• หอยแครงลวก เจ๊ภา สวรรค์ของคนรักหอยย่านวงเวียนใหญ่

    ถ้าพูดถึงย่านวงเวียนใหญ่ไม่มีใครไม่รู้จัก "ร้านหอยแครงลวก เจ๊ภา" ที่เปิดมากว่า 40 ปี มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย เพราะความสดของหอยที่ส่งตรงมาจากเพชรบุรี ด้วยความสดของหอยที่คัดไซส์พิเศษมาเป็นไซส์กลาง มีขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป และเทคนิคการทำความสะอาดหอยที่จะทิ้งให้คลายดินประมาณ 2 ชั่วโมง จึงเอาน้ำฉีดให้หอยหุบปาก แล้วนำไปใส่ตะกร้าร่อนอีกทีเพื่อความสด สะอาด ซึ่งเป็นหัวใจหลักของทางร้าน"หอยแครงลวก (จานละ 80 บาท/สั่งกลับบ้านถุงละ 100 บาท)" ลูกค้าสามารถเลือกระดับความสุกได้ตามชอบ ทั้งแบบสุก แบบเลือด และแบบกลาง โดยน้ำจิ้มมีให้เลือก 3 แบบ คือ น้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำจิ้มหวาน น้ำจิ้มหอยแครง แต่สามารถเลือกน้ำจิ้มได้ 1 ถ้วยต่อจานและถุงเท่านั้นคนรักเมนูหอยตามมาฟินกันได้ที่ "ร้านหอยแครงลวก เจ๊ภา" อยู่ปากซอยลาดหญ้า 1 ถ.ลาดหญ้า สมเด็จเจ้าพระยา ร้านเปิดวันอังคาร-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น. (หยุดวันจันทร์และวันพระใหญ่) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-0281-9338

    ลาดหญ้า

    Street Food

    Sea Food

  • Tandoori Smoke อาหารอินเดียพื้นเมือง แยกบ้านแขก

    "Tandoori Smoke" ร้านอาหารอินเดียน้องใหม่ที่ยกอาหารอินเดียพื้นเมืองทางตอนเหนือเน้นรสชาติเข้มข้นถึงเครื่องเทศ มาเสิร์ฟความอร่อยกันที่แยกบ้านแขกร้าน Tandoori Smoke ตั้งอยู่แถวสี่แยกบ้านแขก เป็นร้านอาหารอินเดียแท้ๆ เพราะทั้งเจ้าของร้านและเชฟเป็นคนอินเดีย เครื่องเทศและวัตถุดิบที่ใช้ส่วนใหญ่ก็นำเข้ามาจากอินเดีย ส่วนชื่อร้าน Tandoori มาจากชื่อ 'เตาทันดูรี' หรือ 'หม้อดินเผา' ที่ใช้ถ่านปรุงอาหารเริ่มด้วยอาหารทานเล่นที่นิยมในอินเดีย "Pani Puri" เป็นแป้งกลมๆ ทอดกรอบเจาะรูตรงกลาง ใส่ไส้มันฝรั่งต้มลงไป เวลาทานก็ราดน้ำจิ้มรสหวานกับน้ำจิ้มมาซาล่า"Tandoori Chicken" เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน เป็นไก่หมักเครื่องเทศแล้วนำไปย่างในเตาทันดูรี ซึ่งถ้าใครอยากเพิ่มรสชาติทางร้านก็มีซอสให้เลือกถึง 3 แบบ คือ ซอสมิ้นท์ ซอสมะขาม และซอสพริกต่อด้วยเมนูแกงอย่าง "Handi Chicken" เป็นเมนูที่นำไก่ย่างไปผัดกับเครื่องเทศ เสิร์ฟมาในหม้อ Handi ทองแดง ด้านบนท็อปด้วยไข่ต้มและสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือแป้งนานสำหรับทานคู่กับแกงต่างๆ "Garlic Naan" แป้งนวดสด ทาเนยกระเทียม ย่างในเตาทันดูรี"Paneer Lasanyia" ก้อนชีสอินเดียสอดไส้เครื่องเทศ วางมาบนน้ำแกงที่ทำมาจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์และอัลมอนด์"Chicken Briyani" ข้าวหมกที่ใช้ข้าวบัสมาติผัดกับเครื่องเทศแล้วนำมาหมกไก่ไว้ด้านใน ด้านบนโรยด้วยหอมเจียวกรอบๆมาถึงเมนูของหวานอย่าง "Ras Malai" ที่ใช้นมมาทำเป็นก้อนชีสกลมๆ เนื้อฟูๆ แล้วแช่ในน้ำสด รสชาติหวานหอม"Kheer" พุดดิ้งข้าวที่เสิร์ฟมาในหม้อดินเผาปิดท้ายมื้อด้วย "Masala Tea" ชาร้อนที่มีกลิ่นเครื่องเทศมาซาล่าใครคิดถึงอาหารอินเดียหรืออยากมาทานอาหารอินเดียแท้ๆ มากันได้ที่ "ร้าน Tandoori Smoke" อยู่ที่ ซ.สารภี 2 หรือ ซ.อิสรภาพ 5 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-4670-5050

