• ก๋วยเตี๋ยวฉงชิ่ง Niuben Chongqing Noodle เมนูสตรีทฟู้ดก๋วยเตี๋ยวหมาล่า

    ไม่ต้องบินไปถึงประเทศจีนก็มีก๋วยเตี๋ยวหมาล่า เมนูสตรีทฟู้ดสไตล์เมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน ที่ยกความอร่อยมาไว้กลางกรุงเทพ "ร้านก๋วยเตี๋ยวฉงชิ่ง Niuben Chongqing Noodle" ที่เสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวเผ็ดร้อนด้วยซุปพริกหมาล่า'คุณเลย์' เจ้าของร้านได้มีโอกาสไปพิสูจน์ความอร่อยของเมนูก๋วยเตี๋ยวฉงชิ่งถึงประเทศจีนแล้วรู้สึกชื่นชอบ อยากนำกลับมาให้คนไทยได้ลิ้มลองกันจึงเกิดเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวฉงชิ่ง Niuben Chongqing Noodle ขึ้นมา โดยสูตรทุกอย่างนำมาจากเมืองฉงชิ่งแทบจะ 100% ตัวเชฟเองก็เป็นคนจีนที่มาอยู่เมืองไทยเพื่อทำอาหารให้ที่ร้านโดยเฉพาะ พวกวัตถุดิบและเครื่องปรุงพิเศษก็นำเข้าจากฉงชิ่งทั้งหมด และน้ำซุปของที่นี่จะใช้น้ำต้มซี่โครงไก่เป็นพื้นฐานของน้ำซุปทั้งหมด"หมาล่าทั่ง (280 บาท)" เปรียบเหมือนเกาเหลา มีรสชาติเผ็ดๆ ชาๆ ต้มมาพร้อมกับสมุนไพรจีนกว่า 10 ชนิด ใส่ฟองเต้าหู้ เห็ดเข็มทอง และผักกาดขาว"บะหมี่หมูสับถั่วลันเตา (160 บาท)" น้ำซุปออริจินัลของฉงชิ่ง เผ็ดๆ ชาๆ เพราะมีส่วนผสมของน้ำมันพริกหมาล่า และหมูสับที่รวนจนแห้ง ท็อปด้วยถั่วลันเตานึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเมนูนี้"ซวนล่าเฝิ่น (160 บาท)" หรือก๋วยเตี๋ยวหมูสับฉงชิ่ง น้ำซุปจะออกรสเปรี้ยวๆ โดยจะใส่น้ำซอสคล้ายจิ๊กโฉ่วใครคิดถึงอาหารจีนหรือความเผ็ดชาของพริกหมาล่ามากันได้ที่ "ร้านก๋วยเตี๋ยวฉงชิ่ง Niuben Chongqing Noodle" ชั้น G The Shoppes Grand Rama 9 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2037-6835, 06-2641-4936

  • Jin Ling คาเฟ่สไตล์หว่อง

    "Jin Ling" คาเฟ่สไตล์หว่องที่จะพาทุกคนย้อนกลับไปในยุคเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ โดยคอนเซ็ปต์ของร้านคือโรงเตี๊ยม จีนและชื่อ Jin Ling ยังเป็นชื่อเก่าของเมืองหนานจิง สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเมืองที่ในสมัยนั้นมีโรงเตี๊ยมแบบนี้อยู่เยอะ "สไตล์หว่อง" ที่พูดถึงมาจากชื่อของผู้กำกับชื่อดังชาวฮ่องกง 'หว่องกาไว' ที่ลายเส้นหนังเขาแต่ละเรื่องจะดึงเสน่ห์ของบรรยากาศแสงน้อยๆ กับแสงไฟนีออนมาใช้ ได้อารมณ์เหงาๆ เท่ๆ แบบฉบับฮ่องกง ที่คาเฟ่แห่งนี้จึงตกแต่งในสไตล์มืดๆ หน่อยแล้วก็เล่นกับแสงไฟนีออน นอกจากร้านจะสวยคลาสสิกแล้ว อาหารของที่นี่ก็เป็นจีนฟิวชั่นซึ่งจะดึงเอาเสน่ห์ รสชาติ และเทคนิคการทำอาหารจีนมาใช้ "บะหมี่หมูสับน้ำแดง (160 บาท)" เมนูนี้ใช้เส้นบะหมี่สูตรจากฮ่องกง จะหอมหมูสับที่เอามาผัดกับพริกเสฉวน "บะหมี่หมูต้มซีอิ๊ว (180 บาท)" หมูสามชั้นนุ่มละลายในปาก ตุ๋นกับเครื่องยาจีนนานถึง 8 ชั่วโมง ทานคู่กับซีอิ๊วที่ทางร้านทำเอง "ปังปิ้งซี่โครงหมูเสฉวน (280 บาท)" ซี่โครงหมูย่างเตาถ่านที่นำไปตุ๋นกับน้ำซอสนานถึง 7 ชั่วโมง เพื่อให้ซอสซึมเข้าไปในเนื้อ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่สั่งกันทุกโต๊ะ "Miss Jinling (120 บาท)" เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของทางร้าน หอมชาเอิร์ลเกรย์ตัดรสด้วยความเปรี้ยวของพีชหวาน ทานแล้วรู้สึกสดชื่นใครที่กำลังหาร้านอาหารกึ่งคาเฟ่สไตล์จีนย้อนยุค มากันได้ที่ "ร้าน Jin Ling" อยู่ที่ทองหล่อ 13 Seenspace ชั้น 2 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-1728-0013

