• The Ozone Bangkrajao คาเฟ่และที่พักสุดชิลริมสวน

    อีกหนึ่งแลนด์มาร์คใหม่ต้องมาสูดโอโซนให้เต็มปอดกันที่บางกระเจ้าต้องที่นี่เลย "The Ozone Bangkrajao" คาเฟ่และที่พักบรรยากาศสุดร่มรื่นที่ยังคงเอกลักษณ์ของบางกระเจ้าไว้ ทั้งร่องสวน ร่องน้ำ และยังมีโฮมสเตย์ให้พักอีกด้วยที่บางกระเจ้าถือเป็นแหล่งโอโซนที่สำคัญใกล้กรุงเทพนักท่องเที่ยวจึงค่อนข้างเยอะ เลยอนุรักษ์ความเป็นร่องสวนซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบางกระเจ้าเอาไว้ ทั้งพวกกระต๊อบ ร่องน้ำ เป็ด ไก่ ที่นี่ก็คงไว้หมดเลย เดินชิลชมสวน จิบกาแฟเคล้าบรรยากาศสีเขียว นอนเล่นอากาศเย็นๆ ได้แบบสบายๆ เลย มุมถ่ายรูปก็ค่อนข้างเยอะนอกจากร่องสวนแล้วที่นี่ยังมีโฮมเสตย์น่ารักๆ ให้เข้าพักได้อีกด้วย ตอนเช้าอากาศเย็นสดชื่น ตอนกลางคืนนอนชมแสงหิ่งห้อยก็ฟินได้อีก ราคาเพียง 2,500 บาท / 4 คน (รวมอาหารเช้า)มาถึงโซนร้านอาหาร ที่นี่จะเน้นบริการอาหารจานเดียวแบบง่ายๆ ทานไป ชิลไปกับบรรยากาศ มีทั้งข้าวผัดหมู, ข้าวกะเพราทะเล (79 บาท), ส้มตำ (69 บาท) และอื่นๆ อีกมากมายแจกพิกัดใกล้กรุงให้มารีเฟรชร่างกาย หายใจให้เต็มปอดกันได้ที่  "The Ozone Bangkrajao" ตั้งอยู่ถนนเพชรหึงษ์ ซอยเพชรหึงษ์ 26 ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 9.00-18.00 น.(หยุดทุกวันจันทร์) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-1439-8239

    Travel

    โฮมสเตย์

  • สักการะขอพร วัดเล่งเน่ยยี่ 2 ย่านบางบัวทอง

    หนีห่าว สวัสดีปีใหม่จีน เปรี้ยวปากขอพาทุกคนออกมาเที่ยวรับตรุษจีน พาไปสักการะขอพรความเป็นสิริมงคล เดินถ่ายรูปชิลๆ กันที่ "วัดบรมราชากาญจนาภิเษกนุสรณ์ หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ 2" อีกหนึ่งแลนด์มาร์คของนนทบุรีที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมจีน ที่ตั้งใจสร้างให้เป็นพุทธศิลป์ในราชวงศ์หมิง และ ราชวงศ์ชิง เหมือนพระราชวังปักกิ่ง ย่านบางบัวทองวัดเล่งเน่ยยี่ 2 เป็นวัดจีนนิกายรังสรรค์ที่อยู่ในความอุปถัมภ์ของคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย มีเนื้อที่ทั้งหมด 12 ไร่ จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี (ในปี พ.ศ. 2539)พระอุโบสถเป็นสถานที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในพระอาราม ประดิษฐานพระประธานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และถอดแบบมาจากวัดมังกรกมลาวาส(เล่งเน่ยยี่) ที่เยาวราช ประกอบไปด้วย พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า(พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน), พระอมิตาภพุทธเจ้า และ พระไภษ์คูรุไวฑูร์ย์พุทธเจ้า(พระพุทธเจ้าแห่งยาและการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ) รอบๆ พระอุโบสถจะมีงานแกะสลักไม้เป็นเรื่องราวของเทพต่างๆ สวยงามเพลินตามากๆ และที่ด้านหลังพระอุโบสถก็ยังมี "พระแม่กวนอิมพันมือ" เป็นองค์ไม้แกะสลักจากประเทศจีนให้เข้าไปสักการะบูชากันด้วย"วัดบรมราชากาญจนาภิเษกนุสรณ์ หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ 2" อยู่ที่อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี สอบถามเพิ่มเติม โทร.0-2571-1155

