทางเข้าร้านให้ทุกคนได้มาถ่ายรูปในสไตล์ฮิปสเตอร์กันไปเลย ภายในร้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายสไตล์มินิมอล สบายตา มุมถ่ายรูปเพียบ! แถมเมนูก็มีสีหวานๆคิ้วท์สุดๆไปเลย น่ารักจนต้องแจกมินิฮาร์ททึรัวๆคนรักชาเขียวขอแนะนำเลยค่ะ Kyoto Matcha ชาเขียวเย็น (120 บาท) ชาเขียวนำเข้าจากเกียวโต ที่จะมีความหอมอ่อนๆ ชงกับนมสด ทานคู่กับ 'เค้กชาเขียว' เนื้อนุ่มละมุนมากๆค่ะหรือจะสั่ง Choco ช็อคโกแลตเข้มข้น (75 บาท) สูตรพิเศษของทางร้าน ช็อกโกแลตเข้นข้นกำลังดี ทานกับ Butter cake ซอสครีมหอมนมสดก็เข้ากัน แถมให้อีกหนึ่งเมนู Cheesecake Brownies โฮมเมด บอกเลยฟิน

  • ถ่ายรูปชิคๆ เช็คอินที่ ‘ล้ง 1919’

    ถ่ายรูปชิคๆ เช็คอินที่เที่ยว ‘ล้ง 1919’ มาแล้วค่ะคุณขาาาาาา สถานที่เที่ยวแห่งใหม่ในกรุงเทพมหานครของเรานี่เอง โครงการ “ล้ง 1919” (LHONG 1919) แหล่งท่องเที่ยวเชิง Heritage โดดเด่นด้วยศิลปะเชิงอนุรักษ์ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ไทยจีน ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์และศูนย์รวมใจของชาวจีนในแผ่นดินไทยให้เราได้สัการะกัน ภายในพื้นที่แห่งนี้รวมร้านช้อปปิ้งจำหน่ายงานดีไซน์ งานฝีมือร่วมสมัยอย่างร้าน SAN สินค้าส่วนใหญ่ส่งออกญี่ปุ่น มีเสื้อผ้า กระเป๋า เฟอร์นิเจอร์เป็นสไตล์จีนแต่ดีไซน์อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือถ้าชอบงานฝีมือของคนรุ่นใหม่ ร้าน Room 5D เป็นการรวมตัวของ 5 ดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ที่สำคัญยังเป็นคนวาดภาพตามมุมต่างๆในล้งด้วย สินค้าแนะนำให้ช้อปติดมือกลับ รูมสเปรย์กลิ่นมะม่วง กลิ่นทุเรียนก็มี เกร๋ๆ ไหมล่ะ และยังมีของตกแต่งบ้านเครื่องประดับที่เป็นงานดีไซน์ บอกเลยว่ารุ่นใหม่แต่ฝีมือเฉียบจากนั้นเดินชมผลงานศิลปะทั้งอาคารไม้และภาพจิตรกรรมฝาผนัง มีร้านอาหารและเครื่องดื่มให้บริการอยู่หลากหลายร้าน อาทิ เพลินวานพาณิชย์ ลมโชย โรงสี ชอบสไตล์ไหนลองแวะเข้าไปเช็คอินกัน แต่สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างเราก็คงจะเป็นภาพวาดฝาผนังที่ให้สายแชะได้ถ่ายรูปชิคชิค บอกเลยว่าแต่ละมุมเก๋ๆทั้งนั้นนนนน เสาร์-อาทิตย์นี้ใครว่างๆอย่าลืมมาเช็คอินกันนะ! อ่อ ช่วงเย็นยังมีร้านค้าสตรีทฟู้ดอร่อยๆในย่านนั้นมาออกร้านด้วย ช้อป ชิม ชิล เพลิน!! 

  • Cher_cheeva เฌอ-ชี-วา ขนมไทยโบราณในคาเฟ่ร่วมสมัย

    Cher_cheeva เฌอ-ชี-วา ขนมไทยโบราณในคาเฟ่ร่วมสมัย ร้านขนมไทยร่วมสมัยที่กำลังฮอตสุดๆในตอนนี้ แค่ก้าวเข้ามาในร้านก็ได้กลิ่นขนมไทยลอยอบอวน หลายอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย ซึ่งคุณไอซ์เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่าเป็นสูตรที่ตกทอดมาจากรุ่นตายาย ทั้งคุณไอซ์แล้วก็เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนรวมถึงคุณแม่เพื่อนก็มาช่วยกันลงมือทำขนมกันเองทุกอย่าง มีขนมไทยโบราณหาทานได้ยากหลายอย่าง ที่สะดุดตาคือการจัดจานและตกแต่งได้อย่างสวยงามบ่งบอกความเป็นไทยผ่านขนมไทยโบราณ  เริ่มที่ “Cher Set” รวมขนมไทย 10 อย่าง (ราคา 250 บาท) เช่น เสน่ห์จันทน์ จ่ามงกุฎ ทองเอก ขนมขี้หนู ลูกชุบ ตะโก้ ฝอยทอง และหยกมณี เป็นขนมไทยโบราณหาทานยาก ทำจากเม็ดสาคูผสมน้ำใบเตยปั้นเป็นก้อนคลุกกับมะพร้าวขูดมาต่อที่เมนูซิกเนเจอร์ “ขนมพระพาย” (ราคา 80 บาท) ที่ใช้น้ำลอยดอกมะลิมาผสมกับแป้ง น้ำใบเตย และน้ำอัญชัน นวดจนเนื้อแป้งเข้ากันดีใส่ไส้ถั่วกวนก่อนเสิร์ฟราดด้วยน้ำกะทิ เครื่องดื่มเย็นๆหน้าตาสวย เมนู “กรานิต้าอัญชันมะนาว” เกล็ดน้ำแข็งเย็นๆ รสอัญชันมะนาวดื่มแล้วสดชื่นเลยค่ะ อีกแก้วก็สดชื่นไม่แพ้กัน “บ๊วยโซดา” (ราคา 70 บาท ) ท็อปด้วยไอศกรีมบ๊วยที่ทางร้านทำเอง  ถ้าชอบหวานอมเปรี้ยวต้อง “ลิ้นจี่มะนาวโซดา” (ราคา 70 บาท) หอมไซรัปอัญชัน เมนูเขาเน้นสีสันถ่ายรูปสวยจริงๆ คนชอบแชะ แอนด์ แชร์ ห้ามพลาดร้านนี้ แนะนำให้โทรจองโต๊ะก่อนเพราะขนมค่อนข้างหมดเร็ว 

  • Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน

    Mamarin ก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านบึง Home Cooking เหมือนคุณแม่มาทำให้กิน Mamarin ชื่อร้านที่มีที่มาเก๋ๆ ผสมกันระหว่างคำว่า ‘หม่าม้า’ และคำว่า ‘มารินทร์’ เป็นชื่อคุณแม่ของคุณเค้ก B5 เจ้าของร้าน บอกเล่าความอร่อยในแบบ Home Cooking จากมือและใจของแม่สู่ลูกค้า ขอเริ่มจากของทานเล่น “กุ้งแพทอดกรอบ” (85 บาท) ที่เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มอาจาด ยังมีของทานเล่น เต้าหู้ทอด แผ่นเกี๊ยวทอด สั่งมาทานเพลินๆ “ก๋วยเตี๋ยวแห้งเย็นตาโฟ” (89 บาท) ซอสเข้มข้นมาก มาพร้อมน้ำซุปดั้งเดิมแบบแยกต่างหาก ที่สำคัญยังเพิ่มเครื่องเคียงอย่างหมึกสด เต้าหู้ทอดและกุ้งแพทอดกรอบให้ได้เคี้ยวกันแบบเพลินๆ ใครที่ชอบรสชาติจัดจ้านต้อง “ก๋วยเตี๋ยวต้มยำพริกสด” (เริ่มต้น 89 บาท) เพิ่มมะนาว พริกขี้หนูสด และถั่วลิสงคั่วใหม่สับหยาบๆ อร่อยครบรส เมนูคลาสสิกต้องยกให้ “ก๋วยเตี๋ยวน้ำดั้งเดิม” (เริ่มต้น 89 บาท) ความพิเศษจะอยู่ที่น้ำซุปบ้านบึงแบบดั้งเดิมที่เคี่ยวได้รสที่กลมกล่อม ยังมาพร้อมเครื่องเคียงหมูบะช่อผสมหมึกแห้ง กุ้งแห้ง หมูสไลด์ คาตั๊งหรือเนื้อหมูส่วนติดกระดูก ตับ เกี๊ยวแผ่นทอด และกระเทียมเจียวหอมๆ

  • ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ

    ชมวิว 360 องศาที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ทานอาหารต้องมีบรรยากาศ เปรี้ยวปากเช็คอินพาไปกินลมชมวิวที่ห้องอาหาร Saffron Sky Garden ชั้น 52 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ เหมาะกับพาคนพิเศษมาดินเนอร์มื้อเย็นทานไปชมวิวเมืองกรุงยามเย็น อาหารไทยที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานระหว่างอาหารไทยและเทคนิคของอาหารต่างชาติเข้าด้วยกันยังคงรสชาติอาหารไทยไว้ แต่ละจานก็สร้างสรรค์สวยงามจนต้องขอยกกล้องขึ้นมาถ่ายก่อนลงมือชิม เริ่มกันที่ "ของว่างรวม" (790 บาท)  สะเต๊ะไก่ กุ้งโสร่งทอด ยำส้มโอ ปอเปี๊ยะปลาฟูม้วนเป็นโรล ตัดด้วย "ซุปคาปูชิโน่ดอกโสนกับหอยเชลล์ย่าง"  เมนูนี้หน้าตาฝรั่งแต่รสชาติสไตล์ไทย เติมมะนาวนิดนึงเพิ่มความเปรี้ยวทำให้เมนูนี้ไม่หนักท้องเกินไป "ยำแซลมอน" (590 บาท) หอมใบแมงลักที่ใส่มาเติมกลิ่นเฉพาะตัว เสิร์ฟมาพร้อมดอกไม้ที่สามารถทานได้ จัดจ้านแบบน้ำยำถึงเครื่อง ส่วนเมนูนี้ก็เสิร์ฟแบบพอคำ "กุ้งย่างพริกสดเสิร์ฟคู่กับข้าวตัง"ถ้าชนะเลิศเรื่องความสวย ยกให้จานนี้ "ยำมะเขือยาวปู" เพิ่มคาเวียร์ ใส่แผ่นทองคำทานได้ เมนูใต้อย่าง "แกงกะทิปูใบชะพลูกับขนมจีนไข่ต้ม" (870 บาท) ถึงเครื่องหร่อยแรงๆแบบชาวใต้ ใครที่กำลังมองหาร้านดินเนอร์ บรรยกาศดี อาหารไทยอร่อย Saffron Sky Garden บันยันทรี กรุงเทพฯ มีครบจบที่เดียว

  • “ลมโชย” ไปที่เดียวอิ่มครบ 4 ภาค

     “ลมโชย” ไปที่เดียวอิ่มครบ 4 ภาค“ยามลมโชยมา พาใจหน่วงหนัก คิดถึงรัก ครั้งก่อนนั้นเคยรัญจวน” เสียงร้องจากเจ้าของร้านหน้าคุ้น คุณเอ๋ ศุภชัย นักปั้นมือทองที่ยกเมนูความอร่อยมาเสิร์ฟด้วยตัวเอง พร้อมบอกเล่าที่มาของร้านลมโชยที่อยากจะร้านอาหารติดริมแม่น้ำเจ้ายา ประจวบเหมาะกับเจ้าของเป็นเพื่อนสมัยเรียนจึงมาลงตัวที่โครงการ ล้ง 1919 เริ่มที่อาหารภาคใต้ บ้านเกิดของคุณเอเอง "แกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าวอ่อน"  จัดจ้านร้อนแรง คุณเอบอกกับเราว่าอาหารใต้ขี้เหนียวเครื่องไม่ได้ ไม่งั้นไม่อร่อย "ปลากระบอกทอดขมิ้น" ปลากระบอกชิ้นกำลังดีกรอบนอกนุ่มใน หอมกระเทียมเจียวทานกับข้าวสวยเพลิน ภาคอีสาน "ตำปูม้าอินเตอร์"  นัวปลาร้าอย่างดี ซึมเข้าเนื้อปูม้าสดๆ แซ่บจริงแซ่บจัง ภาคกลาง "ยำปลาดุกฟู"  ฟูได้ใจจริงๆ ภาคเหนือ "ขนมจีนน้ำเงี้ยว" คุณเอแอบบอกเคล็ดลับความอร่อยว่าเมนูนี้แอบเต็มเครื่องแกงใต้ลงไปทำให้น้ำเงี้ยวเข้มข้นและมีรสเผ็ดนิดๆเฉพาะตัว จะมาเป็นครอบครัว เป็นแก๊งค์ แต่ชอบอาหารไม่เหมือนกันก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับร้านลมโชย อาหารไทย 4 ภาค ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่พัดพากลิ่นอาหารหอมๆลอยมาแตะจมูก 

  • ไประนองต้องกินปลาหลุมพุก ร้านอาหารคุ้นลิ้น

    ถ้าถามหาอาหารพื้นเมืองระนองชื่อที่คนท้องถิ่นบอกกับทีมงานนึกถึงชื่อแรกๆก็คือ "ร้านอาหารคุ้นลิ้น" ใกล้กับสวนสาธารณะรักษะวาริน แช่ออนเซ็นน้ำพุร้อนเสร็จคลายเมื่อยก็มาเติมพลังท้องกัน บรรยากาศร้านคุ้นลิ้นเป็นโต๊ะไม้นั่งสบายๆตกแต่งด้วยตุ๊กตาไล่ฝน น่าจะเป็นการแก้เคล็ด เมืองฝนแปดแดดสี่ ที่มีหน้าฝนถี่จนเกือบทั้งปี  ประเดิมด้วยเมนูขึ้นชื่อ "ปลาหลุมพุกลุยสวน" (850 บาท) ปลาพื้นเมืองของระนอง เคี่ยวข้ามคืนกับเครื่องเทศจนก้างนุ่มทานได้ทั้งก้าง"ปลาทูทอดกะปิ" (150 บาท) ของขึ้นชื่อจังหวัดระนองก็ต้องเป็นกะปิ ยิ่งเอากะปิหอมๆมาราดลงบนปลาทูทอดทานกับข้าวสวยร้อนๆ รับรองความฟิน ส่วนเมนูนี้แนะนำต้องสั่ง "แกงส้มไข่ปลาริวกิว" (250 บาท) ไข่ปลาริวกิวลูกใหญ่ๆ รสชาติจัดจ้าน ร้อนแรงด้วยเครื่องแกงใต้ เมารถมาเนี่ย ซดแกงนี้เข้าถึงกับหายเมา "น้ำใบเหลียงปั่น" (60 บาท) เครื่องดื่มสุขภาพที่นำใบเหลียงไปปั่นกับส้มจี๊ดและน้ำมะนาว ดื่มแล้วสดชื่นมากๆ   

  • จิบกาแฟ กลางทุ่งหญ้าเหมือนอยู่เมืองนอกที่ Dean & Deluca เขาใหญ่

    Dean & Deluca สาขานี้อยู่ภายในโครงการ AKAS เขาใหญ่ จะเป็น Pop-Up Cafe ตกแต่งในสไตล์อเมริกันทำอาหารบน Food Truck ส่วนที่นั่งทานอาหาร บรรยากาศชิวๆใกล้ชิดธรรมชาติล้อมรอบด้วยวิวภูเขาจะมานั่งจิบกาแฟหรืออ่านหนังสือชิวๆก็ยังได้เพราะคอนเซปท์ที่นี่ต้องการให้เป็นโอเอซิสที่สามารถมารับลมหนาวท่ามกลางบรรยากาศเขียวขจีของเขาใหญ่นั่นเองซึ่งเหมาะกับการมารับลมหนาวจริงๆโดยเฉพาะสายฮิปมุมถ่ายรูปกับดอกหญ้า โพสรูปทีเรียกไลก์รัวๆเลยค่ะGrilled Chicken Caesar อกไก่ย่างมาบนผักสดกรอบและน้ำสลัดซีซาร์โฮมเมดอร่อยได้สุขภาพ Khao Yai Cheese Burger เบอร์เกอร์เนื้อเป็นเนื้อไทย-วากิว ที่คนรักเนื้อห้ามพลาดเมนูนี้!!! All American Breakfast Griddle ชุดอาหารเช้าแบบอเมริกัน ที่จะมีทั้งไข่ดาว แฮม เบคอน เมนูเดียวอิ่มท้องเอาอยู่ Khao Yai Tropical Pancakes แพนเค้กที่จะมีผลไม้ถึง 4 ชนิดด้วยกัน มะม่วง สับปะรด กล้วย และสตอว์เบอร์รี่ ราดด้วย Maple Syrup เพิ่มความหอมหวาน อาหารก็จัดว่าเด็ดไม่แพ้กันแนะนำว่าให้รีบมาด่วน!! เพราะมีถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้เท่านั้น!!