    ซ.อิสรภาพ

    Indian Food

  • บะหมี่ไก่กรอบลาดหญ้า By Noddle Twin

    อีกหนึ่งร้านอร่อยย่านวงเวียนใหญ่ "ร้านบะหมี่ไก่กรอบลาดหญ้า By Noddle Twin" ร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำเจ้าดังที่เปิดมากว่า 8 ปี โดยทีเด็ดอยู่ที่น้ำต้มยำรสเด็ดและการผสมผสานวัตถุดิบที่หลากหลาย เช่น ไก่กรอบ, สเต๊กแซลมอน, สเต๊กหมู เป็นต้น ให้เข้ากับต้มยำได้เป็นอย่างดีเริ่มความอร่อยด้วยเมนูซิกเนเจอร์อย่าง "บะหมี่ต้มยำน้ำข้นไก่กรอบ (50 บาท)" ที่จะใช้เนื้ออกมาหมักแล้วทอดแบบไม่อมน้ำมัน กรอบนอกนุ่มใน ส่วนน้ำต้มยำก็ปรุงสดใหม่ทุกชาม"ซุปเปอร์พรีเมียม (100 บาท)" มาพร้อมเครื่องแน่นชาม ทั้งไก่กรอบ หมูชิ้น หมูสับ หมูตุ๋น ลูกชิ้น ไข่ต้ม และเกี๊ยวกรอบ"ซุปเปอร์สเต๊กแซลมอน (159 บาท)" เมนูเกาเหลาต้มยำเข้มข้นเข้ากันดีกับเนื้อแซลมอน"บะหมี่แห้งสเต๊กหมู (60 บาท)" สเต๊กหมูสันนอกหมักจนนุ่มแล้วย่างจนหอม ราดด้วยน้ำซอสฉ่ำๆ มาบนบะหมี่ตามมาลองชิมก๋วยเตี๋ยวต้มยำแบบใหม่ได้ที่ "ร้านบะหมี่ไก่กรอบลาดหญ้า By Noddle Twin" อยู่หน้าวัดบุปผาราม ซ.อรุณอมรินทร์ 5 ถ.อิสรภาพ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-7185-6620

    ลาดหญ้า

    Street Food

    Noodle

  • คั่วชามเปล อรุณอมรินทร์ 30

    "คั่วชามเปล" ร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ที่เสิร์ฟมาในชามรูปทรงเหมือนเปลจึงเป็นที่มาของชื่อ 'คั่วชามเปล' แต่ที่ร้านไม่ได้มีแค่เมนูคั่วไก่ มีทั้งหมู ไก่ หมึก กุ้ง ไข่หมึก ที่เอามาทำก๋วยเตี๋ยวคั่วได้ทั้งหมดเริ่มจากเมนูซิกเนเจอร์ "คั่วไก่ (50 บาท)" ใช้อกไก่ที่หมักกับไข่จนนุ่มมาผัดกับเส้นจนเข้าเนื้อ"คั่วไข่หมึก (80 บาท)" ไข่หมึกมาชิ้นใหญ่ๆ ใส่มาแน่นๆ"คั่วรวมเครื่องใน (90 บาท)" เมนูขายดีของร้านที่รวมเครื่อง ทั้งหมู ไก่ หมึกกรอบ หมึกสด กุ้ง และเครื่องใน"คั่วเบคอน (80 บาท)" ได้ความกรอบและรสชาติเค็มนิดๆ ของเบคอน เข้ากันดีกับเส้นที่กรอบนอกนุ่มหนึบด้านในถ้ามาย่านจรัญฯ ต้องห้ามพลาดกับ "ร้านคั่วชามเปล" อยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอยอรุณอมรินทร์ 30 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 16.30-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-1806-4234