    Travel

  • Zero Moment Refillert

    วันนี้เปรี้ยวปากพาสายกรีนมาตะลุยร้านสะดวกซื้อที่มีกิมมิคใช้แค่ไหน ซื้อแค่นั้น ที่ร้าน "Zero Moment Refillerty" แล้วทุกคนจะสนุกไปกับการเลือก ตัก ชั่ง ตวง กันอย่างแน่นอนร้านสะดวกซื้อแบบ Refill แห่งนี้ ไม่ว่าใครจะมาซื้อของก็ต้องนำเอาภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ ขวด กล่องต่างๆ มาเองแล้วนำมาเติมสินค้าจากทางร้านกลับไป เพื่อช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะพลาสติกใช้แล้วทิ้ง สินค้าภายในร้านมีทั้งออร์แกนิคและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เลือกช้อปมากมาย โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ดังนี้Ready To EatFor CookingPersonal Care สินค้าเหล่านี้จะเป็นสินค้าที่ทางร้านติดต่อกับเกษตรท้องถิ่นโดยตรง เริ่มจากสรรหาในประเภทตั้งแต่ออร์แกนิค สินค้าที่ผ่านขั้นตอนการผลิตจากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี สินค้าที่ไม่มีในประเทศก็มีการนำเข้ามาจากต่างประเทศอีกด้วยมาตะลุยร้านสะดวกซื้อแบบ Refill กันได้ที่ร้าน "Zero Moment Refillert" ร้านอยู่ที่พระราม 9 ซอย 41 ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-2465-9262

    Travel

    Eco

  • สวนกลางกรุง ภูมิใจการ์เด้น

    เห็นอากาศดีๆ วิวสวยๆ ริมสองฝั่งคลองแบบนี้เรายังอยู่กันในกรุงเทพแถวจอมทองนี่เอง เปรี้ยวปากเลยจะพาทุกคนมากันที่ "สวนภูมิใจการ์เด้น" สวนอนุรักษ์ที่เป็นพื้นที่สีเขียวในเมืองกรุง เป็นปอดเล็กๆ ให้กับเมืองกรุง ในอดีตพื้นที่ของสวนภูมิใจการ์เด้นเคยเป็นกองขยะมาก่อน ทำให้เกิดมลพิษต่อชาวบ้าน คุณเอ๋ – คุณพรทิพย์ เทียนทรัพย์ มาเจอเลยขอซื้อขยายพื้นที่ปรับปรุงขึ้นมาใช้เวลาฟื้นฟูกว่า 10 ปี ให้ตรงนี้เป็นพื้นที่สีเขียว ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น สวนภูมิใจการ์เด้น เกิดจากความตั้งใจของคุณเอ๋โดยให้พื้นที่นี้รวบรวมประวัติศาสตร์ท้องถิ่น รวมถึงต้นไม้ภายในสวน จนถูกยกให้เป็น "สวนรุกข" มรกดกของแผ่นดิน อย่างต้นลิ้นจี่ที่มีอายุกว่า 100 ปี และภายในสวนยังมีทั้งต้นเคราฤาษี, ต้นขนุน, ตะลิงปลิง, มะเฟือง, ลูกยอ, อัญชัน, กล้วย, ชมพู่มะเหมี่ยว, มะนาว, ส้มซ่า, มะม่วงเบา และไม่ได้มีแต่ผลไม้ พืชสวนครัวก็มีอย่าง ใบทองหลาง, ใบชะพลู, ใบมะกรูด, พริก และต้นจาก เป็นต้น ต้นจิกที่เป็นพืชระบบนิเวศที่สวนก็ปลูกไว้อีกด้วย พืชผักภายในสวนคุณเอ๋ตั้งใจ ปลูกแล้วกิน กินแล้วปลูก และใช้อาหารเป็นตัวเชื่อมให้กับคนที่มาเยี่ยมชมสวนภูมิใจการ์เด้น จนเกิดเป็นกิจกรรมหลักให้กับนักท่องเที่ยวได้เข้ามาเก็บผักสดๆ จากต้นหรือจะมาอิ่มอร่อยกับอาหารไทยชาวสวนที่ "Natura Garden Cafe" ก็รับรองว่าจะต้องติดใจในวิถีชาวสวนกันอย่างแน่นอน "เมี่ยงตะลิงปลิง (120 บาท)" "แกงคั่วขาวตะลิงปลิง (120 บาท)" "ใบทองหลางผัดไข่ (100 บาท)" "แกงมัสมั่น (120 บาท)" ใครอยากมาสัมผัสวิถีชีวิตชาวสวนแบบนี้ก็แวะมาเที่ยวที่สวนแห่งนี้กันดู "สวนภูมิใจการ์เด้น" ถนนพระราม 2 ซอย 28 แยก 18 เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. (หยุดทุกวันอังคาร ) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-1733-9812