  • Mikan Sushi ซูชิสุดพรีเมี่ยม

    แค่เดินเข้ามาในร้านก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น บรรยากาศตกแต่งด้วยโทนไม้ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง แต่สะดุดตาคือวัตถุดิบโชว์ในตู้ สดมาก พรีเมียมจริงๆ เจ้าของร้านคนสวยอย่างน้องเซน เมจกา คอนเฟิร์มความสดใหม่วัตถุดิบส่งตรงจากญี่ปุ่น คุณเซนเล่าจุดเริ่มต้นของร้านนี้“ คือทางเซนและหุ้นส่วนชอบกินอาหารญี่ปุ่นกันมากค่ะ ก็เลยมีความคิดว่าอยากเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นที่อร่อยทุกเมนู มาที่ร้านเดียวสามารถเลือกกินได้ทั้งซูชิ ซาซิมิ อุด้ง โรล ทุกอย่างที่เป็นอาหารญี่ปุ่นค่ะ วัตถุส่วนใหญ่มาจากหลายที่ทั้งญี่ปุ่น นอร์เวย์ ออสเตรเลีย แคนาดา เพราะวัตถุดิบแต่ละชนิดจะดีต่างกัน ก็เลยต้องเลือกมาจากหลายประเทศค่ะ ”ที่มา Mikan แปลว่าส้ม ถือว่าส้มเป็นผลไม้มงคลและเมื่อพูดถึงอาหารญี่ปุ่นก็ต้องนึกถึงปลาแซลมอนซึ่งเนื้อก็มีสีส้มเหมือนกันก็เลยเอาตั้งเป็นชื่อร้านเมนูเด็ดของร้าน คอซูชิถึงกับต้องร้องโอ้โห "10 kinds Sushi set" (940 บาท)  ประกอบด้วย หอยสังข์ กุ้งหวาน ปลาซาบะ ปลาแซลมอน  "ซาซิมิรวม" (เริ่มต้นคำละ 180 บาท) จะมีทั้งโอโทโร่ ชูโทโร่ ฮามาจิ หอยเชลล์ กุ้ง ไข่ปลาแซลมอน ไข่กุ้ง ไข่หอยเม่น ฯ "Kanzan Hotate Roll" (320 บาท) เป็นคาลิเฟอร์เนียโรลที่โรยหน้าด้วยหอยเชลล์ตัวเล็กชุบแป้งทอด "Hokkaido Ume Cheese" (160 บาท) เป็นชีสหลายตัวที่นำไปผสมกับบ๊วยสับปรุงด้วยเครื่องปรุงสูตรพิเศษของทางร้าน ทานคู่กับสาหร่ายย่าง เป็นเมนูโปรดของคุณเซนเอง "Lobster Sashimi + Tofu Nabe Set" เป็นล็อบเตอร์จากแคนาดาที่จะนำเนื้อมาทำเป็นซาซิมิ และก็นำส่วนตัวไปทำหม้อไฟนาเบะ "Hotate + มันปู + เห็ดเข็มทองย่าง" (880 บาท) จะเสิร์ฟมาพร้อมเตาให้ได้มาปิ้งย่างกันแบบสดๆถึงที่โต๊ะ โดยเฉพาะมันปู ย่างหอมๆ นุ่มละลายในปาก

  • ผูกปิ่นโตเมนูสุขภาพกับ Zozeen EateeBeautii Café

    ผูกปิ่นโตเมนูสุขภาพกับ Zozeen EateeBeautii Café มาดูแลสุขภาพให้กับตัวเองและคนที่คุณรักกันค่ะ Zozeen EateeBeautii Cafe ร้านอาหารสำหรับสายสุขภาพ สายเฮลตี้ สายคลีน ที่ทั้งสดและอร่อยกับหลากหลายเมนูไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า กลางวัน เย็น หรือของหวานแบบคลีนๆ ก็สามารถฝากท้องไว้ที่ร้าน คุณซีน ปัณณ์ญาณัช เจ้าของร้านและยังเป็น Healthy Blogger  คอยแนะนำและออกแบบอาหารที่เหมาะกับลูกค้าครบครันขนาดนี้ต้องมาลอง เริ่มกันที่ "Wrap Salad" (99 บาท) เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน แป้งผสมฟักทองและมันม่วง เหมาะกับคนที่แพ้กลูเตน ข้างในก็จะเป็นปลาและผัก มีให้เลือกถึง 7 ไส้"สเต็กอกไก่ยัดไส้ผักโขมแครนเบอรี่" (238 บาท) อกไก่ห่อผักโขม หอมใหญ่และแครนเบอรี่ เสิร์ฟคู่กับมันม่วงบดหวานๆ "ข้าวผัดปลาทู" (85 บาท) ที่ร้านจะใช้ข้าวกล้องนำไปผัดให้ไม่แห้งมาก ก่อนเสิร์ฟจะเหยาะน้ำปลาแบบ Low โซเดี่ยม ไปที่ขอบกระทะเพื่อให้ความหอมเพิ่ม "Super food bowl" (198 บาท) เมนูซุปเปอร์ฟู้ด ด้านล่างจะเป็นข้าวโอ๊ต ชั้นถัดมาจะเป็นสมูทตี้เบอร์รี่ โรยด้วยธัญพืชเช่น Cacao บลูเบอร์รี่ เกสรผึ้ง มะพร้าวอบแห้ง อาหารสุขภาพไม่ได้มีแค่ผัก ปลา ที่นี่ยังมี "โทสต์พีนัทบัตเตอร์" (175 บาท) ขนมปังโฮทวีตจะเป็นแบบที่ไม่ใส่เนย ส่วนตัวซอสจะเป็นเนยถั่วที่ร้านผสมเองแล้วท็อปด้วยกล้วย ยกให้จานนี้เป็นเมนูแคลอรี่ต่ำถูกใจสาวกขนมหวาน

  • เปรี้ยวปาก เช็คอิน ฉลองยิ่งใหญ่ 14 ปี ! จัดงาน ‘Preawpak Festival 2018’

    เปรี้ยวปาก เช็คอิน ฉลองยิ่งใหญ่ 14 ปี! จัดงาน ‘Preawpak Festival 2018’ ขนทัพร้านอร่อยตามรอยเปรี้ยวปาก มากกว่า 50 ร้านค้า อาทิ ร้านตะบันตำ ร้านติ่งเกาหลี ร้านฮิตติดเทรนด์ CHUB N’ CHEW รวมถึงร้านศิลปินดาราเพียบ นำทัพโดยสองพิธีกรคู่ซี้ จอย รินลณี และ เต๋อ ฉันทวิชช์ กิน ช็อป ชิลล์ และพบกับคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ เอิ๊ต ภัทรวี อิ้งค์ วรันธร แหนม รณเดช! งานนี้มีรางวัลให้ลุ้นกันด้วยนะจ๊ะ ห้ามพลาด !! แล้วพบกัน วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม 2561 – วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤษภาคม 2561 เวลา 11.00 – 22.00 น. ณ ลานเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ * ไม่ต้องไปหลายที่ก็ได้กิน เพราะเปรี้ยวปาก รวบรวมมาให้คุณไว้ที่นี่แล้ว 

  • Forest Bake ดินแดนขนมอบสไตล์โฮมเมด

    จากสูตรขนมอบในบ้านกลายเป็นร้านสไตล์โฮมเมดอย่าง "Forest Bake" ร้านเบเกอรี่น่ารักๆอบอวลไปด้วยกลิ่นขนมอบท่ามกลางบรรยากาศป่าเขาเหมือนในเทพนิยาย ที่หอมกลิ่นขนมอบขนาดนี้เป็นเพราะครัวอยู่ด้านหลังร้านนั่นเอง อบเสร็จใหม่ๆหอมๆก็ออกมาวางขายที่หน้าร้านเลยคุณลิน-นลินา เจ้าของร้านก็เป็นถึง Food Stylist การรันตีเรื่องความสวยงามและความอร่อยก็ไม่แพ้กัน จากสูตรขนมอบฝีมือคุณป้าและคุณแม่เค้กที่นี่ไม่ใช่แค่สวยเท่านั้น แต่ได้รับการใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งวัตถุดิบ รสชาติ และหน้าตาของอาหาร"Multigraing Loaf" ขนมปังธัญพืช มีทั้งงาดำ ข้าวบาร์เล่ย์ และธัญพืชอื่นๆอีกมากมาย ทานคู่กับ "Strawberry & Peach Jam" แยมสตรอเบอรี่ผสมพีชโฮมเมด หอม หวาน"Custard Cake Set" คัสตาร์ดเสิร์ฟพร้อมผลไม้ตามฤดูกาล ทานคู่กับไอศกรีมเชอร์เบทอัญชันมะนาว"Sticky Bun" ขนมปังท็อปด้วยคาราเมลโรยถั่ว"Fox Tales Carrot Cake" เค้กแครอทผสมครีมชีส ด้านบนมีผลไม้อบแห้ง

  • The Hass Bistro สาวกอะโวคาโดต้องร้องว้าว

    สายสุขภาพต้องห้ามพลาดกับร้าน "The Hass Bistro" ร้านสำหรับคนเลิฟอะโวคาโด อะโวคาโดถือเป็น Super Fruit ที่มีประโยชน์มากมายและมีไขมันดีช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย ในร้านมีทั้งอะโวคาโดสดและหลากหลายเมนูที่ทำจากอะโวคาโด รับรองว่าอร่อย ไม่เลี่ยนและมีประโยชน์แน่นอนชื่อร้าน "The Hass Bistro" นั้นมาจากพันธุ์อะโวคาโดชื่อ Hass ที่ได้รับความนิยม มีรสชาติหวาน มันที่สุด เจ้าของร้านจึงนำมาตั้งเป็นชื่อร้านเก๋ๆนั่นเองร้านตั้งอยู่สุขุมวิท 49 แค่เข้ามาในร้านก็รู้สึกถึงบรรยากาศสบายๆ แต่อบอุ่น และยังมีโซนบาร์น้ำผลไม้อีกด้วย"Avoburger" เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน ใครมาที่ร้านต้องสั่งแน่นอน เป็นเมนูเบอร์เกอร์ที่ใช้เนื้ออะโวคาโดล้วนๆมาแทนขนมปัง"DIY Guacamole" ถ้ามาทานที่ร้านจะมีครกมาให้ เราสามารถผสมวัตถุดิบเข้าด้วยกันแล้วก็ทานได้ด้วยตัวเอง วัตถุดิบมีทั้ง อะโวคาโด หอม ผักชี และมะเขือเทศ ทานคู่กับชิป"Spicy Salmon Sald""Veggie Noodle with Pesto Sauce" เส้นทำมาจากแครอท และเส้นซูกินี ทานกับซอสเพสโต้"Tofu Steak with Chimichurri Avocado"ปิดท้ายด้วยเมนูขนมหวานที่ทำจากอะโวคาโด  "Avocado Cheese Cake with Avocado Sauce"

  • Seoulcial Club คาเฟ่ใหม่ใจกลางสยาม

    ใครที่กำลังมองหาคาเฟ่เก๋ๆ ถ่ายรูปสวย ขนมอร่อย ที่สายเกาหลีต้องชอบ "Seoulcial Club" คาเฟ่เกาหลีสุดฟรุ้งฟริ้งใจกลางสยามสแควร์ รับรองว่าถูกใจสายเกาหลีชาวไทยแน่นอน บรรยากาศก็ดี มุมถ่ายรูปก็เพียบ จะถ่ายรูปชิคๆ คูลๆก็ได้แบบสบายๆนอกจากสายเกาหลีที่ห้ามพลาดแล้วคอกาแฟก็ห้ามพลาดเช่นกัน เพราะทางร้านถึงขั้นสั่งทำเครื่องกาแฟยี่ห้อ Mavam สีทองจากเมืองซีแอทเทิลเป็นเครื่องแรกของไทยที่คอกาแฟสาย Specialty Coffee ชั้นดีต้องห้ามพลาด"Very Dirty Coffee" เอสเพรสโซ่ช็อตผสมนม ท็อปด้วยครีมเย็นๆโรยดาร์กช็อคโกแลต"Purple Potato Milk""Strawberry Milk" นมฮอกไกโดผสมซอสสตรอเบอรี่โฮมเมด"Chocolate Marshmallow" ด้านล่างเป็นดาร์คช็อคโกแลตเข้มข้น ท็อปด้วยมาร์ชเมลโล่ที่ไม่หวานมาก เป็นความหวานและขมที่เข้ากันอย่างลงตัว"24K Magic" กาแฟคาปูชิโน่ แปะด้วยทอง 24K ที่ทานได้ ดูหรูหรา ไฮโซมากๆ"Pink Croissant" ไส้ด้านในเป็นราสเบอร์รี่ผสมสตรอเบอร์รี่"Chocolate Mascarpone Cake""Fresh Strawberry Cheese Pie"เมนูขนมหวานของที่นี่นอกจากหน้าดีแล้วยังรสชาติดีเกินคาด ใครมาสยามอย่าลืมแวะมาร้าน "Seoulcial Club" ที่สยามซอย 3 กันนะคะ

  • ่ครึ่งวันทริป ตลาดน้อย ร้อยกว่ารูป

    วันนี้แอดเจน กับแอดนุ่ม ชวนกันมาหามุมถ่ายรูปที่ #ตลาดน้อย งานนี้สองสาวเค้า Acting กันไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ เลยได้มาเบาๆ 4 - 500 รูป แต่แอดจ้อยขอคัดมาเฉพาะอันที่พอดูได้ให้ชมแล้วกันนะคะ นัดนี้แก๊งเราเดินทางมาด้วย MRT ลงที่สถานีหัวลำโพง แล้วต่อรถมาที่ตลาดน้อยเลยจ้า 10.00 น. เวลากำลังดีกับการนัดกันของทริปนี้ ทุกคนมาพร้อมรวมตัวกับที่โฮสเทลเล็กๆ ตรงหน้าปากซอยเจริญกรุง 22 วันนี้ถือว่าแดดดีทีเดียว มีครึ้มบ้างแต่ใจสู้ซะอย่าง ลุยค่ะ! เราเริ่มลั่น Shutter กันตั้งแต่หน้าปากซอย ที่ตลาดน้อยจะเป็นตึกแถวแบบโบราณ เหมือนที่เราเคยดูในละครพีเรียท เดินผ่านมาเห็นประตูบ้านสีวินเทจแบบนี้ เลยต้องขอถ่ายเก็บไว้หน่อยค่ะ 10.10 น. เดินเข้ามาอีกหน่อย ก็เจอกับร้านกะหรี่ปั๊บเจ้าดัง “คุณปุ๊กะหรี่ปั๊บ” ที่ใจดีหอบกระหรี่ปั๊บให้ทีมงานมา 1 กล่องใหญ่ และขนมเทียนอีกคนละ 2 ชิ้นให้ลองชิมกัน - แอดบอกแบบไม่อวยเลยว่า กะหรี่ปั๊บเค้าดีจริงๆ กรอบนอก อร่อยไส้ ไม่อมน้ำมัน ทานได้เรื่อยๆ -10.30 น. พวกเราโอ้เอ้ เดินถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ จะสุดซอยเจริญกรุง 22 (ก็จะเป็นซอยวานิช 2) ถ้าเราเลี้ยวขวา ก็จะเจอกับภาพวาดมุมฮิตอีกมุมที่ใครมาก็ต้องถ่ายรูปกัน แต่ถ้าเลี้ยวซ้าย ก็จะเจอกับ ร้านเป็ดตุ๋นเจ้าท่า ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นร้านฮิตที่ใครมาต้องแวะกินจุดหมายของเราคือฝั่งตรงข้ามกับร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด จะเป็นทางเข้าของ “ศาลเจ้าฮ้อนหว่องกุง” หรือ “ศาลเจ้าโรงเกือก” ค่ะ จุดนี้คืออีกจุดพีคของที่นี่ ที่เราจะได้ถ่ายรูปแบบฮิพๆ กับภาพวาด Street Art ที่สะท้อนความเป็นตลาดน้อย เป็นทางยาวเกือบถึงทางเข้าศาลเจ้าเลยที่อยู่สุดซอยเลยทีเดียว  - กว่าจะถึงวัด ....-10.50 น. หลังจากไหว้ขอพร เทพเจ้าในศาลเจ้าแล้ว ก็ขอเก็บภาพบรรยากาศหน่อย เพราะศาลเจ้าที่นี่ อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศดีมาก11.10 น. ออกมาจากศาลเจ้า เดินตรงตามทางเลี้ยวลัดต่ออีกหน่อย จะเจอกับ “บ้านโซวเฮงไถ่” คฤหาสน์เก๋งจีนโบราณ ที่มีสระน้ำโดดเด่นอยู่กลางบ้าน เป็นอีกหนึ่งจุดที่ใครๆ ก็ต้องมา  เข้าไปอย่าลืมอุดหนุนเครื่องดื่มอย่างน้อยคนละ 1 แก้วนะคะ บอกเลยว่าเครื่องดื่มที่นี่ เติมความสดชื่นได้ดีจริงๆ แถมยังได้พักถ่ายรูปในนี้ได้อีกเป็นร้อย โดยเฉพาะมุมสระน้ำนี่แหละค่ะ12.00 น. เที่ยงตรงเป๊ะ แอดเจนต้องทานข้าวให้ตรงเวลา พวกเราเลยได้ทานเป็ดตุ๋นเจ้าท่าคนละชามสองชาม ก่อนที่จะขึ้นเรือที่ #ท่าเรือกรมเจ้าท่า แยกย้ายกัน แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าน๊า! คุณปุ๊ กะหรี่ปั๊บ ณ ตลาดน้อย ชิ้นละ 8 บาท มี 6 ไส้ด้วยกัน คือ ไส้ไก่ , เผือก , ถั่วหวาน , ถั่วเค็ม , สับปะรด , มะพร้าว โทร 0 2237 5425 , 08 0602 2055 #บ้านโซวเฮงไถ่ คฤหาสน์เก๋งจีนโบราณ เปิดอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

  • เดินชิลเมืองเก่าแวะถ่ายรูปชิคๆที่ Street Art สวรรคโลก

    "Street Art สวรรคโลก" แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของสุโขทัยอยู่ที่ถนนกลางเมือง มีภาพสตรีอาร์ตตามผนังบ้านเรือนสวยๆมากมายที่ถูกสร้างสรรค์โดยศิลปินอาร์ตชั้นนำของเมืองไทยและต่างชาติ แต่ละภาพจะมีสตอรี่เพราะเป็นหนึ่งในโครงการ Experiencing Asian Pop Culture ที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดทำขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวแถบภูมิภาคอาเซียนที่หลงเสน่ห์งานอาร์ตเดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทยกัน"ภาพนักสู้" วาดโดยศิลปินชาวสิงคโปร์ และบุคคลในภาพคือ "สลักจิต เทียนหิรัญ" นักมวยชื่อดังชาวไทย"ภาพสาวน้อยผู้มาไกลจากต่างแดน" ผลงานของศิลปินชาวมาเลเซีย ใกล้ๆบริเวณ Street Art มีร้านกาแฟเล็กๆอย่างร้าน "ไฮ้กาแฟ" ที่เก๋าและยืนหยัดมากว่า 60 ปีแล้ว ทั้งคนสวรรคโลกและนักท่องเที่ยวต่างมานั่งจิบกาแฟชิลๆสัมผัสบรรยากาศคลาสสิกดูภาพสตรีทอาร์ทได้แบบเพลินๆ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 05.30-15.00 น. หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 08-9642-6362ใครมาสวรรคโลกอย่าลืมมาแวะถ่ายรูปชิคๆกันที่ "Street Art สวรรคโลก" บริเวณถนนกลางเมือง ย่านการค้าเก่า อ.สวรรคโลก

  • ห้องอาหารเชลียง อาหารไทยโบราณ ณ โรงแรมชินะปุระ จังหวัดพิษณุโลก

    ตามมาสัมผัสความอร่อยของอาหารไทยโบราณกันที่ "ห้องอาหารเชลียง โรงแรมชินะปุระ จังหวัดพิษณุโลก" กับหลากหลายอาหารโบราณด้วยฝีมือเชฟที่มีความถนัดในด้านอาหารไทยเป็นพิเศษ ทั้งรสชาติและการตกแต่งจานสวยงามจับตามากๆ "โรงแรมชินะปุระ หรือ Shinnabhura Historic Boutique Hotel"  โรงแรมเชิงท่องเที่ยวแนวประวัติศาสตร์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพิษณุโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์มากมาย ที่มาของชื่อโรงแรม "ชินะปุระ" มาจากคำว่า "ชิน" หมายถึง "พระพุทธเจ้า" หรือ "ผู้ชนะ" อีกนัยหนึ่งยังพ้องกับชื่อพระพุทธรูปสำคัญของเมืองพิษณุโลกนั่นคือ "ชินราช" ซึ่งหมายถึง "ราชาผู้ชนะกิลเลส" อีกด้วย ส่วนคำว่า "ปุระ" หมายถึง "เมือง" ดังนั้น ชินะปุระ จึงหมายถึง เมืองแห่งผู้ชนะ หรือ เมืองแห่งชินราช นั่นเอง"ห้องอาหารเชลียง" เปิดให้บริการทั้งอาหารเช้า กลางวัน และมื้อค่ำ อาหารแต่ละเมนูล้วนถูกคัดสรรมาแล้วจากเชฟที่มีความถนัดในด้านอาหารไทยเป็นพิเศษรอบเช้าเปิดตั้งแต่เวลา 6.30-10.30 น.รอบกลางวันเปิดตั้งแต่เวลา 11.00-17.00 น.รอบเย็นเปิดตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น."เมี่ยงคำกลีบบัวหลวง""ยำส้มโอกุ้งแม่น้ำสองแคว""ยำมังคุดมหาเทวี""กรกฎสองทัพ""หัวปลีทอดกรอบกุ้งสดน้ำยำทรงเครื่อง""โรงแรมชินะปุระ พิษณุโลก" ตั้งอยู่บน ถ.สีหราชเดโชชัย อ.เมืองพิษณุโลก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-5521-9888