    บางยี่ขัน

    Street Food

  • ข้าวต้มกุ๊ยชือเลอมา ร้านข้าวต้มสุดเก๋สไตล์โรงเตี๊ยม

    ร้านข้าวต้มในบรรยากาศโรงเตี๊ยม "ร้านข้าวต้มกุ๊ยชือเลอมา" ที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นจีนโบราณเอาไว้ด้วยสูตรอาหารที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นอาม่า และเอาใจคนรุ่นกับมุมถ่ายรูปเก๋ๆ รอบร้านเมนูอาหารของที่ร้านจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ เมนูอาหารจีนดั้งเดิม และเมนูแบบประยุกต์ ข้าวต้มของที่นี่ก็มีให้เลือกถึง 3 แบบ ทั้งข้าวขาว ข้าวกล้อง และข้าวไรซ์เบอร์รี"โคตรไข่เจียว (150 บาท)" "เคาหยก (200 บาท)" เข้มข้นตามแบบฉบับจีนแคะดั้งเดิม เป็นหมูสามชั้นกับผักกาดเขียวดองแห้ง หรือที่เรียกว่าหั่มช้อยกอน(ผักดำ) โดยใช้เวลาตุ๋นกว่า 3-4 ชั่วโมง จนสามชั้นนุ่มละลายในปาก"หมูกรอบ 3 เซียน (140 บาท)" เป็นหมูกรอบสไตล์ฮ่องกง และที่ชื่อ 3 เซียน ก็เพราะมีน้ำจิ้มให้เลือกถึง 3 รส ซีอิ๊วดำหวาน ซีฟู้ด และซัลซ่า"ทะเลเปรี้ยวหวาน (160 บาท)" ใส่เครื่องมาทั้งปลากะพง หมึก กุ้ง หอยแมลงภู่ ทอดจนกรอบแล้วนำมาผัดกับซอสเปรี้ยหวานรสชาติเข้มข้น โรยหน้าด้วยใบโหระพาทอดกรอบ"ต้มยำเกี่ยมบ๊วยหมูสับ (150 บาท)" เมนูนี้จะทำให้เข้มข้นขึ้นโดยทำเป็นต้มยำ ใช้สันคอหมูบดต้มกับน้ำสต็อกหมูแล้วปรุงรส"ปลาเงินคั่วพริกเกลือ (120 บาท)" คัดสรรวัตถุดิบอย่างดีและปรุงอย่างตั้งใจ ดูแลเหมือนคนในครอบครัวตามชื่อร้าน "ชือเลอมา" ที่แปลว่า 'ทานอะไรมาหรือยัง' ตามมาทานกันได้ที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 40 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 13.00-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-3252-2939