    Travel

  • โครงการ Gump อารีย์ สถานที่แฮงค์เอ้าท์ใหม่ๆ คิ้วท์ๆ

    ใครไม่อยากตกเทรนด์ต้องมาที่นี่เลย "GUMP'S Ari Community Space" สถานที่แฮงค์เอ้าท์ใหม่ๆ คิ้วท์ๆ สำหรับสายถ่ายรูป โดยเฉพาะคนที่ชอบความมินิมอล และที่นี่ยังรวบรวมคาเฟ่เก๋ๆ ไว้เพียบ รับรองถูกใจกันแน่นอน เริ่มร้านแรกด้วยเมนูแพนเค้กนุ่มเด้งดึ๋งที่ส่งตรงมาจากเชียงใหม่จของร้าน "Fuu.Soufflepancake" ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. และอีกหนึ่งร้านที่มาจากเชียงใหม่ "TROPI HOOLA" ร้านขนมหวานสไตล์ฮาวายสีสันน่ารัก โดยเมนูเครื่องดื่มและโดนัทต่างๆ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-8975-3495 เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน "Tropi Hoola Slurpee(129 บาท)" เป็นสเลอบี้ชานมไต้หวันเข้มข้น เสิร์ฟมาในใบจากเก๋ๆ ตามสโลแกนลดโลกร้อนและเมนูถัดไป "Donut Strawberry Cheese Brulee(79 บาท)" โดนัทโฮมเมดที่ย่างแล้วใส่ครีมสดเข้าไป ท็อปด้วยสตรอว์เบอร์รีสดร้านนี้คอกาแฟต้องห้ามพลาด "Cactus Nitro Beverage" เพราะเมล็ดกาแฟของทางร้านเน้นเป็นเมล็ดกาแฟไทย และความพิเศษของเมนูที่นี่คือเป็น Nitro Cold Brew ร้าน วันจันทร์-ศุกร์ ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 07.00-19.00 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์ ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 06-1470-3690 "Sassy Girl" ชาดอกไม้ผสมเบสน้ำพริกเกลือ"Tub Tub Latte Coffee" จะมีซอสของตัวตุบตับอยู่ข้างใน ทานแล้วหวานมันหอมกลิ่นขนมที่โครงการ GUMP'S Ari ไม่ได้มีแต่คาเฟ่ขนมหวานเท่านั้น ของคาวก็มีอีกด้วยกับร้าน "ชอุ่ม - CHA UM" ที่แปลตามชื่อร้านได้ว่า อุดมสมบูรณ์ คอนเซ็ปต์อาหารของที่ร้านก็จะเป็นอาหารที่ทานแล้วสุขภาพดี"ข้าวหน้าแซลมอน" (ไซส์ S 109 บาท, ไซส์ M 189 บาท, ไซส์ L 279 บาท)"Set ข้าวแกงส้มปลากะพง ไข่เจียว(159 บาท)""Set ข้าวหมูอบ ไข่ดาว(139 บาท)""สลัดแซลมอนต้มยำ"ร้าน "ชอุ่ม" เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-4556-5654ใครอยากหาสถานที่แฮงค์เอ้าท์ใหม่ๆ มาชิล ถ่ายรูป หาอะไรทานก็มากันได้ที่ "GUMP'S Ari Community Space" 