  • บ้านเบญจมาศ ตำรับความอร่อย อาหารไทยชาววัง

    เปรี้ยวปากขอพาทุกคนมาลิ้มรสตำรับอาหารไทยชาววังในบรรยากาศแห่งยุคสยามกันที่ร้าน "บ้านเบญจมาศ" ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิถีชีวิตคนไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 เมนูต่างๆก็สวยงามประณีตสุดๆและแต่ละเมนูผ่านการคัดสรรมาจากฝีมือเชฟรางวัลการันตีการแข่งขันโอลิมปิก "ร้านบ้านเบญจมาศ" ตัวร้านโดดเด่นด้วยอาคารสไตล์โคโลเนียลสีครีมนวลตา ตัดกับซุ้มประตูโค้งด้านหน้าตึกซึ่งเก๋ไก๋โดดเด่นมากเข้ามาภายในร้านก็มีพนักงานของร้านที่แต่งชุดไทยประยุกต์ นุ่งโจงกระเบนคอยต้อนรับพร้อมส่งรอยยิ้ม ส่วนเมนูก็สวยงามประณีตเหมาะมานั่งฟังเพลงเคล้าไปกับการทานอาหารที่แสนละเมียดละไม"ข้าวปรุงน้ำพริกเจ้าจอม (350 บาท)" เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือเสิร์ฟคู่กับแซลมอน ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสูตรน้ำพริกลงเรือของเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ในรัชกาลที่ 5"ส้มฉุนกรุ่นกลิ่นส้มซ่า (140 บาท)" เมนูของหวานหาทานยากเสิร์ฟมาในโถแก้วอย่างสวยงาม เป็นผลไม้ลอยแก้วที่ทำจากผลไม้ไทยตามฤดูกาล แล้วนำมาปรุงด้วยน้ำเชื่อมกลิ่นผิวส้มซ่าทานคู่กับน้ำแข็งทุบละเอียด หวานเย็นชื่นใจ"ข้าวมันไก่ฝรั่งเศส (320 บาท)" เป็นเมนูที่ผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและวัฒนธรรมตะวันตก"แกงพะแนงเป็ดรมควันใส่ผลไม้ (390 บาท)" แกงพะแนงปรุงจากพริกแกงสดใหม่ทุกวัน ใส่เนื้ออกเป็ดรมควันเนื้อแน่นและผลไม้ไทยอย่างลิ้นจี่"พุดดิ้งกล้วยโอชารส (180 บาท)" พุดดิ้งสไตล์ไทยที่ทำจากกล้วย ทานคู่กับซอสน้ำดอกกุหลาบรสเปรี้ยวอมหวาน เนื้อพุดดิ้งนุ่มละลายในปากตามมาชิมและชมความงามของตำรับอาหารไทยชาววังได้ที่ "ร้านบ้านเบญจมาศ" ตั้งอยู่ใน ซ.อารีย์ 1 ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 10.30-22.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2279-8055

  • Coco Cabana Cafe

    อยู่ไทยยังไงให้เหมือน ได้ไปบาหลี? ไปที่นี่ไงจ๊ะ Coco Cabana Café สยามนี่เอง! ที่เดียวครบจบในตัว feel like ฮาวาย บาหลี เครื่องดื่มสดชื่นมีสไตล์ ขนมหวานๆ มีท็อปปิ้งให้เลือกมากมาย มาในถ้วยเก๋ๆ แบบริมหาด แถมยังแพ็คคู่อยู่กับร้านเสื้อผ้า สายสวย สาวๆ ชาวเล ชุดพริ้ว กระเป๋า หมวก เครื่องประดับ ชุดว่ายน้ำ ผ้านั่งชายหาด👗👙 👒 ทะเลจบๆ ไปเลยจ้ะเมนูแนะนำ น้ำส้ม แท้ 100% ใส่ไข่มุกบุก น้ำตาลสด ไอศกรีมมะพร้าวหอมชื่นใจ ซื้อเครื่องดื่มเสร็จ ถ่ายรูปวนไปเท่าไหร่ก็ได้ ช็อปต่อให้หนำใจ

  • Muji - สามย่าน มิตรทาวน์

    เปิดวาร์ป #มูจิสาขาสามย่านมิตรทาวน์ ใหญ่ที่สุดในไทย ของเยอะแค่ไหนไปส่องกัน เรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรเลยจ้า แบ่ง Zone เป็นสัดเป็นส่วน #LivingRoom โซนมุมนั่งเล่น ด้วยเฟอร์นิเจอร์ และของใช้มูจิ ที่แต่ละชิ้นเน้นตอบโจทย์การใช้งาน ดีไซน์สไตล์มินิมอลน่านั่ง น่านอน #MUJIGreen โซนต้นไม้ พร้อมอุปกรณ์ทำสวนสุดน่ารัก #Bicycle โซนจักรยานที่ดูคลาสสิคเรียบง่ายสไตล์มูจิ #MujiCafé โซนนี้ถือเป็นโซนที่ฮือฮาชาวไทยมาก คาเฟ่มูจิสาขาแรกในไทยมีทั้งเครื่องดื่ม และเบเกอร์รี่ #MUJIBooks มีหนังสือให้เลือกอ่านเยอะมาก เหมือนห้องสมุดย่อมๆ เลยก็ว่าได้ อ่านไป จิบกาแฟไปได้ความเพลิดเพลิน พร้อมมุมแสดงโปสเตอร์ที่บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ตั้งแต่ก่อตั้ง #InteriorConsultationService มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาเรื่องการตกแต่งภายใน แถมยังมีบริการวางผังเฟอร์นิเจอร์แบบสี 3D #MUJILabo โซนเสื้อผ้าที่ใส่ร่วมกันได้ทั้งชายและหญิง #ReMUJI โซนที่นำสินค้าเครื่องแต่งกายคอลเลกชั่นเก่า มาย้อมสีผลิตใหม่ เป็นการลดขยะFYI : สาขานี้มีบริการ #ตัดขากางเกงฟรี, #MUJIYourself ออกแบบลวดลายบนสินค้าด้วยตัวเอง,#EmbroideryService ปักลาย ตัวอักษรบนเสื้อผ้า หมวก กระเป๋า ฯลฯ ได้กว่า 200 ดีไซน์

  • Peculiar Café

    Peculiar Café (พิคิวเลียร์ แกลเลอรี แอนด์ คาเฟ่) คาเฟ่เล็กๆ ในบ้านย่านวัชรพลที่มาพร้อมคอนเซปต์ Hidden home cafe ลึกลับ และแปลกตามชื่อร้าน แต่ลงตัวด้วยบรรดาของตกแต่งสะสมของเจ้าของร้าน ใครมาก็เหมือนมาเยือนพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว สัตว์สตัฟฟ์สวยๆ เฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ มุมถ่ายรูปและพร็อบให้ยืมแน่นมาก และนอกจากเจ้าของร้านที่น่ารักใจดีเป็นกันเองแล้ว ยังมีเจ้าบ้านอีกสองตัว ได้แก่ เจ้าMaggieแม็กกี้ และ เจ้า Balmain น้องหมาน้องแมวสุดน่ารักคอยต้อนรับอีกด้วยเมนูแนะนำ- Peculiar Jade (135 บาท) ความลงตัวของเครื่องดื่มชาเขียว กาแฟ นมและลอดช่องวัดเจษฯ อร่อยนัวมาก - Peculiar Jardin (130 บาท) เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำส้มยูซุ น้ำผึ้ง เลมอนเข้ากันกับผลเบอร์รีที่โรยท็อปปิ้ง แก้วนี้สาวๆ ต้องชอบ - Choco Mint (115 บาท) ช็อกโกแลตปั่นในแก้วมิ้นต์กลิ่นหอมเย็นๆ หวานสดชื่น - Basque Burnt Cheesecake (180 บาท) ชีสเค้กสเปน หวานเข้มข้น เนื้อแน่น - Homemade Brownie (75 บาท) ช็อกโกแลตเข้มข้น เนื้อบราวนี่นุ่ม  💚FYI : เนื่องจากร้านมีขนาดไม่ใหญ่มาก เป็นบ้านส่วนตัวและอยู่ในหมู่บ้าน ก่อนไปแนะนำให้โทรสอบถามจำนวนที่นั่งก่อน ส่วนเมนูขนมของร้านจะเปลี่ยนไปตามซีซั่นนะจ๊ะ

  • สามย่านมิตรทาวน์ กับโซน 24 ชั่วโมง แหล่งรวมของสุดชิคใจกลางกรุง

    "สามย่านมิตรทาวน์" แลนด์มาร์คแห่งใหม่สุดจัดจ้านในสามย่าน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างครบครันกับ "โซน 24 ชั่วโมง" ที่รวบรวมร้านอร่อยๆ และ Co-working Space มาไว้ในที่เดียว แถมยังเดินทางสะดวกมีรถไฟฟ้า MRT เชื่อมต่อมาถึงด้านในเลยที่ "สามย่านมิตรทาวน์" เดินทางสะดวกสบาายมีทั้งรถโดยารประจำทาง, รถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้า MRT โดยลงที่สถานีสามย่าน จะมีมุมฮิต ถ่ายรูปเก๋ๆ ที่ทุกคนที่มาต้องแวะมาถ่ายรูปอย่าง "อุโมงค์อวกาศ" ทางเดินกว่า 100 เมตร ที่เป็นอุโมงค์ปูนเปลือยช่วงกลางทางเดินช่วงหนึ่งจะเป็นพื้นกระจกให้มองเห็นด้านล่างได้ ซึ่งอุโมงค์นี้จะเชื่อมจากสถานีสามย่านมายังสามย่านมิตรทาวน์เลยภายในศูนย์การค้ามีทั้งหมด 5 ชั้น และชั้นใต้ดินอีกหนึ่งชั้น และโซนไฮไลท์สำหรับที่นี่เลยคือ "โซน 24 ชั่วโมง" แหล่งรวมทั้งร้านอาหารอย่าง เคเอฟซี, ชาบูชิ, สตาร์บัคส์, คาเฟ่ อเมซอน, สเวนเซ่นส์ และอื่นๆ อีกมากมายอีกหนึ่งความน่าสนใจของที่นี่คือ "SAMYAN CO-OP" Co-Learning Space เปิดให้บริการฟรี 24 ชั่วโมง ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ ชั้น 2 ถึง ชั้น 3 ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้งร้านกาแฟ ห้องน้ำ ห้องทำงานส่วนตัว แถมยังมีปลั๊กไฟและ Wi-Fi อีกด้วย หากใครสนใจเพียงแค่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้"MEDIUM and More" แหล่งรวมอุปกรณ์ศิลปะ งานประดิษฐ์ และงานฝีมือแบบที่ไม่เหมือนใคร แล้วยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปงานคราฟต์โดยผู้เชี่ยวชาญมากมายอีกด้วย"สามย่านมิตรทาวน์" ตั้งอยู่ที่หัวมุมถนนพญาไท-พระราม 4 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 22.00 น.โซน 24 ชั่วโมง เปิดบริการทุกวัน เวลา 00.00 - 23.59 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2764-6241

  • เข้าสู่คาเฟ่แห่งจินตนาการใน นิทานคาเฟ่

    'เที่ยวหนึ่งวันปทุมธานี' พลาดไม่ได้กับคาเฟ่เปิดใหม่ในสวนสวยสไตล์อังกฤษที่ "นิทานคาเฟ่ (Nitan Cafe & Garden)" มีสวนและลำธารเล็กๆ ให้ความสดชื่น ร่มรื่นเหมือนหลุดเข้าไปในโลกนิทาน มุมถ่ายรูปก็เพียบ มีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และของหวานมากมายที่ทางร้านสร้างสรรค์ขึ้นมาจากใจ'นิทานคาเฟ่' เกิดจากความฝันของ 'แอน-ปรัชญา สิงห์โต' และ 'โบว์-ศิวาพร สิงห์โต' คู่สามีภรรยาที่อยากมีคาเฟ่เล็กๆ ให้บรรยากาศราวกับอยู่ในนิทานสักเรื่อง จึงกลายเป็นคอนเซปต์ร้านน่ารักๆ เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เมนูอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงบรรยากาศร้านที่ตกแต่งให้อยู่ในสวน มีดอกไม้ ลำธาร โดยใช้ชื่อลูกสาวของทั้งคู่ ชื่อว่า 'น้องนิทาน' มาตั้งเป็นชื่อร้านกว่าจะกลายมาเป็นร้านนิทานคาเฟ่ คุณแอนและคุณโบว์จึงให้น้องสาว 'โมนา-พิมพ์ลภัส น้ำเงินใจงาม' ไปเรียนทำขนมอยู่หลายคอร์ส เพื่อมาเป็นผู้จัดการร้านและดูแลเมนูอาหารร่วมกัน แต่กว่าจะสร้างสรรค์รายชื่อเมนูสนุกๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากโลกแห่งนิทาน พวกเขาต้องช่วยกันระดมความคิดอย่างหนักแล้วค่อยๆ พัฒนามาเรื่อยๆ จนได้ชื่อเมนูและตัวเมนูที่มีความสอดคล้องกับโลกแห่งนิทานตามต้องการ เริ่มด้วยเมนูทานเล่นสุดคิ้วท์ "ไส้กรอกค็อกเทล" จี่ในน้ำมันน้อยๆ ไฟกลางเพื่อให้ผิวไส้กรอกตึงสวยโดยที่เนื้อในยังนุ่ม และ "เบสิกเฟรนช์ฟรายส์" ทอดจนเหลือง กรอบนอกนุ่มใน โรยเบคอนบิทนิดหน่อย ฟินได้ง่ายๆ เพียงแค่จิ้มซอสมะเขือเทศ"ข้าวแซลมอนไทยเทอริยากิ (245 บาท)" ข้าวปลาแซลมอน นำแซลมอนชิ้นโตไปย่างให้สุกพอดี ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงไทยล้วนๆ ราดด้วยน้ำซอสเทอริยากิสไตล์ไทย ให้รสเค็มหวานนวลๆ หอมเครื่องสมุนไพร คลุกกับข้าวหอมมะลิอุ่นๆ และไข่ออนเซ็นเพิ่มความกลมกล่อม เคียงด้วยผักต่างๆ เพิ่มความสดชื่น และยังมีผักชนิดที่ไม่ค่อยเจอที่ไหน นั่นคือ 'ผักปลัง' ซึ่งเป็นผักทางตอนเหนือของไทย"เพนเน่คาโบอาม่า (225 บาท)" ซอสคาร์โบนาราสูตรต้นตำรับ ตัวซอสทำจากซอสไข่แดงจากไข่ออนเซ็นและครีมชีส ทานกับเบคอนบิทกรุบกรอบและเบคอนชิ้นหนาพอดีคำ คอนเซปต์ของเมนูนี้คือ 'เป็นเมนูสั่งง่ายสบายใจเหมือนคุณยายใจดีเดินออกมาจากนิทานมาทำให้กิน' นั่นเอง"มาเลฟิเซนต์ (264 บาท)" เมนูนี้เป็นตัวแทนของสีกลางคืนในนิทาน จานนี้รวบรวมช็อคโกแลตหอมหวานเข้มข้นในรูปแบบต่างๆ ใครชอบช็อกโกแลตแนะนำเมนูนี้เลย"ชีสเค้กหน้านิ่ม แยมมิกซ์เบอร์รี (265 บาท)""บัมเบิลบี (145 บาท)" กาแฟสูตรพิเศษของทางร้าน ที่เอาชื่อพันธุ์ของผึ้งมาตั้งชื่อเมนู เพราะแก้วนี้มีน้ำผึ้งป่าหวานหอม แล้วยังมีไซรัปเปรี้ยวซ่าจากมะขาม เข้ากันอย่างลงตัว"นีโม (225 บาท)" ไอศกรีมชาไทยโฮมเมดที่ทางร้านทำเอง ทานคู่กับเฉาก๊วย ฮันนี้แคนดี้และครัมเบิ้ล เพิ่มรสสัมผัสกรุบกรอบด้วยข้าวพองญี่ปุ่นที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับรสชาติชาไทยแล้วยังราดซอสชาไทยเพื่อเพิ่มความเข้มข้นลงไปอีกมาสัมผัสโลกแห่งนิทานกันได้ที่ "ร้านนิทานคาเฟ่ (Nitan Cafe & Garden)" ร้านอยู่ในซอยหมู่บ้านกฤษณา 1 วันจันทร์-ศุกร์ ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 11.00-19.30 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 10.00-19.30 น. (หยุดทุกวันอังคาร) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-5935-1139

  • หมูทอดบันบัน เค้กข้าวเหนียวหมูทอดสุดฮอต

    "ร้านหมูทอดบันบัน" ร้านดังในโซเชียลที่มีเมนูซิกเนเจอร์อย่างเค้กข้าวเหนียวหมูทอดก้อนโต แต่ก่อนมีขายแค่ทาง Facebook แต่ลูกค้าติดใจกันเยอะมาก จึงมาเปิดหน้าร้านซึ่งในปัจจุบัน มีถึง 3 สาขา คือ สาขารามคำแหง, สาขาโพธิ์แก้ว และสาขาบางใหญ่นอกจากเค้กข้าวเหนียวหมูทอดที่ฮอตฮิตแล้วยังมีเมนูหมูทอดให้เลือกอีกหลายแบบ เมนูยอดฮิตต้องยกให้หมูสามชั้นออริจินัล เมนูขายดีตลอดกาลของร้าน หรือว่าจะเป็นหมูสามชั้นก็มีให้เลือกทั้งแบบออริจินัลและทอดน้ำปลา ที่มีการหมักข้ามวันจนซอสซึมเข้าไปเนื้อหมู และสันคอหมูย่างก็ไม่ธรรมดา หมูนุ่ม รสชาติกลมกล่อม ย่างมาหอมกำลังดี แม้แต่ตัวข้าวยังผสมเองเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน ทำให้ได้ข้าวที่หอมและนุ่มมาก"ข้าวราดหมูสามชั้นออริจินัล+สันคอหมูย่าง (50 บาท/ พิเศษ 60 บาท)" เพิ่ม "ไข่ดองซีอิ๊ว (15 บาท)" และ "ต้มยำขาหมู (69 บาท)""ข้าวราดสันคอหมูทอด+หมูสามชั้นทอดน้ำปลา (50 บาท/ พิเศษ 60 บาท)" และ "ฟักไก่มะนาวดอง (69 บาท)""เค้กหมูสามชั้นออริจินัล+สันคอหมูทอด (699 บาท)" เมนูเด็ดที่โด่งดังในโซเชียล เหมาะสำหรับสั่งในโอกาสพิเศษ หรือคนที่ชอบทานหมูทอด เด็ดจนมีออเดอร์แน่นทุกวัน ใครที่อยากทานต้องสั่งกันล่วงหน้าเลยทีเดียวสาวกหมูทอดต้องมาลองชิม "ร้านหมูทอดบันบัน สาขารามคำแหง" อยู่ในซอยรามคำแหง 24 แยก 30 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.30 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-3694-4156