    จรัญสนิทวงศ์

    Asian Food

    Fusion Food

  • Unbidden Cafe & Things คาเฟ่มินิมอลย่านจรัญสนิทวงศ์

    "Unbidden Cafe & Things" คาเฟ่มินิมอลสไตล์เกาหลีย่านจรัญสนิทวงศ์ที่กำลังดังในโซเชียล การตกแต่งร้านเป็นโทนสีขาว-ครีมสะอาดตา ให้ความรู้สึกอบอุ่น และขนมของร้านก็ยังออกแบบเป็นสไตล์เกาหลีอีกด้วย 'คุณป๊อป' เจ้าของร้านตั้งใจจะเปลี่ยนธีมการตกแต่งร้านไปเรื่อยๆ ตามคอนเซ็ปต์ของชื่อร้าน 'Unbidden' ที่มีความหมายว่าทำอะไรก็ได้ และเพื่อให้เหล่าลูกค้าอยากกลับเข้ามาที่ร้านอีกครั้งนึงเมนูของที่ร้านจะทำรสชาติมาแบบเบาๆ เพื่อให้เข้ากับเครื่องดื่มทุกเมนู เน้นรูปร่างต่างกันออกไป เวลาถ่ายรูปจะดูน่ารักแต่ยังมีความมินิมอล"Rare Cheesecake (120 บาท)" ชีสเค้กเนื้อแน่น ท็อปด้วยครีมสด โรยด้วยผงโกโก้เล็กน้อย"Yoghurt Crumble (120 บาท)" โยเกิร์ตเนื้อนุ่ม รสชาติเปรี้ยวหวานเข้ากันได้ดีกับครัมเบิลด้านล่างที่มีความกรุบกรอบ"Flourless Choco Cup (120 บาท)" เค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง แต่ได้รสชาติช็อกโกแลตเข้มข้นเมนูใหม่ของทางร้าน "Nama Chocolate (120 บาท)" เนื้อช็อกโกแลตหนึบๆ ตัดความเข้มด้วยครีมสดที่เสิร์ฟมาคู่กัน"Cocoa Crumble (120 บาท)" เมนูโกโก้ที่มีความเข้มข้น โรยหน้าด้วยครัมเบิลเพิ่มความกรุบกรอบ"Caramel Macchiato (120 บาท)" ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศ มานั่งชิลถ่ายรูปเก๋ๆ เหมือนได้บินไปเช็คอินที่เกาหลี ก็แวะมาได้ที่ "Unbidden Cafe & Things" อยู่ใต้ตึกธนบุรีรามา ก่อนถึงซอยจรัญสนิทวงศ์ 49 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 06-4540-8217

    จรัญสนิทวงศ์

    Cafe

  • Knock Knock Cafe & Bar คาเฟ่โฮมมี่วินเทจ

    "Knock Knock Cafe & Bar" คาเฟ่สุดคูลสไตล์โฮมมี่วินเทจ เน้นความเรียบง่ายแต่ได้ความอบอุ่นใจ มาพร้อมกับเมนูโฮมเมดอร่อยๆ มุมถ่ายรูปเก๋ๆ ไว้ลงโซเชียลอีกด้วยคอนเซ็ปต์ของที่ร้านคือลูกค้าทุกคนคือเพื่อนบ้านคนสนิทของคาเฟ่แห่งนี้ การตกแต่งร้านจึงเข้าคอนเซ็ปต์เป็นแนววินเทจน่ารักๆ"Teriyaki Grilled Salmon Rice Bowl (249 บาท)" "Capellini Bolognese Steak (389 บาท)" พาสต้าเส้นแองเจิ้ลแฮร์ผัดกับซอสโบโลเนสโฮมเมด ท็อปด้วยเนื้อริบอายสเต็กมีเดียมแรร์ฉ่ำๆ"Alfred's O (289 บาท)" พาสต้าโฮมเมดตัวใหม่ เป็นเส้น Fettucine Black Ink ผัดกับซอส Alfredo ที่ผสมพาร์เมซานชีส ท็อปด้วยมะเขือเทศ Sun-dried"Capellini Aglio E Olio with Bacon & Clam (229 บาท)" เมนูนี้รสชาติจัดจ้านผัดพริกแห้งเบคอนและหอยลาย ท็อปด้วยไข่กุ้งเมนู Appetizer "Potato Wedges (129 บาท)" เฟรนด์ฟรายส์ชิ้นใหญ่ ทำจากมันฝรั่งติดเปลือกหั่นแบบหนา โรยด้วยผงปาปริก้าและมาซาลาปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง "Brownie Lava (120 บาท)" และ "Banoffee Tart (150 บาท)" "Knock Knock Cafe & Bar" อยู่ที่ซอยอารีย์สัมพันธ์ 7 ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 09.00-23.00 น. (หยุดวันจันทร์) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 06-2253-9898