    Travel

    Dessert

  • ฤดูเปลี่ยนสีที่ ยามากาตะ

    เปรี้ยวปากขอพาทุกคนมาชมความสวยงามของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ภูมิภาคโทโฮคุ ประเทศญี่ปุ่น วันนี้จะพาไปตะลุยสัมผัสความงดงามของ จังหวัดยามากาตะ สีสันของใบไม้เปลี่ยนสี ฟาร์มผลไม้อันเลื่องชื่อ และแช่ออนเซ็นกลางธรรมชาติ ก่อนตะลุยขึ้นบันไดไปที่วัดยามาเดระไปขอพรพระสังกัจจายน์กันที่ คอนปอนชูโด(Konponchudo) อาคารไม้บีชเก่าแก่ สร้างขึ้นปี ค.ศ.1356 เป็นห้องรวบรวมพระพุทธรูป ห้องสมบัติเล็กๆ และยังมีประดิษฐานรูปแกะสลักไม้พระสังกัจจายน์ที่คนนิยมมาขอพรเกี่ยวกับเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ บริเวณด้านหน้ามีเชือกให้แกว่งคล้ายกับวัดญี่ปุ่นทั่วไป กล่องไม้ด้านหน้าก็เป็นที่โยนเหรียญเพื่อทำบุญ วิธีการขอพรคือให้โยนเหรียญในกล่อง โค้ง 2 ครั้ง ปรบมือ 2 ครั้ง แล้วค่อยทำการขอพร จากนั้นให้โค้งปิดท้ายอีกครั้ง ทางเชื่อมนำไปสู่อาคารต่อไปอยู่บริเวณเสาโทริอิหินขนาดใหญ่ ข้างเสาหินนี้มีต้นเมเปิ้ลลขนาดใหญ่ เดินผ่านอุโมงค์เมเปิ้ลสั้นๆ แล้วจะเจอลานกว้าง โดยทางขึ้นจะอยู่ที่บริเวณต้นเมเปิ้ลสีแดงสด สามารถซื้อบัตรทางขึ้นเขาได้ที่จุดนี้ สำหรับผู้ใหญ่ราคา 300 เยน นักเรียนมัธยมต้น 200 เยน เด็กอายุ 4 ขวบขึ้นไป 100 เยน ถึงเวลามาตะลุยบันได 1,000 ขั้นไปที่ "วัดยามาเดระ(Yamadera) หรือ วัดริชชะคุจิ" ที่อยู่บนภูเขาเป็นวัดของนิกายเทนได สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 860 ระหว่างทางขึ้นมีทั้งพระพุทธรูปหิน ป้ายสลักที่คล้ายกับเป็นการพิมพ์ลงไปในหินของภูเขา เริ่มให้ความรู้สึกว่าคล้ายกับวัดเก่าแก่ของจีนที่มักมีการสลัดสิ่งต่างๆ ไว้ตามหิน นอกจากป้ายสลักหินแล้วยังมีรูปสลักซึ่งมีอยู่หลายรูปแบบ เดินขึ้นมาจนถึงวัดยามาเดระก็มาชมวิวสวยๆ กันที่ จุดชมวิววิหารโกไกโด(Godaido) ที่มีอายุเก่าแก่ราว 1,000 ปี เป็นศาลาไม้ยื่นออกไปจากหน้าผา สามารถมองเห็นเมืองยามาเดระที่มีภูเขาโอบล้อม ถือเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของวัดยามาเดระเลยละ การเดินทางก็ไม่ยากเพียง 10 นาทีจากสถานีรถไฟยามาเดระ หลังจากที่เดินกันมาทั้งวันขอพาทุกคนมาเติมพลังที่ร้าน "ฟุโมโตยะ(Fumotoya)" ร้านโซบะขึ้นชื่อในท้องถิ่น เปิดมากกว่า 80 ปีแล้ว ที่นี่จะเด่นเรื่องเส้นโซบะ มาถึงยามางาตะทั้งทีไม่ทานโซบะคงเหมือนมาไม่ถึง "Ika Tendon" ชุดเซ็ทโซบะกับข้าวหน้าปลาหมึกเทมปุระ "Ita