  • โครงการ Ari Doi Street Community แห่งใหม่ย่านอารีย์

    ช่วงนี้กระแสคาเฟ่มาแรงมาก อัพรูปกันกระหน่ำโซเชียล คาเฟ่น่ารัก ชิคๆ เปิดใหม่เพียบ ให้เหล่า Cafe Hopper ได้ไปเช็คอินกันแทบทุกวัน เปรี้ยวปากไม่พลาดที่จะมาอัพเดท คาเฟ่เปิดใหม่ ไม่ไปเดี๋ยวเอาท์ ที่ทั้งอิ่ม ฟิน ถ่ายรูปเพลินๆ มาฝากกัน"โครงการ Ari Doi Street" Community แห่งใหม่ย่านอารีย์ที่ฮอตฮิตมาก มุมถ่ายรูปเพียบเหมาะสำหรับชาว Cafe Hopper โครงการนี้รวบรวม 3 ร้านดังจากเชียงใหม่มาไว้ด้วยกัน นั่นก็คือTropi Hoola (คาเฟ่ขนม และเครื่องดื่ม)ฮ้านกดกริ่ง (ร้านอาหารเหนือ)Kobe King (ร้านปิ้งย่างเนื้อเกรดพรีเมี่ยม) ซึ่งชื่อ 'Ari Doi Street' ก็มีที่มาจากความเป็นเชียงใหม่ เหมือนยกดอยมาไว้ที่อารีย์ และยังเป็นการเล่นคำ 'อารีย์ดอย อร่อยดี' อีกด้วย"ร้าน Tropi Hoola" หลายคนได้ยินชื่อนี้อาจจะรู้สึกคุ้นหู เพราะเค้าย้ายร้านใหม่มาจากเดิมที่อยู่ในโครงการ GUMP Ari นั่นเอง ตัวร้านยังคงคอนเซ็ปต์คิ้วท์ๆ น่ารักสดใสสไตล์ซัมเมอร์อยู่ และมุมถ่ายรูปเยอะกว่าเดิมมาก"Crazy Cookie (99 บาท/ชิ้น)" และ "Smile Cooke (99 บาท/ชิ้น)""Summer Purple Ice Cream (99 บาท/สกู้ป)""ร้าน Tropi Hoola" เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-8975-3495ร้านอาหารเหนือแท้ๆ สูตรจากเชียงใหม่ "ร้านฮ้านกดกริ่ง" เมนูเด็ดๆ ที่มาแล้วต้องสั่ง อย่างเช่น "น้ำเงี้ยวคั่วแห้งเส้นหนึบ" "ข้าวซอยน่องไก่" ก็เป็นอีกเมนูที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน และ "ข้าวแห้งเจียงใหม่" ที่มาพร้อมปูอ่อง ไส้อั่ว และกากหมูทำเอง ส่งตรงมาจากเชียงใหม่อีกหนึ่งร้านสุดฮิตในโครงการนี้ "ร้าน Kobe King" ร้านเนื้อย่างชื่อดังจากเชียงใหม่ เอาใจสายปิ้งย่างโดยเฉพาะที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ 'เนื้อราชา ราคามิตรภาพ' คุณสามารถกินเนื้อเกรดพรีเมี่ยมในราคาที่จับต้องได้แบบฟินๆ มีบริการทั้งแบบ A La Cart และบุฟเฟ่ต์ (ราคา 599 บาท, 799 บาท และ 999 บาท)"ชุดเนื้อไทยวากิวพรีเมี่ยม" ประกอบด้วย เนื้อสุกี้ญี่ปุ่น, คารุบิพรีเมี่ยม, ใบพายพรีเมี่ยม, ลูกเต๋าพรีเมี่ยม และเนื้อซี่โครงติดกระดูกพรีเมี่ยม นอกจากนี้ในชุดยังเสิร์ฟข้าวญี่ปุ่น สลัดญี่ปุ่น แล้วก็กิมจิเป็นเครื่องเคียงให้ด้วย"ร้าน Kobe King" จันทร์-ศุกร์ เปิดตั้งแต่เวลา 17.00-23.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดตั้งแต่เวลา 12.00-15.00 น. และ 17.00-23.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-8975-4436'โครงการ Ari Doi Street' ตั้งอยู่ที่ซอยอารีย์ 4 ฝั่งเหนือ ประมาณ 200 เมตร

  • สุริยันจันทรา เต็มอิ่มกับทริปล่องเรือและอาหารไทยโบราณ

    "ร้านสุริยันจันทรา" ร้านอาหารและที่เที่ยวแห่งใหม่ในจังหวัดอยุธยา ทั้งทริปล่องเรือในแม่น้ำน้อย ได้แวะไหว้พระและเที่ยวชมสถานที่สำคัญของอยุธยา และพอขึ้นฝั่งก็จะได้ฟินกับอาหารไทยโบราณแบบเต็มอิ่มทริปล่องเรือในแม่น้ำน้อยแม่น้ำสายหลักของเมือง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แสามารถแวะไหว้พระตามวัดสำคัญๆ บริการล่องเรือ พร้อมอาหารว่าง, เครื่องดื่มบนเรือ และอาหารหลักพร้อมเครื่องดื่มที่ร้านอาหาร ราคาเริ่มต้น 13,900 บาท สำหรับ 6 ท่าน (บริการล่องเรือสามารถรับลูกค้าได้สูงสุดประมาณ 15 ท่าน) สำหรับลูกค้าที่ต้องการเฉพาะทานอาหารหลักที่ร้านอาหาร มีบริการเฉพาะเซตอาหาร ราคาเริ่มต้น 2,500 บาท สำหรับลูกค้า 4 ท่าน ทางร้านรับบริการเฉพาะลูกค้าจองล่วงหน้าเท่านั้น (Booking วันธรรมดา 1-2 วัน, วันเสาร์-อาทิตย์ 7 วัน)"เซตขนมไทย"ในส่วนของร้านอาหารเป็นโรงสีโบราณอายุกว่า 130 ปี แต่ตกแต่งดีไซน์ให้ดูร่วมสมัยแต่ยังมีกลิ่นอายความคลาสสิกอยู่ เมนูอาหารในร้านเป็นอาหารไทยโบราณรสมือแม่ครัวที่เป็นอยุธยาดั้งเดิมเลยตัวอย่างเซตอาหารหลัก"ปลาโบราณ" ปลาทอดราดซอสน้ำยำโบราณ"ห่อหมกบัวหลวง" เสิร์ฟมาในดอกบัวสวยๆ"ผัดผักเบญจรงค์" ผักผัก 5 สี กับกุ้งตัวใหญ่ๆ"แกงนพเก้า" แกงกะทิโบราณ สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มีผัก 9 อย่าง พริกแกงแดงที่ร้านก็ตำเอง และกุ้งแม่น้ำตัวโตๆ จากอยุธยา"แกงรัญจวน" แกงโบราณที่มีบันทึกไว้ในสมัยรัชกาลที่ 5 เครื่องปรุงที่สำคัญคือ น้ำพริกกะปิ มีรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด"กุ้งหลน" กุ้งแม่น้ำหลนเต้าเจี้ยวสูตรโบราณใครที่อยากจะมาซึมซับบรรยากาศคลาสสิกในเมืองประวัติศาสตร์อย่างอยุธยา ขอให้ลิสต์ "ร้านสุริยันจันทรา" ไว้เลย ร้านอยู่ อ.บางบาล ติดริมแม่น้ำน้อย เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 06-2852-8883

  • อยุธยา รีทรีต คาเฟ่เรือนไทย

    "อยุธยา รีทรีต (Ayutthaya Retreat)" ร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ในจังหวัดอยุธยา และรีสอร์ท เรือนไม้สักสวยงามในบรรยากาศย้อนยุคแต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเมื่อเข้ามาด้านในจะเจอสระบัวขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยอาคารทรงไทยหลายหลัง รอบสระมีทางเดินไม้ สามารถเดินชมบรรยากาศได้แบบชิลๆ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของ อยุธยา รีทรีต นอกจากนี้ลมยังพัดเย็นสบายตลอดทั้งวัน แถมริมน้ำยังมีเปลไว้นอนชิลรับลมอีกด้วยมาผ่อนคลายกันถึงอยุธยาทั้งที ต้องมาชิมอาหารตามแบบฉบับของ อยุธยา รีทรีต มีทั้งอาหารไทยทั้งคาวและหวาน หลากหลายเมนูมาอยุธยาเมนูที่ห้ามพลาดก็คือ "กุ้งแม่น้ำเผา (700 บาท)""ยำโบราณ (150 บาท)" ยำวุ้นเส้นสูตรพิเศษของทางร้าน"แกงส้มชะอมกุ้ง (200 บาท)""ซอลท์เท็ดคาราเมลอัญชัน (85 บาท)""อุทัยทิพย์ฮันนี่เลมอน (85 บาท)""เค้กมะพร้าวอ่อน (100 บาท)"แวะมาผ่อนคลายกันได้ที่คาเฟ่เรือนไทยบรรยากาศดี "อยุธยา รีทรีต (Ayutthaya Retreat)" ซอยข้างวัดป้อมใหญ่ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.30-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-3886-5968

  • บ้านไม้ริมน้ำ ร้านอาหารบรรยากาศดี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    มาเที่ยวจังหวัดอยุธยา หลายคนคงคิดถึงอาหารพื้นบ้านรสชาติจัดจ้านอย่าง กุ้งเผา และปลาแม่น้ำ และอีกหนึ่งร้านดังที่ขึ้นชื่อของ 2 เมนูนี้มายาวนานกว่า 24 ปี "ร้านบ้านไม้ริมน้ำ" ร้านอาหารบรรยากาศดีติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา"ร้านบ้านไม้ริมน้ำ" มีบริการทั้งโซนริมน้ำ, ห้องแอร์ และมีบริการล่องเรือเหมาลำให้ได้ฟินกับบรรยากาศริมน้ำแบบใกล้ชิดพร้อมกับอาหารอร่อยๆ"ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน (จานละ 400 บาท)" รสชาติเข้มข้นจัดจ้าน น้ำฉู่ฉี่ที่ร้านตีเครื่องแกงเอง ใช้หัวกะทิ หอมมันสุดๆ"กุ้งแม่น้ำเผา (เริ่มต้นตัวละ 500 บาท)" มาอยุธยาก็ต้องมาทานกุ้งแม่น้ำเผา มันเยิ้มๆ คลุกข้าวราดน้ำจิ้มซีฟู้ด อร่อยเด็ดสุด"ปูไข่หลน (ชุดละ 380 บาท)" ทั้งไข่ปูและเนื้อปูล้นๆ"ต้มยำปลาคัง (หม้อละ 200 บาท)"มาตามรอยเที่ยวอยุธยา กินอาหารพื้นบ้านอยุธยาอร่อยๆ กันได้ที่ "ร้านบ้านไม้ริมน้ำ" ข้ามสะพานปรีดี-ธำรง ไฟแดงที่ 2 เลี้ยวซ้าย ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.30-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-3524-2248

  • ทองสมิทธ์ ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อพรีเมี่ยม

    "ทองสมิทธ์" ก๋วยเตี๋ยวเรือแบบพรีเมี่ยมในเอ็มควอเทียร์ ร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังที่ใครได้ลองเป็นต้องติดใจ โดยเฉพาะคนชอบเนื้อ กินแล้วละลายในปาก บอกเลยว่าห้ามพลาดมีหลากหลายเมนูทั้งเนื้อ หมูคุโรบูตะที่อร่อยนุ่ม รสชาติน้ำซุปกลมกล่อมหอมเครื่องยาจีน และสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ถึง 3 ระดับ จากซอสสูตรพิเศษของร้าน โดยทางร้านจะปรุงรสชาติมาให้เสร็จพร้อมทาน นอกจากนี้ที่ร้านยังมีอีกหลากหลายเมนูให้เลือกทั้งก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก ข้าวต้มแห้ง และอื่นๆ อีกมากมาย"น้ำตกหมูคุโรบูตะรวมมิตร""น้ำตกวากิวทองสมิทธ์" เมนูเด็ดที่นำเนื้อวากิวออสเตรเลีย ส่วนสะโพกมาสไลซ์ นำมาทำให้สุกประมาณ 60% แล้วจึงราดต่อด้วยน้ำซุปน้ำตก ทำให้ได้รสชาติเนื้อแบบเน้นๆ เคี้ยวแล้วละลายในปาก"กากหมูเจียว""ลูกชิ้นหมูปิ้ง""เกี๊ยวกรอบ""เกี๊ยวแซ่บเสฉวน""ซุปหมูคุโรบูตะสไลซ์" น้ำซุปของทางร้านจะใช้กระดูกสันหลังหมูมาทำน้ำซุป ซึ่งส่วนสันหลังหมูเมื่อนำมาทำเป็นน้ำซุป จะทำให้น้ำซุปมีรสหวานหอมใครรักก๋วยเตี๋ยวเรือไม่ควรพลาดกับ "ร้านทองสมิทธ์" สาขาเอ็มควอเทียร์ ชั้น 7 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2003-6226

  • WRU Prompong

    ถ้าพูดถึงความอร่อย มีอยู่ติดขอบรถไฟฟ้าทั่วกรุงเทพฯ และหนึ่งในย่านที่ถูก Recommend ชวนให้มาเช็คอินความอร่อยกันบ่อยๆ นั่นก็คือ "สถานีพร้อมพงษ์" ย่านสุดชิคใจกลางเมืองที่รวมของอร่อยตั้งแต่สตรีทฟู้ดระดับตำนาน ไปจนถึงจุดเช็คอินใหม่ๆ ที่ใครไม่อยากเอ้าท์ต้องรีบมา และจุดเช็คอินแห่งใหม่ ไม่ไกลจาก BTS พร้อมพงษ์ ก็คือ "WRU Prompong" ที่รวมร้านอร่อยๆ ทั้งคาวและหวานเอาไว้ครบ เรียกได้ว่ามาแล้วครบจบในที่เดียวทั้งกินทั้งถ่ายรูปเลยร้านแรกเริ่มด้วย "ร้าน WRU Cafe & Laf Bar" ที่โดดเด่นเลยก็จะเป็น Clodbrew ซึ่งนอกจากจะใช้กาแฟคั่วเองแล้ว ในแต่ละเดือนทางร้านจะผลิตเมนู Clodbrew ที่เป็นซิกเนเจอร์ประจำเดือนออกมาอีกด้วย"Rwanda Coldbrew""Orange Tonic Espresso"ร้านถัดมาขอเอาใจสายหวานกับ "ร้าน Sourrgood และไอติมละมุน" แบรนด์น้องใหม่ภายใต้ไอติมละมุน โดยจุดเด่นจะอยู่ที่ใช้ผลไม้แท้ 100% ที่ส่งตรงมาจากสวนของเกษตรกร ไอศกรีมรสชาติละมุนแต่เนื้อแน่น"Yuzu Fizzy""ติมปังเนยสด""ร้าน Three Bears Pastry" อีกหนึ่งร้านที่มีทั้งของคาวและของหวาน "Waffle Bacon and Maple Syrup" และ "Young Coconut Cake"ปิดท้ายด้วยร้านบะหมี่ที่ทุกคนรู้ชื่อเสียงความอร่อยกันอยู่แล้ว "สว่างบะหมี่ก้ามปู" "ข้าวผัดหมูย่างเตาถ่าน" เมนูใหม่ที่มีเฉพาะที่ WRU Prompong ที่เดียว โดยจะใช้น้ำข้าวผัดสูตรพิเศษของทางร้านที่ต้องเคี่ยวด้วยเตาถ่านเท่านั้น ทำให้เวลาที่ทานได้กลิ่นหอมของเตาถ่านไปด้วย"บะหมี่เกี๊ยวกุ้ง หมูแดง ก้ามปู" เมนูซิกเนเจอร์ หอมกลิ่นถ่านอ่อนๆ จากหมูแดง และไฮไลท์อยู่ที่ก้ามปูใหญ่และสดมากและเมนูเครื่องดื่มหวานๆ "Super Supreme Milk Tea" ชานมไข่มุกบราวน์ชูการ์จาก Mr.Shakeเป็นโครงการที่น่ารักและมีครบทุกอย่างจริงๆ กับ "WRU Prompong" อยู่ในซอยสุขุมวิท 26 วันอาทิตย์-พฤหัสบดี เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น./ วันศุกร์-เสาร์ เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-24.00 น.สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-9515-6954

  • E.Bomb Egg Sandwiches & Fries

    "E.Bomb Egg Sandwiches & Fries" ร้านแซนด์วิชไข่สุดฮิตสไตล์ญี่ปุ่นสัญชาติไทย กับคอนเซ็ปต์ Grab and Go เหมาะที่จะทานในช่วงเวลาเร่งรีบหรือทานเป็นอาหารเช้าก่อนไปทำงาน แต่ละเมนูก็น่ารัก เสิร์ฟมาในรูปแบบแซนด์วิชจิ๋วแต่วัตถุดิบไม่จิ๋วเลย "Minibites (145 บาท)" แซนด์วิชไข่จิ๋วแบบย่อส่วนมาแล้ว มีทั้งเบคอนและไข่ดาว ซอสมีความเปรี้ยวเผ็ดนิดๆ พอมาเจอกับเบคอนกรอบๆ และไข่ดาว มีเข้ากันมากๆ"Wagyu Bomb Sandwich (499 บาท)" แซนด์วิชเนื้อวากิวหอมๆ ท็อปด้วยไข่หอยเม่น ไข่ปลาคาเวียร์ และเห็ดทรัฟเฟิลสไลซ์ "Stir Fried Noodles (89 บาท)""Shrimp Bomb (95 บาท)""Lychee Lemon Soda (120 บาท)""Strawberry Yogurt Frappe (145 บาท)" "ร้าน E.Bomb Egg Sandwiches & Fries" สยามสแควร์ ซอย 7 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-8959-5599