    อารีย์

    Fusion Food

    Cafe

  • Volks คาเฟ่เบเกิลสุดชิคย่านประดิพัทธ์

    "ร้าน Volks" คาเฟ่เบเกิลสุดชิคที่ไม่ต้องไปไกลถึงนิวยอร์กก็มีให้ทานที่ซอยประดิพัทธ์ 13 โดยร้านนี้เกิดจากความชื่นชอบจนกลายเป็นแฟนคลับเมนูเบเกิลของเจ้าของร้าน เลยครีเอทเมนูเบเกิลที่มีเฉพาะร้าน Volks เท่านั้นขึ้นมา'Begal' เป็นเมนูอาหารเช้ายอดฮิตของนิวยอร์ก โดยส่วนใหญ่จะทานกับครีมชีส แซลมอนรมควัน และหอมแดงหั่นขนมปังเบเกิลโฮมเมดของที่ร้านมีให้เลือกถึง 12 แบบ และยังมีไส้สำหรับแซนวิชเบกิลอีกถึง 4 อย่าง ใครชื่นชอบแบบไหนก็สามารถเลือกมิกซ์เองได้เลย"Bacon, Egg, and Cheddar with everything (240 บาท)" เมนูคลาสสิกที่มีความคล้ายกับแซนวิชเบเกิลที่คนนิวยอร์กนิยมทานตอนเช้า เบเกิล Everything ไส้เป็นสโมกเบคอน ไข่ และชีสเยิ้มๆ"Smoked salmon and Capers with Jalapeno cheddar (280 บาท)" แซลมอนที่ใช้นำเข้าจากนอร์เวย์ มีครีมชีส หอมแดง เคเปอร์ กับเบเกิลที่มีพริก Jalapeno และเชดด้าชีส"Banana Hazelnut French Toast (200 บาท)" เมนูนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากขนมในสวนสนุกที่ทานง่ายและคุ้นเคยกันดี เป็นกล้วย คาราเมล เฮเซลนัทกรอบ และเนยช็อกโกแลต กับเบกิล French Toastและเมนูใหม่ล่าสุดของที่ร้าน "Portobello Creme Fraiche with Crispy onion (260 บาท)" ตัวเบเกิลเป็น Crispy Onion ไส้จะมีเห็ดพอร์โทเบลโล มีครีม Creme Fraiche เข้มข้น และ Swiss Gruyere Cheeseตามมาทานเบเกิลอร่อยๆ กันได้ที่ "ร้าน Volks" อยู่ที่ซอยประดิพัทธ์ 13 ร้านเปิดวันอังคาร-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-14.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) สอบถามเพิ่มเติม โทร.08-2014-9437

    ประดิพัทธ์

    Breakfast

    Cafe

    Begal

  • Fics คาเฟ่ของคนรักหนัง

    "ร้าน Fics" คาเฟ่ที่รวมตัวของคนรักหนัง โดยชื่อร้าน Fics มาจาก F = Film, I = Inspired, C S = Coffee Shop ตกแต่งร้านสไตล์มินิมอลและได้กลิ่นอายความคลาสสิกของโรงหนังบริเวณหน้าร้านก็ทำเป็นเหมือนโรงหนัง Stand Alone ยุคเก่าที่ทั้งเท่และอาร์ตให้แวะถ่ายรูปสวยๆ ก่อนเข้าไปในร้าน และที่บริเวณชั้น 3 ยังมีโซน Poster District ที่รวมโปสเตอร์หนังหายากมากมาย โดยจะเป็นโปสเตอร์หนังคลาสสิกในยุค 70s-80s เลยในส่วนของคาเฟ่นั้น เมนูต่างๆ ก็ครีเอทมาจากภาพยนตร์ชื่อดัง เริ่มด้วย "Call me by your name (135 บาท)" ที่ร้านเลือกฉากจำของหนังอย่างฉากที่ตัวเอกกินพีชซึ่งมีความหมายแฝงอยู่ด้วย และแบล็คกราวน์ของหนังเรื่องนี้ก็จะเล่าในช่วงหน้าร้อนของประเทศอิตาลีในยุค 80 จึงได้เมนูนี้ที่เหมาะกับหน้าร้อนสุดๆ ส่วนผสมก็จะมีชาพีช โซดา มะนาว และใบมินต์"Blue is the warmest colour (125 บาท)" เป็นแนว LGBT จะคล้ายๆ กับ Call me by your name แต่จะเล่าในมุมมองของสาวๆ จุดเด่นของเรื่องนี้อยู่ที่ตัวเอกที่มีผมสีฟ้าและความรักที่ค่อนข้างเศร้า จึงครีเอทออกมาเป็นเมนูนี้ที่ใช้นมไวท์ช็อกโกแลตผสมอัญชันอุ่นๆ และเพิ่มกลิ่นหอมด้วยชินนามอนเผา"Clockwork Orange (140 บาท)" เนื้อเรื่องของหนังจะค่อนข้างดาร์ก รุนแรง วุ่นวายนิดๆ มีแฝงคอมเมดี้ที่เป็นตลกร้ายเข้ามา จึงครีเอทออกมาใช้ดาร์กช็อกโกแลตเป็นเบสความเข้ม ขม และเพิ่มความสดชื่นด้วยซอสส้ม จึงจะเห็นเป็นเลเยอร์สีดำตัดกับส้มที่ดูวุ่นวายนิดๆ"Amelie (135 บาท)" หนังดังจากฝรั่งเศส เป็นหนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้ การันตีด้วยรางวัลมากมาย ซึ่งเมนูนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของชาวฝรั่งเศส จึงครีเอทออกมาเป็นลาเต้เย็นและมีแยมราสเบอร์รีเข้มข้นด้างล่างที่ทางร้านเคี่ยวเองแบบโฮมเมดรับรองว่าคนรักหนังจะต้องหลงรักที่นี่แน่นอน "ร้าน Fics" อยู่ที่สุขุมวิท 31 โซน Cafe เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.30-17.30 น. และโซน Poster District เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. (หยุดวันจันทร์)