Soba" เมนูโซบะเย็นที่เส้นโซบะจะเป็นสไตล์ยามากาตะเสิร์ฟมาในถาดไม้ ก่อนจะเข้าไปยัง "ซาโอ ออนเซ็น(Zao Onsen Dai Rotenburo)" ต้องแวะเก็บภาพสวยๆ รอบบึงที่ "ชิกิโน ยาชินูมะ(Shigino Yachinuma)" เป็นบึงที่มีทางเดินรอบๆ สามารถเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีรอบบึงได้เลย "ซาโอ ออนเซ็น(Zao Onsen Dai Rotenburo)" เป็นออนเซ็นกลางแจ้ง ท่ามกลางธรรมชาติในหุบเขา ค่าบริการออนเซ็น ผู้ใหญ่ 550 เยน เด็กไม่เกิน 12 ปี 300 เยน ที่จังหวัดยามากาตะขึ้นชื่อเรื่องแหล่งออนเซ็นที่มีออนเซ็นมากถึง 20,000 แห่งเลย แต่ที่เมืองซาโอค้นพบน้ำพุร้อนเมื่อปี 110 ก่อนคริสต์ศักราช มีชื่อเสียงในความเก่าแก่และเป็น 1 ใน 3 ของน้ำพุร้อนที่ยอดเยี่ยมในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น อีกหนึ่งเสน่ห์ในฤดูที่เปลี่ยนสีของจังหวัดยามางาตะ คือการเที่ยวชม ชิมฟาร์มผลไม้ เรียกว่าเป็นแหล่งผลิตเชอรี่ที่ขึ้นชื่ออันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่น เปรี้ยวปากจะพาไปจัดเต็มบุปเฟ่ต์ไม่อั้นกันที่ “โอโช ฟาร์ม(Ohsyo Fruits Farm)” “โอโช ฟาร์ม(Ohsyo Fruits Farm)” เป็นฟาร์มผลไม้ยอดนิยมที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดยามากาตะ เชอรี่ที่นี่โด่งดังในเรื่องรสชาติและคุณภาพ แต่เรามาช้าไปนิดนึงฤดูเชอรี่หมดไปจึงขอบุกเก็บแอปเปิ้ลแทนละกัน ฤดูกาลของ Cherry - pick ตั้งแต่เดือน พ.ค. - ก.ค. ของทุกปี ฤดูกาลของ Apple - pick ตั้งแต่เดือน ต.ค. - พ.ย. ของทุกปี สายพันธุ์ของแอปเปิ้ลที่สวนนี้คือ "Wasefuji" มีทั้งลูกสีแดงสดและเขียว และ "Fuji" คือพันธุ์ยอดนิยมระดับโลกที่มีอัตราการปลูกมากกว่าครึ่งหนึ่งของแอปเปิ้ลที่ปลูกในญี่ปุ่น โดยรสชาติจะหวานอมเปรี้ยวลงตัว มีรสสัมผัสกรอบอร่อย นอกจากนี้ก็ยังฉ่ำน้ำและเนื้อแน่นเต็มอิ่ม นอกจากนี้ยังมีองุ่นอีกด้วย ที่ฟาร์มมีทั้งหมด 2 สายพันธุ์ คือ องุ่นเขียว และ องุ่นแดง ทีเด็ดของฟาร์มนี้อยู่ที่เดินกินไม่อั้นเต็มๆ 30 นาที แอปเปิ้ล คนละ 660 เยน องุ่น คนละ 770 เยน ฟาร์มเปิดให้เข้า ตั้งแต่กลางเดือน พ.ค. - กลางเดือน พ.ย. จะมีผลไม้หมุนเวียนให้เก็บตลอดทั้้งเชอรี่ พีช องุ่น และแอปเปิ้ล ฟาร์มที่นี่ครบวงจรเลยทั้งฟาร์มผลไม้ให้เที่ยวชม ชิม มีจุดขายของที่ระลึก และก็มีคาเฟ่อย่าง "โอโช คาเฟ่(Oh Show Cafe)" ก็สามารถมานั่งทานกาแฟ ทานขนมกันที่นี่ได้ "ซอฟต์ครีม ฟาร์เฟ่ต์ผลไม้(ถ้วยละ 800 เยน)" สวนผลไม้ "โอโช คาเฟ่(Oh Show Cafe)" ห่างจากสถานีเทนโดประมาณ 20 นาที