  • Oh Shit Not You Again ไก่ทอดสไตล์ไต้หวัน

    อีกหนึ่งร้านเด็ดในลิโด้ คอนเน็คท์ "Oh Shit Not You Again" ร้านไก่ทอดสไตล์ไต้หวัน การันตีฝีมือจากเชฟระดับมิชลินสตาร์ 1 ดาว มาเป็นผู้ดูแลคิดค้นสูตรอาหารให้เลยที่มาของร้าน "Oh Shit Not You Again" เกิดจากทางเจ้าของร้านอยากให้คนไทยได้กินไก่ทอดในสไตล์ไต้หวันแท้ๆ พร้อมทั้งให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมการกินแบบไต้หวันที่มักจะเสิร์ฟมาเป็นไก่ชิ้นโตทอดกรอบ แล้วหยิบกินเป็นชิ้นๆ"ไก่ทอดไต้หวัน (ชิ้นละ 159 บาท)" เมนูซิกเนเจอร์ ใส่ถุงกระดาษแบบนี้ได้ฟีลสตรีทแบบที่ไต้หวันเลย"Taro chips (ไซส์ S ราคา 59 บาท/ ไซส์ L ราคา 79 บาท)" มีให้เลือกถึง 5 สูตร คือ Salt & Pepper, ไข่เค็ม, ชีส, ทรัฟเฟิล, หมาล่า"Chicken Wing (ไซส์ S ราคา 139 บาท/ ไซส์ L ราคา 199 บาท)""ข้าวมันไก่ทอดไต้หวัน (89 บาท)" "ข้าวมันไก่ทอดไถหนาน (ไซส์ S ราคา 99 บาท/ ไซส์ L ราคา 179 บาท)"ใครที่ชื่นชอบเมนูไก่ทอดสตรีทฟู้ดไต้หวันแบบนี้ แวะมากันได้ที่ร้าน "Oh Shit Not You Again" สยาม ลิโด้ คอนเน็คท์ ชั้น 1 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 06-3901-0551

  • Bangsue Junction ศูนย์รวมร้านของแต่งบ้านสไตล์วินเทจ

    ใครอยากหาของไปตกแต่งบ้าน ตกแต่งที่ทำงาน เปรี้ยวปากของแนะนำ "Bangsue Junction" ย่านจตุจักร หรือที่เรียกกันว่า "ตึกแดง" ศูนย์การค้าที่รวมร้านของแต่งบ้านเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ภายในบ้านสไตล์วินเทจ บริเวณชั้น 1-3 และชั้น 5 จะเป็นของพวกของวินเทจ แอนทีค งานไม้ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ส่วนชั้น 4 เป็น "Green Vintage จตุจักร" หรือ "ตลาดนัด Green Vintage" นั่นเองเริ่มกันที่ร้านแรกด้วย "ร้าน KACHA" ร้านเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากทั่วโลกและของเอเชียอย่างไทยก็มีอีกด้วย เฟอร์นิเจอร์ที่เก่าแก่กว่า 150 ปีของที่ร้าน คือโต๊ะทำงานยี่ห้อ Paul Somani ผลิตอยู่ในยุคศตวรรษที่ 19 และในยุคนั้น Cabinetmaker จะสร้างเฟอร์นิเจอร์ในกับพระราชวังแวร์ซายอีกด้วย"ร้าน KACHA " อยู่ที่ตึก Bangsue Junction ชั้น 2 โซน A วันอังคาร-ศุกร์ เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-1643-0864มาหาของแต่งที่ทำงานอาร์ตๆ กันต่อด้วยเครื่องพิมพ์ดีดจาก "ร้าน Route 11" ร้านนี้มีเครื่องพิมพ์ดีดโบราณจากหลายประเทศ เช่น เยอรมัน, รัสเซีย, อังกฤษ บางตัวผลิตในปี 18-19 แม้เครื่องพิมพ์ดีดจะเป็นของที่ไม่ได้ใช้ในยุคนี้สักเท่าไหร่แล้ว แต่พอเห็นทีไรก็รู้สึกถึงความคลาสสิกของกาลเวลา เป็นเสน่หของของเก่าอีกอย่างหนึ่ง "ร้าน Route 11" อยู่ที่ตึก Bangsue Junction ชั้น 1 โซน Antiques Vintage Retro เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00-19.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-5356-8164"ร้าน Retro Shop" ร้านขายโคมไฟวินเทจเก๋ๆ ที่ตอนนี้เวลาไปคาเฟ่จะเห็นหลายๆ ร้านตกแต่งด้วยไฟแบบนี้  นอกจากนี้ที่ร้านยังมีของตกแต่งจากชิ้นส่วนของเรืออย่าง โคมไฟนีออนกันระเบิด ยุค 70 ที่จะติดไว้ในเรือ แบบที่เห็นในหนังโจรสลัด, โคมไฟรังต่อ และโคมไฟประภาคาร หน้าต่างเรือทุกชิ้นเป็นของเก่าจริงๆ ทั้งหมด"ร้าน Retro Shop" อยู่ที่ตึก Bangsue Junction ชั้น 1 โซน Antiques Vintage Retro เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-4405-9909ใครที่มองหาชุดชา จาน คลาสสิกสวยๆ แนะนำร้านนี้เลย "ร้านจันทร์เจ้า แอนทีค" รวมงานจากยุโรปทั้งหมดดอกไม้บนตัวแก้วลวดลายสวยงามและแม้แต่ตัวขอบทองก็เป็นทองแท้ ตัวแบรนด์เป็นแบรนด์ Maisen ที่จะมีสัญลักษณ์อยู่ในทุกตัวชิ้นงาน แบรนด์นี้ถือเป็นแบรนด์ที่แพงที่สุดของประเทศเยอรมนี วังต่างๆ เองก็ยังใช้ของจากแบรนด์ Maisen"ร้านจันทร์เจ้า แอนทีค" อยู่ที่ตึก Bangsue Junction ชั้น 1 โซน A เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-2663-5636ใน Bangsue Junction ของเยอะมากจริงๆ ถ้าใครกำลังมองหาของวินเทจ แอนทีคแวะมาได้ที่ "Bangsue Junction" อยู่ตรงข้ามสวนจตุจักร ถนนกำแพงเพชร 2 เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2108-5555 

  • Sky Over V คาเฟ่สายอาร์ตย่านจตุจักร

    "Sky Over V" คาเฟ่สายอาร์ตแห่งใหม่ในเขตจตุจักร มาในธีมสีขาวฟ้าผสมผสานศิลปะหลากหลายแขนงจึงเปรียบร้านนี้ได้กับงานศิลปะอีกหนึ่งชิ้น รวมถึงอาหารทั้งคาวหวานก็เก๋และอาร์ตไม่แพ้กันนอกจากนี้ภายในร้านยังมีแกลอรี่ให้ชมงานอาร์ตตามุมมต่างๆ อีกด้วย โดยแกลอรี่ของที่นี่จะหมุนเวียนเปลี่ยนนิทรรศการอยู่เรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผลงานจากศิลปินที่ "อาจารต่อ-รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์" เจ้าของคาเฟ่แห่งนี้สะสมไว้ที่มาของคาเฟ่แห่งนี้ก็น่าสนใจมาก เพราะอาจารย์ต่อ เป็นหนึ่งในทีมปฎิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง ในระหว่างเหตุการณ์นั้นอาจารย์ได้ขึ้นไปนั่งอยู่บนเนินเขา และมองเห็นวิวภูเขาที่ซ้อนทับกันเป็นรูปตัววี (V) จึงเกิดเป็นที่มาของภาพเพ้นท์บนผนังในร้าน รวมถึงเป็นที่มาของชื่อร้าน Sky Over V และที่อาจารย์ต่อ เลือกทำคาเฟ่แห่งนี้ก็เพื่อเป็นช่องทางในการหารายได้เข้ามูลนิธิมดชนะภัยมาที่อาหารกันบ้าง เริ่มด้วยเมนูแนะนำของทางร้าน "ข้าวผัดกากหมูพริกสด (79 บาท)" ผัดกับพริกจินดา ไม่แห้งและไม่แฉะ กำลังดีต่อด้วยเมนูซิกเนเจอร์อย่าง "SOV Spicy Noodle Salad (99 บาท)" ตัวเส้นจะเป็นเส้นหมี่ดอกอัญชันที่โปะด้วยปูอัดไข่กุ้ง มาพร้อมน้ำสลัดรสจัดจ้าน"ฟูซิลีสามสีผัดพริกกระเทียมเบคอน (119 บาท)" เป็นเมนูฟิวชั่นรสชาติจัดจ้าน หอมพริกแห้งและเบคอน "บะหมี่แห้งเกี๊ยวหมู+หมูย่าง (85 บาท)"จัดเครื่องดื่มมาให้เข้ากับธีมร้านสีฟ้าด้วย "Blue Sky (149 บาท)" เป็น Blue Curacao Syrup ปั่นกับโยเกิร์ตและน้ำมะนาวสด ท็อปด้วยไอศกรีมเชอร์เบทรสมะนาว"Fresh Milk Caramel (70 บาท)" นมสดและคาราเมล ท็อปด้วยโฟมนมอัญชันและกราโนล่าปิดท้ายเมนูด้วยของหวาน "SOV Waffle with Cookie Monster (189 บาท)" วาฟเฟิลโฮมเมด เสิร์ฟพร้อมไอศกรีม Cookie Monster ที่ด้านในมีครัมเบิลซ่อนอยู่ด้วยและเมนู "Croissant Ice Cream (125 บาท)" ครัวซองต์อบสดใหม่เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมโฮมเมด บลูคาราเมลใครที่กำลังหาคาเฟ่สวยๆ นั่งพักผ่อน หรือเป็นที่นัดเจอกันก็แวะกันมาได้ที่ร้าน "Sky Over V" อยู่ซอยย่อยงามวงศ์วาน 54 แยก 5 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-1781-9892

  • แสนสำราญที่แสนแสบ ร้านอาหารไทยโบราณ

    "ร้านแสนสำราญที่แสนแสบ" ร้านอาหารไทยติดคลองแสนแสบในบรรยากาศอบอุ่น แถมเมนูยังเป็นเมนูอาหารไทยโบราณหาทานยากให้ความรู้สึกเหมือนทานอยู่ที่บ้าน คอนเซ็ปต์อาหารของที่นี่เป็นเมนูอาหารไทยในอดีตเมื่อ 20 ปีก่อน จัดเป็นสำรับอาหาร มีทั้งของว่าง น้ำพริก แกง และขนม ครบทุกอย่างเริ่มจากของว่าง "เมี่ยงแนมปลา" เมนูนี้ไม่มีกลิ่นคาวของปลาช่อนเลย เพราะถูกดับกลิ่นด้วยมะพร้าวคั่ว น้ำข่า ส้มซ่า ข้าวคั่ว และใส่หนังหมูลงไปเพื่อเพิ่มเท็กซ์เจอร์ตอนทานด้วย ทานคู่กันกับข้าวตังและใบพลู"กระทงทอง" อีกหนึ่งเมนูที่หาทานยาก ด้วยการทำที่ซับซ้อนตั้งแต่การทำแป้ง การทอดกระทง และผัดไส้"ทอดมันกุ้งไทย" เป็นสูตรจากตำรับอาหารของราชสกุลทินกร ไฮไลท์อยู่ที่มันกุ้งผัดกับสามเกลอแล้วราดลงบนทอดมันกุ้ง"แกงจืดไข่นกกระสา" เมนูนี้มาจากตำราของท่านผู้หญิงกลีบ มหิธร น้ำซุปหอมกระเทียม"น้ำพริกขี้กา" เสิร์ฟมาพร้อมหมูโสร่ง ไข่ยางมะตูม ปลาดุกแดดเดียวทอด ผักสดและผักลวก ตัวน้ำพริกหอมกลิ่นปลาย่าง"แสร้งว่ายำไข่เต่ามังคุด" เมนูโบราณหาทานยาก ใช้ไข่ออนเซ็นเน้นเฉพาะไข่แดงราดด้วยน้ำยำแบบใสที่มีรสชาติเปรี้ยวหวาน คลุกเคล้ากับกุ้งลวกและมังคุกใครที่อยากลองชิมอาหารไทยโบราณหาทานยากในบรรยากาศริมคลองแบบนี้ แวะมากันได้ที่ "ร้านแสนสำราญที่แสนแสบ" อยู่ที่ซอยสุขุมวิท 31 ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 11.30-21.30 น. (หยุดทุกวันจันทร์) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2662-1922

  • Afternoon Tea โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพ

    เปรี้ยวปากชวนมาจิบชายามบ่ายในบรรยากาศสุดหรูที่ Lobby Lounge โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ (Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok ) กับ Afternoon Tea แสนละเมียดละไมแบบฉบับชาวอังกฤษ ในบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติสมกับที่เป็น Hidden Gems in Bangkok เพราะมีพื้นที่สีเขียวกว่า 60% เข้ามาแล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลายร่มรื่นในช่วงยามบ่ายก็จะมี Chevaa Afternoon Tea ชุดน้ำชายามบ่ายที่รังสรรค์ออกมาได้อย่างสวยงาม มีให้เลือกทั้งหมด 2 ชุด คือ ชุด Indulgence สำหรับผู้ที่ชอบความเหรียบหรูคลาสสิค และ ชุด Guilt Free สำหรับผู้ที่ห่วงใยสุขภาพ ทุกชุดจะเสิร์ฟคู่กับชาระดับพรีเมี่ยมซึ่งชาของที่นี่มีให้เลือกถึง 12 Selection สามารถมาเลือกดมกลิ่นก่อนได้ ตัวชาจะถูกชงโดย Tea Master  "Indulgence Afternoon Tea" มีเมนูโฮมเมดทั้งหมด 11 อย่าง เป็นของคาว 5 เมนู และของหวาน 6 เมนู ถูกรังสรรค์โดย เชฟเอเดียน และ เชฟแม็ก ช่วยกันครีเอทเมนูทั้งหมดออกมา"Pulled Chicken Satay Brioche with Pickled Cucumber and Peanut Sauce" สะเต๊ะไก่ม้วนกับแตงดอง เสิร์ฟพร้อมกับซอสถั่ว เชฟจะนำทุกอย่างทั้งไก่ที่กริลแล้ว ผักดอง มาม้วนในแผ่นขนมปังบริยอช แล้วราดซอสสะเต๊ะลงไป"Strawberry Tartlet with Almond Croquant and Creme Patisserie" "Lemon Merengue Tarte Pop" เมนูนี้หน้าตาจะคล้ายๆ Lollipop ด้านนอกเป็นเมอร์แรงก์ ด้านในเป็นซอสเลมอน"Salted Caramel, Praline and Chocolate Plaisir""Classic Scone"มาจิบชายามบ่ายสไตล์อังกฤษในบรรยากาศร่มรื่นแบบนี้ มากันได้ที่ "โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ" ในส่วนของ Lobby Lounge สำหรับ Afternoon Tea เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 14.00-17.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2095-9999

  • Haylo. Craft - Picnic - Yard

    อินเทรนด์สุดๆ กับร้านคาเฟ่สไตล์แคมป์ปิ้งแบบ Self Service ที่สามารถครีเอทได้เองว่าจะใช้โต๊ะ เก้าอี้แบบไหน รวมถึงเลือกมุมนั่งได้แบบจุใจกันที่ "ร้าน Haylo. Craft & Pinic & Yard" ไม่ต้องเดินทางไปไกล มาแค่พุทธมณฑลสาย 2 ก็ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติแล้ว นอกจากนี้ที่โซน Beaver Nest ยังมีกิจกรรมให้เลือกทำหลากหลาย ทั้งงานคราฟ ร้อยลูกปัด หรือสกรีนกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน รับรองว่าคนชอบงานคราฟจะชิล สนุกได้ทั้งวัน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายของอุปกรณ์แล้วแต่กิจกรรมที่เลือกทำด้วย ที่นี่จะเป็นแบบ Self Service พอเลือกชุดปิกนิกได้แล้ว ก็สามารถเลือกเฟอร์นิเจอร์เก้าอี้เองได้ โดยเดินถือเข้ามาในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้แล้วจับจองหาที่นั่งกันได้เลย "Moose Herd Set (ราคา 650 บาท)" เซตใหญ่จุใจ จะได้เครื่องดื่ม 4 อย่าง เบเกอรี่ 2 อย่าง และได้เก้าอี้ ทั้งแบบ Basic และ Comfort อย่างละ 2 ตัว และโต๊ะอีก 1 เซต "เซตบาร์บีคิว" เป็นบาร์บีคิวหมูส่วนสันคอ หมักกับกระเทียมพริกไทย ซึ่งทุกคนสามารถนำไปปิ้งได้ที่ส่วนกลางสำหรับปิ้งบาร์บีคิว "Haylo. Craft - Picnic - Yard" อยู่ที่พุทธมณฑลสาย 2 ซอย 21/1 แยก 8 วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-18.30 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-4655-2484

  • Hide Park ร้านอาหารสวนลับใจกลางเมือง

    มาจิบเครื่องดื่มท่ามกลางน้ำตก บรรยากาศชิลๆ ในสวนสไตล์อังกฤษที่ "ร้าน Hide Park" ใจกลางสาทรที่มีคอนเซ็ปต์เป็น All Day Breakfast แนว Western มีการผสมผสานอาหารอิตาเลียนและอาหารฝรั่งเศสเข้ามารวมไว้ด้วยกันบรรยากาศภายในร้านคล้ายๆ กับสวนหลังบ้านในช่วงซัมเมอร์ที่ต่างประเทศซึ่งในช่วงนั้นวัยรุ่นจะชอบออกมาปิกนิก ปาร์ตี้กัน จึงเป็นที่มากลายเป็น Private Garden ที่ให้อารมณ์เหมือนมานั่งปิกนิกปาร์ตี้ในสวนหลังบ้านเพื่อนแบบนี้มาถึงอาหาร เริ่มความเฟรชกันด้วยสลัด "Walnut Apple Salad (280 บาท)" มีวอลนัท แอปเปิ้ลเขียว และริคอตต้าชีส คลุกมาในน้ำสลัดถ้าพูดถึงอาหารเช้าฝั่งตะวันตกก็ต้องนึกถึง Egg Benedict ซึ่งที่นี่มีเมนูที่ชื่อว่า "Egg In The Park (300 บาท)" เสิร์ฟมาพร้อมผักโขมแด เห็ดหอม เห็ดชิเมจิ และเห็ดชิตาเกะ ราดด้วยฮอแลนเดซสูตรพิเศษของทางร้าน"Crazy Crab (280 บาท)" เมนูหน้าตาคล้ายกับชีสเค้กแต่เป็นของคาว เป็นชีสเค้กใส่เนื้อปู ท็อปด้วยชีสซอสอีกที"Hide Park Burger (380 บาท)" เบอร์เกอร์หมูคุโรบูตะ ความฉ่ำของเนื้อหมูและขนมปังโฮมเมดเข้ากันอย่างลงตัว เมนูนี้มีทั้งเนื้อและหมูให้เลือกเมนูไฮไลท์ของทางร้าน "Nutella Pizza (250 บาท)" แป้งพิซซ่าโฮมเมด มีกลิ่นหอมของถ่านอ่อนๆ และราดด้วยนูเทลล่าเน้นๆ มาพร้อมผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ช่วยตัดให้สีพิซซ่าดูสวยงามมากยิ่งขึ้นใครอยากมาทานอาหารแนว Western แบบนี้ แถมยังได้มาสัมผัสกับบรรยากาศสวนสวยสไตล์อังกฤษด้วย มากันได้ที่ "ร้าน Hide Park" อยู่ที่สาทร 12 วันอังคาร-ศุกร์ เปิดตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เปิดตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-2747-9402