    สุขุมวิท

    Cafe

  • ชางไฮ ร้านอาหารเหนือ สูตรเจียงฮาย

    "ชางไฮ" ร้านอาหารที่หลายคนคิดไม่ถึงว่าจะเป็นร้านอาหารเหนือจนเกิดเป็นแฮชแทค #ชางไฮไม่ได้ขายอาหารจีน ด้วยสไตล์การตกแต่งร้านที่เป็นจีนผสมกับเครื่องหวายจักรสานแบบเหนือจึงทำให้หลายคนเข้าใจผิด แต่ก็เป็นการผสมผสานกันได้อย่างลงตัวร้านชางไฮ เป็นร้านอาหารเหนือแบบต้นตำรับจากเชียงราย ส่วนชื่อ 'ชางไฮ' นั้นผันเสียงมาจาก 'เจียงฮาย' หรือ 'เชียงราย' นั่นเอง โดยทางร้านอยากผสมผสานความเป็นตัวตนของหุ้นส่วนเข้าด้วยกัน ซึ่งคนนึงเป็นคนไทย-จีน และอีกคนเป็นคนเชียงราย จึงครีเอทชื่อและตกแต่งร้านออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์ทานอาหารเหนือทั้งทีต้องเริ่มจาก "ออเดิร์ฟเมือง (340 บาท)" โดยในเซตจะมีแกงฮังเล ไส้อั่ว หมูยอ น้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ผักจิ้ม และข้าวเหนียว"ปอเปี๊ยะไส้อั่ว (120 บาท)" เมนูฟิวชันระหว่างจีนกับเหนือ ตัวไส้เป็นไส้อั่วห่อด้วยแป้งเกี๊ยวแบบจีน เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำพริกหนุ่ม"ข้าวซอยไก่ (110 บาท)" ทางร้านใช้สะโพกไก่ชิ้นใหญ่ มาในน้ำข้าวซอยเข้มข้นที่ทำสดใหม่ทุกวัน หรือถ้าใครชอบทานเนื้อก็มีเป็น "ข้าวซอยเนื้อน่องลาย (180 บาท)""สปาเกตตีไส้อั่ว (150 บาท)" สปาเกตตีผัดกับสมุนไพรและเครื่องเทศภาคเหนือ ตัวซอสจะมีความเป็นครีม ไม่แห้งไม่แฉะเกินไปปิดท้ายด้วยเมนูไฮไลท์ "หมูเค็มสูตรแม่ยาย (120 บาท)" เป็นหมูสามชั้นกับสันคอผสมกันในสัดส่วนที่พอเหมาะ นำไปคั่วและตุ๋นนานกว่า 2 ชั่วโมง จนได้หมูนุ่มชุ่มฉ่ำ ตามมาทานอาหารเหนือรสชาติต้นตำรับกันได้ที่ "ร้านชางไฮ" อยู่ที่ชั้น 1 BU Place Hotel ซอยสุทธิพร 2 หรือรัชดาฯ ซอย 3 ร้านเปิดวันจันทร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 11.00-14.00 น./ 17.00-21.00 น. (หยุดวันพุธ)

    Asian Food

    Fusion Food

    ไทย

    อาหารเหนือ

Show More Results

Follow us on INSTAGRAM