    Travel

    Japan

  • เที่ยว ยามากาตะ เมืองคลาสสิก

    เปรี้ยวปากพาบินลัดฟ้ามาภูมิภาคโทโฮคุ ประเทศญี่ปุ่น วันนี้ขอพาทุกคนมาปักหมุดเที่ยวที่ จังหวัดยามากาตะ จังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของเชอร์รี่, แหล่งน้ำพุร้อน, และเสน่ห์ความเป็นชนบท ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีสวยราวกับภาพวาด “น้ำตกเซคิยามะ (Sekiyama Otaki)” อยู่ในเมืองฮิกาชินะ หลังจุด Drive in ใกล้กับอุโมงค์เซกิกายะทางหลวงหมายเลข 48 ทางเข้าจะมีร้านอาหารท้องถิ่นด้วย หลังจากเที่ยวน้ำตกก็มาทานอาหารกันที่ร้าน “Otaki Drive-in Izumiya” ที่นี่จะเป็นอาหารเซ็ททานง่าย มีทั้งโอเด้งและขนมดังโงะด้วย อาหารเซ็ทขึ้นชื่อของที่นี่เลยก็คือ “เซ็ทโอตาคิ วาเตะโชคุ” ซึ่งไฮไลท์ของเซ็ทนี้ก็คือ ปลาอิวานะย่าง ปลาขึ้นชื่อของยามากาตะ ในเซ็ทจะมีทั้งเทมปุระ, ซุป, และเครื่องเคียงผักดองต่างๆ ส่วนขนมที่เป็นดังโงะจะมีเป็น "ถั่วซึนดะ" ซึ่งจะคล้ายๆ กับถั่วแระ แล้วก็จะมีงาดำและวอลนัท ทานอาหารคาวกันจนอิ่มขอมาแวะซื้อขนมปังไปนั่งทานชิลๆ กันที่สวนสาธารณะ Kajo ซึ่งร้านที่เปรี้ยวปากจะพามาก็คือ "ร้าน CYBELE" ที่มีทั้งขนมปังปกติและขนมปังตามฤดูกาล เช่น ฤดูใบไม้ร่วงจะมีขนมปังเกาลัด เป็นต้น ช้อปขนมปังกันจนพอแล้วมาปิคนิคกันต่อที่ "สวนสาธารณะ Kajo (Kajo Park)" ที่คนจะนิยมมานั่งปิคนิคกันช่วงดอกซากุระบาน แต่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงหรือใบไม้เปลี่ยนสีก็ได้รับความนิยมและสวยไม่แพ้กัน เดินมาจากสถานียามากาตะเพียงแค่ 10 นาทีก็ถึงแล้ว สวนสาธารณะ Kajo เป็นส่วนสาธารณะที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของญี่ปุ่น ในอดีตสวนนี้เป็นที่ตั้งของปราสาทยามากาตะซึ่งในแต่ละฤดูจะสวยงามแตกต่างกันออกไป "Ginzan Onsen" เมืองน้ำพุร้อนที่เงียบสงบในจังหวัดยามากาตะ มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นว่าเป็นเมืองออนเซ็นที่งดงามที่สุด เสน่ห์ของเมืองออนเซ็นแห่งนี้เต็มไปด้วยความคลาสสิกของเรียวกังที่เก่าแก่และนักท่องเที่ยวที่แต่งกายใส่ยูกาตะราวกับว่าย้อนยุคไปในสมัยต้นศตวรรษที่ 20 ที่นี่เป็นหมู่บ้านออนเซ็นกลางหุบเขา ตั้งอยู่ในเมืองโอบานาซาวะ(Obanazawa) เป็นหมู่บ้านเรียวกังที่คงความคลาสสิกเอาไว้ และมีคลองเล็กๆ ไหลอยู่กลางหมู่บ้าน ในอดีตตรงหมู่บ้านเคยเป็นเหมืองเงินขนาดใหญ่ เรียวกังแบบไม้สไตล์ตะวันตกจึงเริ่มมาสร้างเมื่อปลายยุคไทโชถึงยุคโชวะ ซึ่งในยุคโชวะมีน้ำร้อนผุดขึ้นมาทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งแช่ออนเซ็นที่มีชื่อเสียง เดินชมความงามรอบหมู่บ้านจนอิ่มหนำก็เข้ามาหลบความหนาวสัมผัสไออุ่นกันที่คาเฟ่เล็กๆ น่ารักอย่าง "ร้าน Crie"  "Yaki Coco" เมนูไฮไลท์ของร้าน ยิ่งเดินมาหนาวๆ มาดื่มโกโก้ร้อนๆ คู่กับมาร์ชแมลโลว์ย่าง ช่วยให้อุ่นขึ้นได้เยอะอีกหนึ่งร้านห้ามพลาดสำหรับสายแกงกะหรี่ "Haikarasan's Currybread" ร้านขนมปังแกงกะหรี่ที่สามารถเดินทานได้เลย แป้งกรอบๆ หวานๆ ไส้ด้านในเป็นแกงกะหรี่รสชาติกำลังดี มาในราคาชิ้นละ 230 เยนเดินมาถึงท้ายหมู่บ้านจะมี "น้ำตกชิโรกาเนะ (Shirohige)" และด้านในน้ำตกเคยเป็นประตูทางเข้าเหมืองเงินอีกด้วย และอีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่คือการแช่ออนเซ็น ที่นี่มีทั้งออนเซ็นแบบส่วนตัวและออนเซ็นแบบสาธารณะ ซึ่งออนเซ็นสาธารณะจะเป็นเหมือนการสปาเท้าระหว่างการแช่ออนเซ็นหรือเดินเล่นรอบๆ หมู่บ้านสามารถซื้อเต้าหู้อร่อยๆ มาทานแก้หนาวกันได้จากที่ร้าน "Nagawa Tofu" เป็นเต้าหู้เก่าแก่กว่า 100 ปีแล้วสรุป 4 อย่างห้ามพลาดเมื่อมาที่ "กินซันออนเซ็น(Ginzan Onsen)" คือ1. สวมชุดยูกาตะเดินเล่นรอบๆ หมู่บ้าน2. เที่ยวน้ำตก3. พักค้างคืนที่เรียวกัง4. แช่ออนเซ็น พร้อมจิบเครื่องดื่มร้อนๆ