  • Foodie Market Bangna

    วันนี้เปรี้ยวปากขอพาทุกคนมาหาของอร่อยแบบจัดเต็มกันที่ย่านบางนา ในโครงการ "Foodie Market Bangna" แลนด์มาร์ครวมอาหารแห่งใหม่ในย่านนี้ มีร้านค้ากว่า 130 ร้าน ของกินละลานตาไปหมด"ร้าน AM-PM Carft" อยู่ที่โซน Night Market เต็นท์ 1 บล็อก B16 ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 17.00-22.30 น. (หยุดทุกวันจันทร์) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 06-1408-9904"Super Junk (259 บาท)" เมนูรวมวัตถุดิบสุดอร่อยของร้าน ทั้งสะโพกไก่ทอด, แฮม, เบคอน, ไข่ดาว, แฮชบราวน์ ราดด้วยบัตเตอร์สก๊อต และชีสแบบจัดเต็ม 3 ชนิด"Underground Pork (140 บาท)" หมูบดกับพริกย่าง ราดด้วยชีส 3 ชนิด"ร้านเกี๊ยวเฮียล้อ" กับหลากหลายเมนูเกี๊ยวที่มีให้เลือกถึง 13 ไส้ ร้านอยู่ที่โซน Night Market ล็อก 37 ด้านหลังเวที เปิดตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น.(หยุดทุกวันจันทร์) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-1886-8871เมนูเกี๊ยว ราคาเริ่มต้น 10-25 บาท มีทั้งเกี๊ยวกรรเชียงปู, เกี๊ยวอูนิ, เกี๊ยวไข่เค็ม, เกี๊ยวกุ้ง และอื่นๆ อีกมากมาย"ร้าน Thonggold ปาท่องโก๋ย่าง" ร้านของหวานที่อยากแนะนำ ความพิเศษของร้านนี้คือตัวปาท่องโก๋เขาจะนำไปทอดแล้วเอามาย่างเพื่อไล่น้ำมันอีกครั้ง ทำให้เพิ่มความกรอบของปาท่องโก๋เข้าไปอีก และนอกจากแป้งที่เลือกมาอย่างดีแล้ว ตัว Dipping Sauce มีตั้ง 8 รสชาติให้เลือก ทำสดใหม่ทุกวัน"ปาท่องโก๋ย่าง (ตัวเล็ก เริ่มต้นตัวละ 8 บาท/จัมโบ้ เริ่มต้นตัวละ 23 บาท)""สังขยาใบเตย (23 บาท)""ร้าน Thonggold ปาท่องโก๋ย่าง" อยู่ที่โซน Food Court ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-4268-8299"ร้าน Chef ปลาเผา" ร้านปลาทับทิมเผาร้อนๆ จากจันทบุรีโดยฝีมือเชฟไฟแรงอย่าง 'เชฟบอส' ที่มีรางวัลระดับประเทศมาการันตี และที่สำคัญยังเคยร่วมงานกับเชฟระดับ MICHIELIN Start อีกด้วย จุดเด่นของปลาที่ร้านคือ ปลาต้องฉ่ำ เครื่องหอมเข้าเนื้อ น้ำจิ้มแซ่บ ผักสะอาด ตัวเครื่องสมุนไพรต่างๆ สับละเอียดและปรุงรสยัดไว้ด้านในตัวปลา ตอนทานสามารถควักเครื่องสมุนไพรตัวนี้มาทานได้เลย จะช่วยเพิ่มทั้งสัมผัส รสชาติ และกลิ่นได้ดี ส่วนด้านนอกจะชุบเกลือเกล็ดละเอียดจากสมุทรสาครทำให้มีรสเค็มนัว ไม่เหมือนเกลือสินเธาว์ที่จะเค็มโดด"เมี่ยงปลาทับทิม (เซตละ 250 บาท)""ร้าน Chef ปลาเผา" อยู่ที่โซน Night Market โซน C ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/Chefplapaw"Foodie Market Bangna" อยู่เยื้องกับเมกาบางนา อยู่ในซอยจรรยวรรธโซน Food Court เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น.โซน Liberty เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น.โซน Night Market เปิดตั้งแต่เวลา 17.00-23.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)

  • มิตรปลาจุ่ม สุกี้ชาบูเพื่อสุขภาพ

    จากเมนูสุดโปรดปรานของคุณตาในวัยเด็กสู่ร้านอาหาร "มิตรปลาจุ่ม" ร้านสุกี้ชาบู เน้นเนื้อปลาสดๆ น้ำจิ้มเด็ด น้ำซุปอร่อย"ร้านมิตรปลาจุ่ม" เกิดจากอาหารที่ครอบครัวของ 'คุณณัฎฐ์' เจ้าของร้าน ทำกินกันเป็นประจำอย่างปลาจุ่ม แล้วทำกินกันประจำที่บ้านคุณตา เวลาทำก็จะเรียกรวมญาติมาเจอกัน คุณณัฎฐ์กินปลาจุ่มฝีมือคุณตามาตั้งแต่เด็กๆ ร้านนี้เลยได้คอนเซ็ปต์มาจากบ้านคุณตา ให้ลูกค้าได้อารมณ์เหมือนแวะมาบ้านผู้ใหญ่ก็เลยเอาส่วนประกอบต่างๆ ในบ้านมาตกแต่ง ทั้งอิฐช่องลม กระเบื้องสีขาวตัดสีเขียว สะอาดสบายตา และเฟอร์นิเจอร์ที่ให้ความรู้สึกย้อนยุคหน่อยๆ"มิตรปลาจุ่ม" นอกจากจะมาจากชื่อคุณตาแล้ว ยังแปลได้อีกความหมายว่ามิตรสหาย เป็นที่รวมกันของบรรดามิตรทั้งหลาย เพราะเมนูแบบนี้ทานคนเดียวไม่ค่อยอร่อย ต้องมากันเป็นแก๊งค์ เป็นครอบครัว และจุดเด่นของร้านคือเมนูปลาจุ่มเพื่อสุขภาพ เนื้อปลาแล่สด ผักปลอดสาร ปราศจากผงชูรสด้วยความที่ทางร้านเน้นปลาที่สดใหม่จึงหายห่วงเรื่องได้กลิ่นคาวเพราะล้างจนหมดจดและแล่สดเมื่อสั่ง เน้นความหนาให้ลวกสุกพอดีที่ 1 นาทีในน้ำเดือน ก็สามารถทานปลาได้แบบฟินๆ"เซตมิตรเพื่อนพง (ชุดเล็ก 340 บาท/ ชุดใหญ่ 660 บาท)" "เซตมิตรรักทับทิม (ชุดเล็ก 240 บาท/ ชุดใหญ่ 440 บาท)""เซตมิตรรักปลาคัง (ชุดเล็ก 390 บาท/ ชุดใหญ่ 760 บาท)""หมูเด้งสวรรค์""หมูหมักนุ่ม (50 บาท)""เซตหมูและผองเพื่อนตอกไข่"น้ำซุปมีให้เลือกถึง 4 แบบ เป็นเบสสต็อกปลาทุกซุป- ซุปใสสมุนไพร ใส่สมุนไพรไทย ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ผักชีใบเลื่อย ซุปนี้จะคลีนๆ ไม่ปรุงแต่งมาก- ซุปทมิฬ หรือชาบูน้ำดำ ตัวนี้เราจะใช้สต็อกปลาโอ และมีแค่ตัวนี้ที่จะต้องเป็นสต็อกปลาโอเท่านั้น จะออกสไตล์ญี่ปุ่นเค็มนิดๆ เพราะรสเค็มกินกับปลาจะอร่อยกว่า- ซุปเต้าเจี้ยวตามิตร ซุปสูตรของที่บ้านคุุณณัฎฐ์ มีเต้าเจี้ยวอย่างดี พริก กระเทียม รสชาติกึ่งๆ ต้มยำ- ซุปหมาล่า พริกเสฉวน หรือชวงเจีย นำเข้ามาจาก 12 ปันนา ตัวหมาล่าทำเอง นำมาผัดแล้วปรุงรสเพิ่มตัวน้ำจิ้มมีให้เลือกถึง 3 แบบ ทั้งน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรแม่ยาย น้ำจิ้มสุกี้อาเจ็ก และน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวตามิตร จะใช้เต้าเจี้ยวทั้งแบบเม็ดและแบบบดเพื่อให้ได้เนื้อและรสชาติเค็มกำลังดี"ร้านมิตรปลาจุ่ม" อยู่ในโครงการดาดฟ้า ซอยลาซาล 33 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.30-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2106-4342

  • ตลาดบ้านรังนก จ.นครปฐม

    พื้นที่แบ่งปันความสุขและสุขภาพดีให้กับทุกคน "ตลาดบ้านรังนก" ตลาดอินทรีย์ที่รวมเกษตรกร ผู้ผลิต กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ทั้งในท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียงกว่า 50 ร้านค้า โดยร้านค้าในตลาดบ้านรังนกจะเป็นสินค้าอินทรีย์ อาหารปลอดภัย และสินค้าแฮนด์เมด คำว่า 'บ้านรังนก' เกิดจากไอเดียที่อยากให้ตลาดเป็นพื้นที่สีเขียวที่แม่นกเลือกทำรัง แล้วพ่อค้าแม่ค้าที่นี่เปรียบเสมือนแม่นกที่มาป้อนอาหาร ป้อนสิ่งดีๆ ให้กับลูกค้าจึงมีกฎที่ตลาดตั้งไว้คือ อาหารปรุงสุขจะต้องทำจากวัตถุดิบออร์แกนิคหรือปลอดสารเคมี 70 เปอร์เซ็นต์ อีก 30 เปอร์เซ็นต์เป็นวัตถุดิบที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดแต่ต้องมีระบุไว้ว่าไม่มีสารต้องห้ามใดๆ เช่น ผงชูรส สารกันเสีย หรือมีมาตรฐานตรารับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคที่เป็นที่ยอมรับ หรือที่เรียกว่าอาหารปลอดภัยตลาดบ้านรังนกมีมาตรฐานการตรวจสอบสำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ของตลาดคือ Salana PGS ระบบตรวจสอบคุณภาพผ่านกระบวนการรับรองแบบมีส่วนร่วม ที่ริเริ่มขึ้นโดยสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ(IFOAM) ซึ่ง Salana นำมาปรับใช้ให้เกษตรกรอินทรีย์ในชุมชนมารวมกลุ่มกันเป็นเครือข่าย ทั้งแลกเปลี่ยนความรู้กัน สร้างมาตรฐานในการตรวจสอบสมาชิกร่วมกันอย่างโปร่งใส ตั้งแต่การกำหนดเงื่อนไขการตรวจแปลงหรือการผลิต และออกใบรับรองเพื่อเพิ่มความไว้วางใจให้ผู้บริโภคนอกจากตลาดจะมีกฎและมาตรฐานต่างๆ แล้วยังมีการสุ่มตรวจารเคมี 2 เดือนครั้งแบบไม่บอกล่วงหน้าอีกด้วย และแม้แต่ร้านที่ขายพืช ผัก ผลไม้ หรือมีส่วนของตัวเองที่เอาผลผลิตมาทำอาหาร ทางตลาดจะลงพื้นที่ตรวจสอบถึงแปลงปลูกเลย ทำให้ผู้ซื้อมั่นใจได้ว่าของจากร้านค้าในตลาดบ้านรังนกสด สะอาด ปลอดภัยจริงๆตลาดแห่งนี้จึงถือเป็นพื้นที่ชุมชนที่เปิดโอกาสให้คนปลูก คนปรุง และผู้ผลิตได้เอาความตั้งอกตั้งใจมาบอกเล่า ผู้ซื้อก็วางใจได้ว่าได้กินของดีๆ และเป็นแรงสนับสนุนให้กับผู้ผลิต/ผู้ขายอีกแรงตลาดบ้านรังนกแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 โซน คือ - โซนปรุงอินทรีย์ จะมีผลผลิตทางเกษตรแบบปลอดสารพิษ เกษตรอินทรีย์ต่างๆ อย่างผักสวนครัว ผักพื้นบ้าน ไข่ไก่ และเนื้อสัตว์- โซนปรุงสุข โซนนี้จะเน้นอาหารปรุงสำเร็จพร้อมทาน- โซนปันสุข จำหน่ายสินค้าทำมือ สินค้าแฮนด์เมด สินค้าท้องถิ่น หรือของฝากนั่นเอง"ร้านแม่ชอบปรุง" (โรลสมุนไพร 65 บาท, ข้าวยำสมุนไพรสูตรน้ำบูดู 65 บาท) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-9510-5424ข้าวยำของที่นี่นอกจากจะใส่ผักสมุนไพรแล้วก็เพิ่มดอกไม้เข้าไปอีกเกือบ 20 อย่าง เช่น อัญชัน, เล็บมือนาง, ดอกเข็มสีเหลือง, ดาวกระจาย, ดาหลา, กุหลาบ พวกตัวดอกไม้มีสรรพคุณช่วยคลายเครียด ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเรื่องระบบทางเดินอาหาร และกลีบบัวหลวง ช่วยบำรุงหัวใจ ส่วนผักส่วนใหญ่ก็จะช่วยเรื่องการขับลม ระบบขับถ่าย และวิตามินต่างๆ"ร้านพิซซ่าเวียดนาม" สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-1488-4568แผ่นแป้งทำมาจากข้าวออร์แกนิคของแบรนด์ที่ผ่านการรังรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ส่วนไส้ด้านในจะเป็นหมูสับ ไข่ ผัก ก็เลือกมาจากสินค้าเกษตรอินทรีย์ในตลาด"ร้านต้นไผ่ใบพุฒิ" (ตะโก้สาคูต้น 4 ชิ้น/25 บาท, เปียกสาคูต้น 35 บาท)สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-9449-0326- ตะโก้สาคูต้น ไส้เป็นสาคูข้าวโพด สาคูเผือก สาคูแก่นตะวันที่เป็นพืชตระกูลหัว รสชาติคล้ายมันแกว แต่เนื้อสัมผัสคล้ายแห้ว สีของหน้ากะทิก็มาจากธรรมชาติ สีฟ้าจากอัญชัน สีเหลืองจากเนื้อฟักทองบดละเอียดแล้วผสมกับกะทิ- เปียกสาคูต้น จากต้นสาคูแท้ๆ ใส่มะพร้าวอ่อน เผือก ข้าวโพด ราดกะทิที่มาจากมะพร้าวที่ปลูกเองซึ่งผ่านการตรวจของตลาดมาแล้ว"ร้านโรงบ่มธรรมชาติ" (แฮมเบอร์เกอร์, พิซซ่าแป้งข้าว)เมนูพิซซ่าแป้งข้าว ทำมาจากแป้งข้าวหอมนครชัยศรีมีคุณค่าทางสารอาหาร มีประโยชน์ต่อกระบวนการสร้างเม็ดเลือด กรดเฟอรูลิกสำหรับต้านอนุมูลอิสระ และที่สำคัญมีความนุ่ม ความหอมอ่อนเฉพาะตัว การใช้ข้าวพื้นเมืองยังช่วยส่งเสริมเกษตกร และอนุรักษ์สายพันธุ์ข้าวพื้นเมืองอีกด้วย "ร้านเกษตรทฤษฎีใหม่หัวใจอินทรีย์" (ก๋วยเตี๋ยวต้มยำเห็ดสมุนไพร 50 บาท) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-1665-1374ก๋วยเตี๋ยววัตถุดิบออร์แกนิคที่ไม่มีเนื้อสัตว์เลย ตัวน้ำซุปทำจากข้าวโพด ข่า ตะไคร้ มะกรูด เห็ดนางฟ้าภูฐาน เห็ดหอม แครอท หัวไชเท้า เวลาเสิร์ฟก็จะปรุงรสต้มยำแยก เส้นที่ใช้เป็นเส้นหมี่ข้าวกล้องอบกรอบ ไร้สารกันบูด ส่วนผักก็จะมีต้นอ่อนผักบุ้ง ตำลึง ถั่วงอก คะน้า กวางตุ้ง ที่ปลูกเองทั้งหมด "ร้าน Umaphan Soap" (สบู่สครับถั่วเขียว) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-4665-6199สบู่จากสมุนไพรและสารสกัดจากธรรมชาติ ปลอดภัยไร้สารเคมี เบสหลักของสบู่คือน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่ปลูกแบบออร์แกนิค"ร้านบ้านผ้าคราม" (ผ้าซิ่นผ้าฝ้ายเข็นมือ,เสื้อมัดย้อม) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-7750-7771งานผ้าฝ้ายแฮนด์เมดที่ใช้ผ้าฝ้ายธรรมชาติย้อมสีจากธรรมชาติ จากอำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร  ทั้งสีน้ำเงินจากไม้คราม สีเหลืองจากไม้ประดู่ และเปลือกต้นมะม่วงกับแก่นเข ที่ร้านบ้านผ้าครามมีทั้งเสื้อผ้าฝ้ายย้อมคราม เดรส เสื้อยืดมัย้อม หรือลายหยดเทียน ลายดรอป ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ ผ้าซิ่น หมวก เป้ ทุกอย่างเป็นของแฮนด์เมดทั้งหมดเลยช่วงวันหยุดแวะมาเที่ยวตลาดสีเขียวกันได้ที่ "ตลาดบ้านรังนก" อยู่ที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น.