    Travel

    Japan

  • หลงเสน่ห์ อะคิตะ เมืองซามูไร

    เปรี้ยวปากจะพาทุกคนไปสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมและความหลากหลายทางธรรมชาติในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกันที่ "เมืองอะคิตะ" ภูมิภาคโทโฮคุ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นภูมิภาคที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของเกาะฮอนชู และถือว่าเป็นอัญมณีเม็ดงามแห่งโทโฮคุ การเดินทางมาจังหวัดอะคิตะ จากโตเกียวและเซนได นั่งรถไฟชินคันเซ็นสายอะคิตะ(Akita Shinkansen) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเมื่อมาถึงจังหวัดอะคิตะเช็คลิสต์แรกที่ต้องมาเลยก็คือ "หมู่บ้านซามูไร (Kakunodate)"  หมู่บ้านเก่าแก่อายุเกือบ 400 ปี ที่ยังคงอนุรักษ์บ้านเรือนของเหล่าซามูไรในอดีตเอาไว้ และได้รับฉายาว่าเป็น "Little Kyoto"ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี หมู่บ้านซามูไร (Kakunodate) ถือเป็นจุดชมซากุระที่ได้รับความนิยมที่สุดในโทโฮคุหากใครสนใจนั่งรถลากชมหมู่บ้านซามูไรก็มีบริการอีกด้วย ค่าบริการรถลากเที่ยวชมหมู่บ้าน 15 นาที 3,000 เยน / 30 นาที 5,000 เยน / 60 นาที 9,000 เยน หรือสนใจเช่าชุดกิโมโนเดินเล่นรอบหมู่บ้านก็ ราคาคนละ 4,400 เยน สามารถเดินเล่นได้ทั้งวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 17.00 น."เรือนหลังใหญ่ของตระกูลอาโอยากิ(Aoyagi Samurai Manor Museum)" เป็นหนึ่งในหกบ้านซามูไรที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม ซึ่งเรือนของตระกูลอาโอยากิหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1860ตระกูลอาโอยากิมีบทบาทสำคัญทางด้านการทหารของเมืองคาคุโนดาเตะมากจนเจ้าเมืองอนุญาตให้ตระกูลนี้สร้างซุ้มประตูเพื่อเป็นรางวัลแสดงถึงความสามารถของตระกูลเรือนหลังใหญ่ของตระกูลอาโอยากิถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงวิถีชีวิตของชาวซามูไรในยุครุ่งเรืองผ่านข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า เสื้อเกราะซามูไร อาวุธต่างๆ ภายนบ้านจะแบ่งออกเป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร ร้านขายของ ห้องจิบชา และสวนสวยๆ เดินเที่ยวกันจนเหนื่องต้องแวะมาหาอะไรทานกันสักหน่อยมาถึงอะคิตะทั้งทีต้องลองมาทานอุด้งที่ร้าน "Inaniwa Koraido Aoyanagike" เป็นร้านที่ติด 1 ใน 3 ของเส้นอุด้ง ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งร้านนี้ก็อยู่ในบ้านอาโอยากินั่นเองInaniwa Tempura Udon Noodle อุด้งร้อนInaniwa Tempura Udon Noodle อูด้งแบบเย็น ซึ่งตัวเส้นอูด้งจะมีสีชมพูนิดๆ เพราะผสมผงซากุระลงไปด้วยเส้นอุด้งของที่นี่จะมีลักษณะแบนและเล็กกว่าปกติแต่มีความหนึบซึ่งเป็นเส้นอุด้งสไตล์อะคิตะไฮไลท์ของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของจังหวัดอะคิตะที่ต้องห้ามพลาดเลยก็คือ การนั่งรถไฟท่องเที่ยวชมวิวธรรมชาติสองข้างทาง เริ่มจากสถานีคะคุโนะดาเตะโดยนั่งรถไฟสายอะคิตะ นาอิริกุ เป็นเวลา 2 ชั่วโมง เต็มบนรถไฟที่จะได้เห็นความสวยงามของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีมาขึ้นกระเช้ากันต่อที่ "ภูเขาโมริโยชิ (Mt. Moriyoshi)" ภูเขาไฟที่สูงที่สุดในจังหวัดอะคิตะ ซึ่งสามารถเห็นความสสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีได้แบบ 360 องศา ในระดับความสูงจากพื้นดิน 1,454 เมตร นั่งชมวิวในกระเช้าแบบเพลินๆ ยาวไปถึง 20 นาทีเลย ค่าขึ้นกระเช้าเพียงคนละ 1,800 เยน ก็ได้เพลิดเพลินอย่างเต็มที่กับวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่มองเห็นทั่วภูเขาสามารถชมความสวยงามของยอดเขาโมริโยชิได้ 2 ฤดู คือ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี และ ฤดูหนาว ที่นี่จะกลายเป็นลานสกีและชมความงามของ Snow Monsterมาถึงอะคิตะต้องอย่าลืมไปทักทายเจ้าถิ่นอย่าง "สุนัขพันธุ์อะคิตะ" ที่มีชื่อเสียงของที่นี่ เรียกว่าเป็นพระเอกกันเลยทีเดียว ไม่ว่านักท่องเที่ยวคนไหนก็ต้องแวะถ่ายรูปกับความน่ารักของเจ้าสุนัขพันธุ์อะคิตะอีกหนึ่งแลนด์มาร์คห้ามพลาดของอะคิตะคือ "ทะเลสาบทาซาวะ (Lake Tazawa)" ทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น ที่นี่ยังมีกิจกรรมพายเรือคายัคให้เหล่านักท่องเที่ยวได้ชมความงามรอบๆ ทะเลสาบ ช่วงเวลาที่เหมาะกับการพายเรือคายัค คือช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม ทะเลสาบทาซาวะมีความลึกถึง 432.4 เมตร จึงเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น และด้วยความลึกนี้ทำให้ฤดูหนาวทะเลสาบจึงไม่จับตัวเป็นน้ำแข็ง นอกจากนี้มีเรื่องเล่าขานกันว่าใครที่ได้มาดื่มน้ำในทะเลสาบ 3 อึก จะมีความงามที่เป็นอมตะ แต่ว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อ "ทัตสึโกะ" ดื่มไปมากกว่า 3 อึก เทพเจ้าแห่งทะเลสาบโกรธมาก สาปให้เธอกลายเป็นมังกรเฝ้าทะเลสาบแห่งนี้ ซึ่งตำนานนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ "ยาสึตาเกะ ฟูนาโคชิ" หล่อรูปปั้นของหญิงสาวขึ้นมา กลายเป็นแลนด์มาร์คของที่นี่ ในบริเวณนี้มีศาลเจ้าที่ยื่นออกไปในทะเลสาบให้มาขอพรกันอีกด้วย นั่นก็คือ "ศาลเจ้าอุคิกิ (Ukiki Shrine)" ศาลเจ้านิกายชินโตซึ่งคนนิยมมาขอพรเรื่องความสวยความงามกัน