  • รักดอก RakDok Floral Destination

    "รักดอก RakDok Floral Destination" นิทรรศการดอกไม้ชื่อดังในธีม Flower Wanderlusters จำลองความสวยงามของดอกไม้ในสถานที่ต่างๆ โดยมีการจัดมุมถ่ายรูปออกเป็น 3 โซน คือ- Zone 1 The Gatherin มีจุดถ่ายภาพ 4 จุด- Zone 2 The Scenery  มีจุดถ่ายภาพ 6 จุด- Zone 3 The Trial มีจุดถ่ายภาพ 5 จุดราคาบัตรเข้าชมนิทรรศการ ผู้ใหญ่ 150 บาท/ เด็ก 100 บาท (เด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบ)/ เด็กสูงไม่เกิน 110 ซม. สามารถเข้าชมได้ฟรี บัตรเข้าชมงานเป็นประเภท One Day Pass ใช้ได้เพียงครั้งเดียว พนักงานจะปั้มสัญลักษณ์มือให้สามารถเดินเข้าออกถ่ายภาพได้ทั้งวัน ภายในนิทรรศการจะมีร้านจำหน่ายอาหาร ขายของ และเครื่องดื่ม สามารถแวะพักเหนื่อยจิบน้ำทานอาหารกันได้ในระหว่างรอคิวเลยภายในนิทรรศการมีจุดถ่ายรูปถึง 15 จุด และในแต่ละจุดสามารถเข้าไปถ่ายรูปได้คนละ 2 นาที พอหมดเวลาพนักงานจะเรียกจุดแรกคือ Unhidden หรือ พบเพียงหา อยู่ในโซน The Trial เปรียบเป็นอีกหนึ่งโลกที่รอให้นักเดินทางมาสัมผัส ภายในจุดนี้รายล้อมไปด้วยดอกไม้โทนชมพูแดงและตรงกลางเป็นสะพานไม้อีกจุดไฮไลท์ที่ห้ามพลาด Indigo Mount หรือ ภูเขาสีคราม อยู่ในโซน The Scenery เป็นฟีลคล้ายกับทะเลสาบในเมืองหนาวด้วยการตกแต่งดอกไม้ในโทนสีม่วงจุดต่อมาคือ Floral Leaves หรือ ดอกไม้ที่ไม่ใช่ดอกไม้ อยู่ในโซน The Trial ที่ทำให้เหมือนฤดูใบไม้ร่วงคือช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนตัวเองเป็นดอกไม้ใครสายถ่ายรูปต้องห้ามพลาด "รักดอก RakDok Floral Destination" อยู่ที่บึงไมตรีจิต วันจันทร์-พฤหัส เปิด ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. และวันศุกร์-อาทิตย์ เปิดตั้งแต่เวลา 06.30-17.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 06-1899-7893

  • หรอยแรงกับอาหารใต้ ร้านละมุนลิ้น โฮม คิทเช่น

    มาย่านมีนบุรีแล้วถ้าอยากหรอยกับรสชาติแกงใต้ ขอแนะนำร้านนี้เลย "ร้านละมุนลิ้น โฮม คิทเช่น" อาหารใต้หรอยแรงสูตรจากนครศรีธรรมราชที่ส่งตรงวัตถุดิบหลักจากทั่วภาคใต้มารวมไว้ที่นี่ รับรองถูกใจคออาหารใต้แน่นอน"น้ำพริกชุบโจร (169 บาท)" เป็นน้ำพริกแบบทางใต้ ซึ่งมีเรื่องเล่าของชื่อน้ำพริกว่ามีโจรปล้นบ้านหลังหนึ่งแล้วเกิดหิวขึ้นมา ในครัวมีเครื่องทำน้ำพริกอยู่เลยทำน้ำพริกกิน แต่ใช้มือขยำเอาเพราะถ้าใช้ครกเจ้าของบ้านจะได้ยิน จึงกลายเป็นที่มาของน้ำพริกชุบโจร"แกงคั่วหมูละมุน (189 บาท)" ใช้กะปิจากสุราษฎร์ธานีที่มีรสกลมกล่อมผสมกับกะปิจากระนองที่มีรสเข้ม และผสมกับเครื่องแกที่โขลกเอง ทำให้ได้รสชาติถึงเครื่อง"ต้มกะทิใบเหลียงกุ้งสด (209 บาท)" "แกงเหลืองปลากดลูกเขาคัน (259 บาท)" เป็นเมนูตามฤดูกาล หอมกลิ่นกะปิ และมีความเปรี้ยวของลูกเขาคันซึ่งเป็นพืชผักตามฤดูกาล"หมูฮ้อง (219 บาท)" เมนูไฮไลท์ของร้าน เนื้อหมูนุ่ม ตุ๋นนานกว่า 3 ชั่วโมง มีกลิ่นหอมผักชีพริกไทยดำ ยิ่งทานคู่กับน้ำพริกยิ่งเสริมรสชาติกันได้ดีปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน "โกสุ้ย (กล่องละ 35 บาท)" และ "สาคูลำไย (50 บาท)" ทางร้านใช้สาคูธรรมชาติจากต้นส่งมาจากจังหวัดพัทลุง มาต้มกับลำไย ราดด้วยน้ำกะทิที่ใช้มะพร้าวจากสมุย ทานตอนอุ่นๆ จะดีมากมาอิ่มอร่อยกับอาหารใต้ได้ที่ "ร้านละมุนลิ้น โฮม คิทเช่น" อยู่ระหว่างซอยรามคำแหง 192-194 ร้านเปิดทุกวัน 10.00-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2004-8565

  • Cave Beach Club

    อีกหนึ่งร้านในพัทยาที่ไม่มาถือว่าเอาท์ "Cave Beach Club" ที่ตกแต่งแบบเมดิเตอร์เรเนียน สไตล์ชนเผ่าชาวเกาะ ยิ่งมาถ่ายรูปช่วงบรรยากาศแสงสุดท้ายของวันจะยิ่งสวยมากๆ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในร้านก็เป็นงานฝีมือชนเผ่าจากทั่วโลก บางชิ้นก็นำเข้ามาจากอเมริกาใต้ หรือ South Africa ด้วยภายในร้านจะแบ่งออกเป็นโซน Restaurant, Cafe and Bar และโซน Fine Dining ส่วนเรื่องอาหารอร่อยแน่นอน เพราะใช้ครัวเดียวกับ The Glass House แต่ทางร้านก็จะมีเมนูพิเศษเฉพาะที่ Cave Beach Club อีกด้วย"ปลาอินทรีย์ล่องใต้ (240 บาท)" ใช้ปลาอินทรีย์ไซส์ใหญ่ส่งตรงจากทะเลไทย นำมาปรุงกับเครื่องแกงใต้ใส่ใบชะพลูเพื่อเพิ่มความหอม"ทะเลลาวา (290 บาท)" เมนูนี้จะคล้ายกับปลาหมึกผัดไข่เค็ม มีทั้งกุ้ง ปลาหมึก หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์"แกงคั่วแซลมอนย่างไข่เค็ม (390 บาท)" ทางร้านใช้พริกแกงคั่วสูตรพิเศษ และใส่ไข่เค็มลงไปตอนทำน้ำแกง เพื่อให้ได้ทั้งรสชาติที่มันและเค็ม ส่วนปลาแซลมอนก็มาจากนอร์เวย์เลย"พล่ากุ้งหมูสับ (260 บาท)" เป็นพล่ากุ้งสูตรโบราณของทางร้าน แต่เพิ่มความพิเศษด้วยการใส่หมูสับ เมนูนี้จะหอมสมุนไพรมาก"ร้าน Cave Beach Club" อยู่ที่ซอยนาจอมเทียน 10 สอบถามเพิ่มเติม เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-23.00 น. โทร. 08-3825-8283

  • ท่าอรุณ ร้านอาหารไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    "ร้านท่าอรุณ" เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศยามเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกดิน วิวแม่น้ำเจ้าพระยา และพระปรางค์วัดอรุณฯ งดงามเหนือคำบรรยาย พร้อมกับเมนูอาหารไทยแท้แบบโบราณ รสชาติจัดจ้านตามแบบฉบับไทย ภายในร้านตกแต่งสไตล์ย้อนยุคตามคอนเซ็ปต์ 'เห่อฝรั่ง' คือภายในร้านจะเล่าเรื่องราวในช่วงสมัยก่อนที่คนไทยจะเริ่มปรับตัวรับกับวัฒนธรรมแบบฝรั่งผ่านการตกแต่ง ทั้งแชนเดอเรีย เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องแก้วเจียระไนแบบโบราณ"ยำส้มโอ (275 บาท)" เมนูโบราณที่เป็นที่ชื่นชอบทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ นำมาคลุกแบบโบราณด้วยน้ำยำมะขามเปียกที่เคี่ยวกับน้ำตาลมะพร้าว"กะปิคั่ว (240 บาท)" ในบรรดาเครื่องจิ้มของไทย กะปิคั่วเป็นอีกหนึ่งสำรับที่หาทานได้ยาก ทางร้านใช้กะปิอย่างดี กะทิ หอมแดง และตะไคร้ นำมาปรุงด้วยสูตรของร้านท่าอรุณ ทานคู่กับผักสดเป็นเครื่องเคียง"แกงปูใบชะพลู (480 บาท)" หรือน้ำยาปู เมนูนี้คล้ายกับน้ำยาของภาคกลางที่กินกับขนมจีน ทางร้านคัดเนื้อปูพิเศษมาจากภาคใต้ เนื้อแน่น คุณภาพดี ส่วนพริกแกงรสเข้มข้นนั้นทางร้านตำเอง เป็นสูตรปักษ์ใต้ ใส่ขมิ้น เข้มข้นตามแบบต้นตำรับไทย"แกงมัสมั่นเนื้อแกะ (420 บาท)" ทางร้านใช้เนื้อแกะนำเข้าจากออสเตรเลีย ตัวแกงมีรสชาติกลมกล่อม หอมพริกแกงสูตรต้นตำรับจากทางร้าน เนื้อแกะนุ่มละมุนลิ้น รสชาติหวานมันกลมกล่อมปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง "ลูกลานลอยแก้ว (120 บาท)""ร้านท่าอรุณ" อยู่ถนนมหาราช ซอยเพ็ญเพัฒน์ 1 วันจันทร์-ศุกร์ ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 11.00-15.00 น. และ 16.00-21.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร.06-3170-4055

  • Arteasia Light Garden คาเฟ่ลับๆ ย่านเยาวราช

    "Arteasia Light Garden" คาเฟ่ลับๆ บนถนนทรงวาดย่านเยาวราชที่เนรมิตตึกเก่าอายุกว่า 109 ปีให้กลายเป็นเหมือน Light Art Gallery ที่ไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนก็สวยไปหมดคาเฟ่แห่งนี้ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน เน้นวัสดุทรงเหลี่ยม ตกแต่งด้วยแสงไฟสวยๆ ทำให้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเป็นไทย-จีน โดยมุมไฮไลท์ของร้านก็คืองานศิลปะกระจก 8 ชั้น รวมไปถึงหน้าต่างทุกบานจะประดับด้วยกระจกหลากสี ทำให้เกิดแสงสีที่มีมิติทั่วทั้งร้าน ส่วนอาหารก็จะเป็นอาหารจานเดียวแนวไทยประยุกต์เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของร้าน"Arteasia Afternoon Tea Set (690 บาท)" เซตของว่างไทยโบราณยามบ่ายที่มีทั้งขนมค้างคาวเผือก, ข้าวตังหน้าตั้งน้ำพริกอ่อง, เมี่ยงใบชะพลูกุ้งสด และแตงโมปลาแห้ง"ข้าวหน้าเนื้อตุ๋นกะทิน้ำพริกข่า ไข่ต้มยางมะตูม (320 บาท)" ทางร้านใช้เนื้อลายไปตุ๋นกับซอสปรุงรสต่างๆ เคี่ยวนาน 1 ชั่วโมงจนเนื้อนุ่ม ทานคู่กับน้ำพริกข่าสูตรของทางร้าน"ข้าวไก่ทอดซอสเบคอนหวาน ไข่ยางมะตูม (270 บาท)""หมูครึ่งแดด (250 บาท)" ใช้หมูสันนอกมาหมักกับซอสปรุงรสจนเข้าเนื้อ แล้วนำไปตากแดดแค่แปบเดียว เนื้อหมูจะนุ่ม ไม่แห้งจนเกินไป"Vangogh's Night (175 บาท)" เป็นม็อกเทล 3 ชั้น ด้านล่างเป็นน้ำอัญชัน น้ำมะนาว และท็อปด้วยชาแอปเปิ้ลผสมสตรอว์เบอร์รี"Mucha's Flower" ชาแอปเปิ้ลผสมมสตรอว์เบอร์รีปิดท้ายด้วยเมนูของหวานอย่าง "Earl Grey Crofel (180 บาท)" ตัววาฟเฟิลทำมาจากแป้งครัวซองต์ หอมเนย ทานคู่กับครีมซอส Earl Grey และไอศกรีมวานิลลาตามหาร้านลับสวยๆ กันได้ที่ "Arteasia Light Garden" เลขที่ 947 ถนนทรงวาด ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 14.00-23.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-4659-6653

  • Hybe Songwat สัมผัสการเดินทางแบบใหม่ผ่านอาหาร

    อีกหนึ่งร้านลับที่ซ่อนตัวอยู่บนถนนทรงวาด เรียกว่าเป็น Hidden Place ของจริงกับ "Hybe Songwat" ร้านเล็กๆ ที่เสิร์ฟความประทับใจผ่านอาหารสไตล์ Casual Dining และเมื่อก้าวเข้ามาภายในร้านก็จะได้สัมผัสทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และบรรยากาศที่คลาสสิกสุดๆอาหารของที่ร้านเป็นสไตล์ Casual Dining ที่ตั้งใจให้ทุกคนมาทานอาหารกันในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย โดยนำเอาประสบการณ์ที่เคยไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ มาเป็นแรงบันดาลใจในการนำเสนอออกมาในรูปแบบของอาหาร ผ่านคอนเซ็ปต์ Journeys Inspired Modern Sensory Cuisines ผ่านสัมผัสทั้ง 5 คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ให้ทุกคนได้เดินทางไปพร้อมกันผ่านตัวอาหารอาหารของทางร้านจะเสิร์ฟเป็นคอร์ส ราคาคอร์สละ 2,190 บาท จะประกอบด้วย 7 จานหลัก โดยธีมอาหารของทางร้านจะถูกเปลี่ยนไปทุกๆ 4-5 เดือน ตามการเดินทางในแต่ละช่วงของเจ้าของร้านเพื่อรังสรรค์อาหารแบบใหม่ๆ ออกมา โดยครั้งนี้มาในธีม ละ-เบ๋อ-ลา-โทร-รี่ มาจากคำว่า ละเบ๋อ เป็นคำสร้อยของชาวอีสาน ซึ่งเจ้าของร้านมองว่าน่ารักดีจึงยกเอาคำนี้เป็นคำอธิบายความหมายของคอร์สนี้ และคำว่า ลาโทรี่ มาจาก Laboratory ที่แปลว่า ห้องทดลอง ซึ่งนอกจากจะออกเสียงคล้ายคำว่าละเบ๋อแล้ว ยังสื่อถึงว่าอาหารทุกอย่างของที่ร้านได้ผ่านการทดลอง ทำผิด ทำถูก และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดมาให้คนทุกแล้ว หรือเรียกว่าเป็น Tasting Menu ที่ทุกจานมีความพิเศษและมีเรื่องราว"กินหมาก" หรือ Amuse-Bouche เมนูเรียกน้ำย่อยเพื่อเปิดต่อมรับรสของคอร์สนี้ ซึ่งจะเสิร์ฟก่อนเข้าคอร์สหลัก โดยทำจำลองหมากพลูที่คนไทยเคยทานในสมัยก่อน ในจานจะมีไม้ พลู หมาก ซึ่งไม้คือแครกเกอร์ข้าวคั่วไส้ตับบด พลูคือใบชะพลูย่างไฟ ด้านในเป็นน้ำพริกมะเขือกับข้าวเหนียว ส่วนหมากคือทาร์ตแจ่วและซอสมะเขือเทศ"ขุดดิน" เมนู Appetizers ได้แรงบันดาลใจมาจากดินที่เจ้าของร้านได้ไปทานมันหวานเผาจากชาวบ้าน เป็นมันหวานที่ปลูกแบบธรรมชาติ ไม่มีการใช้สารใดๆ จึงอยากเพิ่มมูลค่าให้กับมันหวานจนเกิดเป็นเมนูจานนี้ขึ้นมา โดยเมนูนี้จะใช้ริซอตโต้มันหวานที่มีเบสเป็นกะทิ ใบมะกรูด แป้งข้าวเจ้าผสมผงชาโคลเทมปุระและโฟมมันหวาน ท็อปด้วยผักเม็กซึ่งเป็นผักพื้นบ้านของอีสาน"แกงเปรอะบ้านไฮบ" เป็น Pre-Main Course ใช้ปลาแม่น้ำตามฤดูกาลมากงฟีหรือตุ๋นกับน้ำมันโดยใช้อุณหภูมิต่ำ ผสมกับฟักทองต้มกับน้ำแกงเประที่ใช้ใบย่านางและข้าวเบือ ซึ่งข้าวเบือก็คือข้าวเหนียวแช่น้ำ เป็นเทคนิคเพิ่มความข้นหนืดให้อาหารแบบสไตล์ชาวอีสาน เพิ่มกลิ่นหอมด้วยใบแมงลักออย ใบแมงลักทอดกรอบ และเพิ่มความนัวให้จานนี้ด้วยปลาร้า"ไก่ดำ" Main Course ที่นำไก่ไปตุ๋นกับใบชะมวง หอมใหญ่ ส้มแขก เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวฮางงอกขาวและดำปิดท้ายคอร์สด้วยของหวานอย่าง "กล้วยบวชชี" ในจานประกอบไปด้วยเมอแรงก์ กล้วยน้ำว้า กะบก แยมส้มจี๊ด และครีมกล้วยบวชชี เพราะที่สกลนครทุกบ้านจะปลูกกล้วยกัน เจ้าของร้านจึงเลือกให้เมนูนี้เป็นของหวานสำหรับคอร์สนี้มาสัมผัสประสบการณ์พิเศษแบบนี้ได้ที่ "Hybe Songwat" อยู่ที่ตรอกสะพานญวน ถนนทรงวาด ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 19.00-23.00 น. (หยุดวันอังคาร) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2120-7789 จองคอร์สผ่าน Line@ เท่านั้น Line@: @hybesongwat

  • Three Mangoes บ้านไทยชายคลอง

    เปรี้ยวปากพาหลีหนีความวุ่นวายมาทานอาหารชิลๆ ริมน้ำที่คลองอ้อมนนท์กับ "ร้าน Three Mangoes บ้านไทยชายคลอง" ในบ้านทรงไทยอายุกว่าร้อยปีให้ความรู้สึกย้อนยุค กับอาหารไทยทานง่ายแต่เด็ดรสชาติจัดจ้านทุกจาน "ตำ 3 ทัพ (399 บาท)" เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับสายแซ่บ เป็นส้มตำไหลบัว ใส่ทั้งปูม้า กุ้ง แล้วก็แซลมอน โดยใช้น้ำมะขามเปียกคั้นสดจานต่อจาน เพื่อเพิ่มรสชาติเปรี้ยวหวาน และความหอมให้กับส้มตำ"ต้มยำสายบัวปลาทู (170 บาท)" รสชาติจัดจ้านถึงเครื่องต้มยำ ได้ทั้งความกรอบจากสายบัว และความหอมมันจากปลาทูที่ส่งตรงมาจากอัมพวาเลย"เขียวหวานหมูผัดแห้ง (190 บาท)" ทีเด็ดอยู่ที่พริกแกงเขียวหวานจากกาญจนบุรี ผัดจนงวดให้รสชาติเข้มข้นขึ้น"ยำหมูย่างแอปเปิ้ล (170 บาท)" เมนูนี้ใช้สันคอหมูไร้มันย่างหอมๆ นำมายำกับแอปเปิ้ลเขียว รสชาติออกเปรี้ยวนิดๆ เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยได้ดีเลยทีเดียวปิดท้ายด้วยขนมหวานซิกเนเจอร์ของทางร้าน "ขนมไทยแบรนด์ป้ายาย by Three Mangoes" เมนูนี้ทั้งครีเอทและเป็นเอกลัษณ์ เพราะเป็นขนมไทยรสชาติดั้งเดิม ที่ทำขึ้นโดยเหล่าคุณป้าคุณยายที่ยังคงรักษาสูตรขนมไทยเหล่านี้ไว้ โดยจะสับเปลี่ยนไปตามวัตถุดิบที่หาได้ในแต่ละวัน เรียกว่าเป็นเมนูเซอร์ไพร์สเลย อย่างเมนูวันนี้ก็จะเป็น "ขนมตาล" และ "ขนมกล้วย"ใครที่อยากพาเพื่อน พาครอบครัวมาทานอาหารในบรรยากาศชิลๆ แบบนี้ มากันได้ที่ "ร้าน Three Mangoes บ้านไทยชายคลอง" อยู่ที่ถนนนครอินทร์ ริมคลองอ้อมนนท์ ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 11.00-23.00 น.(หยุดวันอังคาร) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-2696-4656