    Travel

    Japan

  • สีสันแห่งมิยางิ ประเทศญี่ปุ่น

    วันนี้เปรี้ยวปากขอพาทุกคนบินลัดฟ้ามาสัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่ภูมิภาคโทโฮคุ ประเทศญี่ปุ่นกัน เริ่มทริปกันที่ "จังหวัดมิยางิ" แหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโทโฮคุซึ่งเต็มไปด้วยสีสันของธรรมชาติและอาณาจักรแห่งวัตถุดิบที่มีซีฟู้ดเน้นๆเริ่มออกเดินทางมากันที่ "น้ำตกอะคิว (Akiu Otaki)" ซึ่งมีความสูงถึง 55 เมตร เป็น 1 ใน 3 ของน้ำตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นหากมาในช่วง ปลายเดือนตุลาคม จนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน จะอยู่ในช่วงของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ต้นไม้บริเวณรอบๆ น้ำตกจะเปลี่ยนสีเป็นสีแดง สวยงามสุดๆสำหรับการเดินทางมาน้ำตกอะคิว นั่งรถบัสจากสถานีรถไฟเซนไดใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ก็จะได้มาสัมผัสความสวยงามของน้ำตกแบบนี้เดินทางจากน้ำตกอะคิวมาเพียง 15 นาที ก็จะเจอจุดชมวิวสวยๆ อย่าง "สะพานโนโซกิบาชิ (Nozoki - Bashi Bridge)" อยู่ในหุบเขาไรไรเคียว (Rairaikyo Gorge) ทางทิศใต้ของเซนได ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดมิยางิ มีชื่อเสียงในด้านเกษตรและการประมงจุดไฮไลท์ในบริเวณสะพานโนโซกิบาชิก็คือ "แอ่งน้ำรูปหัวใจ (Nozokibashi Hear)" ที่มีความเชื่อว่าถ้ามากับคนรักแล้วมาขอพรจะทำให้รักแฮปปี้ เอนดิ้ง และเป็นจุดไฮไลท์ในการขอแต่งงานด้วยและบริเวณด้านหลังแอ่งน้ำรูปหัวใจยังมีลักษณะคล้ายๆ กับแกรนด์แคนยอนที่เป็นหิน เป็นธารน้ำสวยๆอีกหนึ่งสีสันของเมืองมิยางิก็คือการมาที่ "หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอก (Zao Fox Village)" ซึ่งที่นี่จะปล่อยให้เหล่าสุนัขจิ้งจอกอยู่ท่ามกลางธรรมชาติป่าไม้ เห็นสุนัขจิ้งจอกน่ารักแบบนี้ที่นี่จึงติดโพลในรีวิวเยอะแยะมากมาย ดังนั้นใครมาที่มิยางิต้องห้ามพลาดแวะมาเล่นกับน้องๆ สุนัขจิ้งจอก มีค่าเข้าชมคนละ 1,000 เยนอีกกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดถ้ามาที่หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกคือ การได้อุ้มเหล่าสุนัขจิ้งจอก ซึ่งจะมีเวลาอุ้ม 5 นาที ในราคา 600 เยนช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม เป็นฤดูกาลที่เหมาะในการชมสุนัขจิ้งจอก เพราะขนของสุนัขจิ้งจอกจะฟูปุกปุยและสวยงาม"หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอก (Zao Fox Village)" อยู่ในเมืองซาโอะ จังหวัดมิยางิ สำหรับการเดินทางมายังหมู่บ้านสุนัขจิ้งจอก นั่งรถบัสจากสถานีชิโรอิชิไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็ถึงที่หมายได้มาใกล้ชิดกับน้องๆ สุนัขจิ้งจอกแบบฟินๆเมื่อมาถึงจังหวัดมิยางิจะได้เห็นสีสัน ความคึกคักของซีฟู้ดสดๆ จากอ่าวชิโอกามะ จากฝั่งทะเลมิยางิ โดยเฉพาะหอยนางรมและปลามากุโร่ เปรี้ยวปากจึงขอพาทุกคนมาที่ "ตลาดปลาชิโอกามะ (Shiogama Seafood Wholesale Market)" ศูนย์กลางค้าปลาที่คึกคักในโทโฮคุ มีทั้งร้านอาหารและของทะเลสดๆที่จังหวัดมิยางิ มีอ่าวใหญ่ๆ อยู่ 2 อ่าว คือ อ่าวชิโอกามะ และอ่าวมัตซึชิมะ เรียกได้ว่าเป็นดินแดนแห่งซีฟู้ดเลยเห็นซีฟู้ดสดๆ ละลานตาขนาดนี้ เดินทางมาจากสถานีชิโอกามะเพียง 15 นาทีก็ถึงตลาดปลาชิโอกามะแล้ว สามารถมาเดินเลือกปลาสดๆ กันได้แบบฟินๆ เลยละ

    Travel

    Japan

  • ไร่เหมือนจันทร์

    "ไร่เหมือนจันทร์" ฟาร์มเมล่อนอินทรีย์และสวนกล้วยไม้สวยๆ ที่รวมเมล่อนหลายสายพันธุ์เอาไว้ เช่น เอ็นเอส เป็นพันธุ์นำเข้าจากญี่ปุ่น มีทั้งพันธุ์เนื้อสีส้ม สีเขียว และสีทอง เมล่อนพันธุ์สีทองจะมีเนื้อที่กรอบ ด้วยการปลูกที่พิถีพิถันและความใส่ใจ เมล่อนจึงมีรสชาติหอมหวาน กรอบ นอกจากฟาร์มเมล่อนแล้วยังมี "เรือนกล้วยไม้" สวยๆ ไว้ให้ถ่ายรูปชิลๆ กันอีกด้วย ที่นี่จะมีกล้วยไม้เพียงสายพันธุ์เดียว คือ กล้วยไม้หวาย ซึ่งเป็นกล้วยไม้ที่ส่งออกนอกไปยังฮาวายอีกด้วยที่ไร่เหมือนจันทร์ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีก เช่น น้ำเมล่อนปั่น และเมล่อนสดๆ ให้ทานกันอีกด้วย ที่นี่ถือเป็นปอดในเมืองกรุงอีกแห่งเลยก็ว่าได้ จะมากันเป็นคู่หรือครอบครัวก็เหมาะมาก เรียกว่า ครบจบในที่เที่ยว ใครสายรักษ์โลกต้องมากันแล้วละ"ไร่เหมือนจันทร์" อยู่บนถนนเลียบคลองทวีวัฒนา เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น. ติดต่อเพิ่มเติม โทร. 08-1808-2332

    Travel

    ฟาร์ม

Show More Results

Follow us on INSTAGRAM