  • The Waterside At Chedsadabodin

    เปรี้ยวปากพาทุกคนมาดินเนอร์นนทบุรีริมน้ำกับอาหารไทยรสจัดจ้านถึงเครื่องที่ร้านอาหารไทยน้องใหม่ "The Waterside At Chedsadabodin" และวิวสุดโรแมนติกของสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา รับรองว่ามื้อนี้อิ่มท้องแล้วยังอิ่มเอมใจด้วยแน่นอน "ส้มตำยอดมะพร้าวอ่อนกุ้งย่าง (200 บาท)" ใช้ยอดมะพร้าวอ่อนแทนเส้นมะละกอให้สัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ กรุบกรอบ หวานนิดๆ จากยอดมะพร้าว คลุกเคล้ามากับน้ำส้มตำรสแซ่บ ทานพร้อมกับกุ้งแม่น้ำย่างตัวโต "ปลาเค็มทรงเครื่อง (200 บาท)" เมนูนี้เลือกใช้ปลากุเลาเค็มจากประจวบคีรีขันธ์มาทอดให้สุกเหลือง และโรยหน้าด้วยหอมแดงรวน ปรุงรสด้วยสูตรลับเฉพาะของครอบครัว "ปลากะพงสมุนไพร (320 บาท)" เมนูซิกเนเจอร์ ทอดจนได้สีเหลืองทอดแล้วโรยหน้าด้วยสมุนไพรทอด "ไก่ติดกระดูกผัดพริกแกงจันท์ (150 บาท)" เนื้อไก่นำมาผัดกับพริกแกงสูตรเด็ดที่ส่งตรงจากเมืองจันทบุรี รสชาติจัดจ้านถึงเครื่องแกงไทยแท้ๆ "ต้มส้มปลากระบอก (250 บาท)" "สามชั้นคั่วเกลือ (250 บาท)" ตามมาดินเนอร์ริมน้ำวิวสวยๆ ทานอาหารไทยอร่อยๆ กันได้ที่ "The Waterside At Chedsadabodin" อยู่ใกล้สะพานเจษฎาบดินทร์ ฝั่งพระนั่งเกล้า ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น.(หยุดวันจันทร์) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-8449-6459

  • Mekha By Shan Villas ดินเนอร์สวยเก๋ใน Glass House

    อีกหนึ่งร้าน Rooftop ใหม่มาแรงที่มาพร้อมซิกเนเจอร์ Glass House Dome สุดเก๋อย่าง "Mekha By Shan Villas" ที่นอกจากบรรยากาศจะโรแมนติกแล้วอาหารแต่ละจานยังรังสรรค์ออกมาในสไตล์โฮมเมดน่าทาน"Mekha By Shan Villas" อยู่บนชั้น 5 Rooftop ของโรงแรม Shan Villas กับมุมซิกเนเจอร์ Glass House Dome ให้ทุกคนได้ดื่มด่ำความโรแมนติกแบบส่วนตัวและสัมผัสแสงยามเย็นของพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลาลับขอบฟ้าที่นี่ตกแต่งสไตล์ไทยโมเดิร์นผสมผสานกับทรอปิคอล และอาหารของที่นี่จะเสิร์ฟเป็นคอร์ส 1 คอร์สจะมีทั้งหมด 7 เมนูรวมของหวาน (ราคาคอร์สละ1,490 บาท) ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าแต่ละจานจะทานเป็นอะไรได้ด้วยเริ่มด้วย Appetizer "บรูสเก็ตต้า & บัฟฟาโลวิงส์" ปีกไก่ทอดซอสบาร์บีคิว เสิร์ฟคู่กับบรูสเก็ตต้ามะเขือเทศ และสลัดที่มีให้เลือก 2 อย่างคือ "ซีซาร์สลัดหอยเชลล์" และ "สลัดแซลมอนรมควัน" มาพร้อมกับผักร็อกเก็ตและน้ำสลัดบัลซามิกต่อด้วยจานซุปที่มีให้เลือก 2 อย่างเช่นเดียวกัน คือ "ซุปผักโขม" และ "ซุปเห็ด" ซึ่งเป็นสูตรครีมเข้มข้นสไตล์โฮมเมด เสิร์ฟพร้อมขนมปังฝรั่งเศสจานสปาเกตตีจะไม่ได้มีให้เลือก โดยจะเป็น "สปาเกตตีแองเจิลแฮร์" ทานกับซอสมะเขือเทศสูตรโฮมเมดของทางร้านต่อด้วยเมนคอร์ส "สเต็กปลากะพงไวท์ไวน์ซอส" ปลากะพงหมักกับไวน์ขาวแล้วนำไปกริลให้หนังกรอบ ทานคู่กับมันฝรั่งมิกซ์กับกะหล่ำปลีม่วงและอีกหนึ่งเมนูเมนคอร์ส "อกเป็ดเบอร์รีซอส" สูตรซอสเบอร์รีเป็นสูตรของเชฟเอง ทานกับอกเป็ดที่นำไปกริลแล้วอบต่ออีก 20 นาทีจนเนื้อนุ่มปิดท้ายแบบฟินๆ ด้วยของหวาน "พานาคอตต้าซอสราสเบอร์รี" มาดินเนอร์ชมพระอาทิตย์ตกดินในโดมเก๋ๆ ได้ที่ "Mekha By Shan Villas" อยู่ซอยอ่อนนุช 18, ชั้น 5 โรงแรม Shan ร้านเปิด ตั้งแต่เวลา 17.30-23.00 น. (หยุดวันจันทร์) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 06-1978-2644

  • Rakdok Lalagoon Food Village

    เปรี้ยวปากชวนทุกคนมาเที่ยวทิพย์กันที่ "Rakdok Lalagoon Food Village" ศูนย์รวมร้านอาหารและที่เที่ยวน้องใหม่สุดฮอตในตอนนี้ ที่เจ้าของได้แรงบันดาลใจมาจากการที่อยากให้คนไทยได้ท่องเที่ยวในหลายๆ ประเทศในที่เดียว จึงจำลองเป็นเมืองตากอากาศริมทะเลสาบสุดโรแมนติกเหมือนในยุโรปและทุ่งหญ้าโคเคียที่ประเทศญี่ปุ่นนอกจากบรรยากาศจะดีถ่ายรูปสวยแล้ว ร้านอาหารของที่นี่เต็มไปด้วยร้านอาหารโฮมเมดสไตล์ต่างๆ เน้นใช้วัตถุดิบดีมีคุณภาพ เริ่มด้วย "ร้าน Rakdok Thai Street" ร้านอาหารไทยโฮมเมดที่มีไอเดียว่าทุกจานต้องทานง่ายและอร่อยเหมือนทำกินที่บ้าน แถมทุกจานยังมีดอกไม้เป็นองค์ประกอบสวยๆ ได้ทั้งถ่ายรูปและความอร่อย"หมี่ผัดกระเฉดกุ้ง" ที่คัดยอดกระเฉดอ่อนๆ เพื่อให้ได้ความกรอบอร่อย และกุ้งไซส์ใหญ่แบบเต็มคำเมนูแนะนำจากเชฟของร้านเพราะเชฟที่นี่ถนัดอาหารจีนกับเมนู "ผักเคลผัดน้ำมันหอย" ผักเคลที่ใช้เป็นผักออร์แกนิคและเพิ่มเท็กซ์เจอร์ด้วยเห็ดหอมสด "ผัดหมี่โคราช" เมนูนี้ทั้งเส้นและซอสส่งตรงมาจากโคราช แถมเจ้าของ Rakdok และเชฟยังเป็นคนโคราชอีกด้วย การันตีความอร่อยได้เลย"กุ้งทอดซอสมะขาม" ทีเด็ดอยู่ที่ซอสมะขามเปียกที่ร้านคั้นสดเองมาเอาใจสายแซ่บกันต่อที่ "ร้านช่างดอกยำ" กับเมนู "ยำหมูสามชั้นกุ้งลวกน้ำปลาร้า" เมนูนี้เอาหมูสามชั้นไปลวกแทนการทอดตามเปรี้ยวปากมาเที่ยวทิพย์กันได้ที่ "Rakdok Lalagoon Food Village" อยู่ที่บึงไมตรีจิต เขตคลองสามวา เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 06-1899-7893

  • Palo Cafe & Studio

    คาเฟ่น้องใหม่มาแรงที่เนรมิตให้นิวยอร์คอยู่แค่ซอยวิภาวดี "ร้าน Palo Cafe & Studio" ที่จัดเป็นสตูดิโอเปิดโปรเจคเตอร์ฉายภาพสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ในนิวยอร์ค ให้ทุกคนได้มาถ่ายรูปเหมือนอยู่นิวยอร์คกันเลยทีเดียว ซึ่งมุมโปรเจคเตอร์ตรงนี้ก็เป็นมุมซิกเนเจอร์ที่ใครมาก็ต้องแวะถ่ายรูปที่ร้านนอกจากจะเป็นสตูดิโอแล้วยังเป็นคาเฟ่สไตล์โฮมมี่น่ารักๆ ที่เหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อน โดยตัวร้านเดิมเป็นบ้านเก่าที่นำมารีโนเวทใหม่ทั้งหมดแต่ยังคงโครงสร้างเดิมไว้ มีมุมถ่ายรูปหลากหลายทั้งมุมเปียโน มุมโซฟา หรือแม้แต่หน้าร้านก็เป็นมุมเช็คอินของที่นี่เดิมที่นี่เป็นสตูดิโอถ่ายภาพเพียงมาก่อนซึ่งเกิดจากเจ้าของและกลุ่มเพื่อนไลฟ์สไตล์เดียวกัน ต่อมาจึงเปิดเพิ่มในโซนคาเฟ่ซึ่งทุกอย่างก็จะเป็นสไตล์โฮมเมด เป็นเมนูทานง่ายๆ เน้นวัตถุดิบดีๆ จากหลายที่มารวมกันเริ่มด้วยเมนูซิกเนเจอร์ที่มีชื่อเดียวกับร้าน "ข้าวซี่โครงหมูพะโล้ขลุกขลิก (99 บาท/ เพิ่มไข่ดาว 10 บาท)" คลุกข้าวทานได้ง่ายๆ ตัวหมูก็ใช้เป็นซี่โครงหมูแทนหมูสามชั้น เสิร์ฟมาพร้อมกับไข่ เลือกได้ว่าจะเป็นไข่ดาวหรือไข่เจียวต่อด้วยเมนูใหม่ของทางร้าน "สปาเกตตีทรัฟเฟิลครีมซอส (249 บาท)" เส้นสปาเกตตีหนึบกำลังดี ตัวครีมหอมละมุนกลิ่นเห็ดทรัฟเฟิลสายกาแฟอยากให้ลองเมนู "Bael-Cano (110 บาท)" หรือกาแฟมะตูม เมนูนี้ใช้เมล็ดกาแฟจากเชียงราย หอมกลิ่นมะตูมกับน้ำตาลทรายแดง เสิร์ฟมาพร้อมกับเนื้อมะตูมสับ"Palooo-Ha (110 บาท)" ชาหมักสูตรพิเศษผสมกับน้ำสับปะรดและน้ำมะนาว ท็อปด้วยเครื่องเทศพะโล้และไข่ต้มที่ทำมาจากส้มและลิ้นจี่ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานแสนอร่อย "Banoffee Pie (129 บาท)" "Lime Cheesecake (129 บาท)" ตรงกลางมีซอสมะนวเป็นเลเยอร์มานั่งทานอาหารสบายๆ ได้รูปสวยๆ กลับไปที่ "ร้าน Palo Cafe & Studio" อยู่ในซอยวิภาวดีรังสิต 22 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-17.30 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-2924-6638

  • ชานพระนคร ร้านอาหารไทยในบรรยากาศแอนทีค

    "ชานพระนคร" The Hidden Dining ร้านอาหารไทยที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 2 ของร้านขายของแอนทีคอย่าง 'Dang Shop' บนถนนพระสุเมรุทำให้ได้กลิ่นอายเก่าย่านพระนคร ร้านมีความเก๋และสวยคลาสสิกอยู่ในตัวบรรยากาศภายในร้านอบอุ่นเหมือนมาทานข้าวบ้านเพื่อน แต่เป็นบ้านเพื่อนที่เป็นนักสะสมของเก่า ของแอนทีคต่างๆ ภายในร้านจัดวางไว้ได้อย่างสวยงามลงตัว นอกจากบรรยากาศสวยๆ แล้วเมนูอาหารก็ไม่ธรรมดาจานชามต่างๆ บนโต๊ะอาหารถูกจัดวางไว้อย่างสวยงาม มีกิมมิคน่ารักๆ อย่างการ์ดต้อนรับที่บอกว่าเมนูอาหารวันนี้จะมีอะไรบ้างและแนบดอกไม้สวยๆ มาเพิ่มความสดชื่นให้อีกด้วย ดูมีความสวยแบบคลาสสิกเนื่องจากมีบริการเพียงรอบละ 1-2 โต๊ะเท่านั้น จึงต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น ไม่สามารถ Walk-in เข้ามาได้ เวลาเสิร์ฟอาหารจะเสิร์ฟแบบชุดสำรับ ราคาเริ่มต้นที่ 3,000 บาท เลือกได้ 4 เมนู สามารถทานได้ 2-3 ท่าน หรือถ้าอยากสั่งเพิ่มจากในชุดก็สามารถสั่งได้ อาหารของที่ร้านเป็นสไตล์ Home Cooking ที่ทำเองทุกอย่างตั้งแต่เลือกวัตถุดิบ สูตรต่างๆ ก็เป็นรสมือของคุณป้าเจ้าของร้านเองอีกด้วยเริ่มด้วยเมนูทานเล่นอย่าง "เมี่ยงกลีบบัว" ที่เปลี่ยนจากใบชะพลูมาเป็นกลีบบัวหลวงสีชมพูสดใส"แกงเหลืองปลากะพงไหลบัว" เนื้อปลากะพงเป็นชิ้นๆ เข้ากันได้ดีกับพริกแกงเหลืองที่ให้รสชาติแบบครบเครื่อง"ปลาอินทรีทอดซีอิ๊ว" เมนูนี้พิถีพิถันตั้งแต่การไปเลือกซื้อปลาให้ได้ส่วนที่ดีที่สุด และปลาอินทรีทอดของที่นี่จะมีความนุ่มเด้ง รสชาติหวานเค็มกลมกล่อม แล้วโรยด้วยกระเทียมเจียวหอมๆ"หมึกไข่ผัดพริกเกลือ" หมึกไข่ตัวแน่นๆ ผัดคั่วกับกระเทียม พริกแกง อร่อยกรอบเคี้ยวเพลิน"หมูก้อนทอด" หมักหมูด้วยเครื่องเทศไทยๆ อย่างกระเทียม พริกไทย รากผักชี ทำให้หอมกลิ่น 3 เกลอมาก"บวบผัดไข่ใส่กุ้ง" บวบกรอบๆ ที่ยังคงความนุ่มและหวานเอาไว้ผัดกับไข่ตามมาสัมผัสความคลาสสิกและอาหาอร่อยๆ กันได้ที่ "ชานพระนคร" อยู่บนชั้น 2 ของร้าน Dang Shop ถนนพระสุเมรุ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00-14.00 น. และ 17.00-19.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-1402-5616

  • บ้านย่า คาเฟ่(Banya Cafe) คาเฟ่วินเทจย่านห้วยขวาง

    เอาใจเหล่า Cafe Hopper กับคาเฟ่ลับบนถนนรัชดา "บ้านย่า คาเฟ่(Banya Cafe)" ในบรรยากาศโฮมมีที่มีขนมโฮมเมดอร่อยๆ พร้อมกับเครื่องดื่มสุดครีเอทร้านบ้านย่าคาเฟ่ถูกดัดแปลงมาจากบ้านเก่าของคุณย่าเจ้าของร้าน เดิมทีทำเป็น Hostel ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าพัก ต่อมาจึงได้ไอเดียดัดแปลงชั้น 1 มาทำเป็นคาเฟ่แบบจริงจัง คอนเซ็ปต์ร้านก็จะเป็นแบบโฮมมี่ ตัวร้านและของตกแต่งเป็นสไตล์วินเทจและเสริมด้วยของสตรีทตามความชอบของเจ้าของร้าน ให้บรรยากาศเหมือนนั่งเล่นอยู่ในบ้านเมนูเครื่องดื่มและขนมของร้านเป็นแบบโฮมเมด ขนมเป็นสูตรของคุณแม่เจ้าของร้านซึ่งจะเลือกใช้วัตถุดิบแบบพรีเมียม เพราะอยากให้คนที่ทานได้รู้สึกเหมือนขนมที่ทำทานกันในบ้าน และขนมเกือบทุกตัวจะไม่เน้นหวาน ส่วนเครื่องดื่มแต่ละตัวได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังที่เจ้าของชื่นชอบ นำมารังสรรค์เป็นเครื่องดื่มที่เป็นเอกลักษณ์ของหนังเรื่องนั้นๆ "Marbel Cheesecake (170 บาท)" เป็นชีสเค้กผสมกับช็อกโกแลตทำลวดลายออกมาให้เหมือนหินอ่อน โรยหน้าด้วยช็อกโกแลต Sarath ซึ่งเป็นแบรนด์ของคนไทยที่มีรางวัลการันตีอีกด้วย"Raspberry Whitechoc Cheesecake (170 บาท)" ชีสเค้กไวท์ช็อกโกแลตที่ไม่มีน้ำตาล ตัดกับรสเปรี้ยวของราสป์เบอร์รี ส่วนด้านล่างจะเป็นเนื้อบัตเตอร์เค้ก"Lemon Meringue Pie (150 บาท)" "Brownie (70 บาท)" สูตรดาร์คช็อกโกแลตเข้มข้น ผสมกับอัลมอนด์ที่ไม่เน้นหวานเมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ "Kathleen Kelly (120 บาท)" เป็น Honey Latte ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่อง You've Got Mail ด้านบนโรยด้วยผงซินนามอน ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเทศกาลคริสต์มาสที่เป็นธีมของหนังปักหมุดรัชดาคาเฟ่ในบรรยากาศอบอุ่น นั่งทานขนม ดื่มเครื่องดื่มชิลๆ กันได้ที่ "บ้านย่า คาเฟ่(Banya Cafe)" อยู่ที่ซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5 ร้านเปิดจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. (หยุดวันพฤหัส) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-6574-1612

Follow us on INSTAGRAM