  • หยิ่วกี่ ร้านอาหารจีนอร่อยระดับตำนาน

    อีกหนึ่งร้านตำนานย่านงามวงศ์วาน "ร้านหยิ่วกี่" ร้านอาหารจีนกวางตุ้งที่เปิดมานานกว่า 60 ปี ตั้งแต่สมัยอากง เป็นสูตรจีนกวางตุ้งแท้ๆ มีเอกลักษณ์คือหอมกลิ่นกระทะและรสชาติที่ละมุนไม่จัดจ้านเข้ามาถึงภายในร้านก็ต้องสะดุดตากับป้ายเมนูที่ติดไว้ให้เลือกกว่า 80 เมนู ทั้งอาหารไทย อาหารจีน และอาหารจานด่วน"กระเพาะปลาผัดแห้ง (180 บาท)" มีทั้งเห็ดหอมและเนื้อปู ไปคลุกกับซอสและไข่ ผัดให้แห้งคั่วกับกระทะจนหอม"ลูกชิ้นกุ้งผัดโสภณ (200 บาท)" "เป็ดย่าง (จานละ 120 บาท/ ครึ่งตัว 200 บาท/ ตัวละ 400 บาท)""ตีนเป็ดยัดไส้ (200 บาท)" เมนูนี้หน้าตาคล้ายกับกระเพาะปลา โดยจะเอาตีนเป็ดมาคลุกกับแป้งและโปะด้วยลูกชิ้นกุ้งแล้วนำไปทอด ส่วนน้ำราดทำแยกจานต่อจาน ใส่เนื้อปู เห็ดฟาง และปรุงรสให้กลมกล่อม น้ำราดมีความเหนียว หนืด ข้นเล็กน้อย"สตูเนื้อน่องลาย (160 บาท)" เนื้อน่องมีเอ็นแทรก หอมกลิ่นเครื่องเทศและเครื่องยาจีน"แกงจืดกระเพาะหมูเกี่ยมฉ่าย (120 บาท)" ซดซุปร้อนๆ กระเพาะหมูทำมาดีมากไม่มีกลิ่นคาว ได้รสเปรี้ยวนิดๆ ของเกี่ยมฉ่าย ซดแล้วเพลินมากแจกพิกัดร้านอาหารจีนอร่อยระดับตำนาน "ร้านหยิ่วกี่" ร้านอยู่ใกล้ซอยงามวงศ์วาน 32 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.30-19.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2589-8983

  • เจ๊อิม ก๋วยเตี๋ยวหลอดโบราณ

    "ร้านเจ๊อิม ก๋วยเตี๋ยวหลอดโบราณ" ที่มีไอเทมลับอย่าง 'ทอดมันปลาอินทรีย์' ใส่ลงไปในก๋วยเตี๋ยวหลอดด้วย เพราะก๋วยเตี๋ยวหลอดโบราณจริงๆ จะต้องใส่ทอดมัน เวลาที่ทานจะเข้ากันมากเหมือนเวลาทานก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น ซึ่งตัวทอดมันเด็ดมากจนหมดก่อนก๋วยเตี๋ยวหลอดซะอีกเดิมทีร้านเจ๊อิม ก๋วยเตี๋ยวหลอดโบราณ เคยเป็นโรงงานทำเส้นก๋วยเตี๋ยวหลอดแถวพระโขนง แต่สูตรก๋วยเตี๋ยวหลอดนั้นสืบทอดกันมาในตระกูลกว่า 40 ปีแล้ว และเป็นสูตรโบราณที่ใส่ทอดมันอีกด้วยเริ่มด้วยเมนูซิกเนเจอร์ของร้านอย่าง "ก๋วยเตี๋ยวหลอดโบราณ ทอดมันปลาอินทรีย์ (60 บาท)" เส้นก๋วยเตี๋ยวหลอดเหนียวนุ่ม และได้รสชาติหวานมันจากกุ้งแห้งที่ผสมมาในเส้นด้วย"หมูแดงฮ่องกง (60 บาท/ ราดข้าว+ไข่ดาว 69 บาท)" หมูสันคอชิ้นหนา หมักด้วยซอสฮอยซินจนเข้าเนื้อ ทีเด็ดอยู่ที่น้ำซอสหมูแดง ราดมาฉ่ำๆ หมอกลิ่นเต้าเจี้ยว จะสั่งมาทานเป็นจานเดี่ยวหรือสั่งเป็นท็อปปิ้งก๋วยเตี๋ยวหลอดก็ได้เมนูที่หลายๆ คนคุ้นเคย "ไก่ทอดเจ๊อิม (45 บาท)" ต้องทานตอนร้อนๆ หนังกรอบแต่เนื้อด้านในยังฉ่ำ โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียวกรอบๆ"บักกุ๊ดเต๋สูตรสิงคโปร์ ซุปใส (79 บาท)" สูตรแต้จิ๋วสิงคโปร์แท้ๆ ใช้ซี่โครงหมูไซส์ใหญ่ตุ๋นกับน้ำซุปใสที่ปรุงด้วยพริกไทย กระเทียม และซอสปรุงรส จนเนื้อซี่โครงเปื่อยกำลังดีเมนูก๋วยเตี๋ยวหลอดโบราณหาทานยากแบบนี้ จะเด็กหรือผู้ใหญ่ทานรับรองว่าถูกใจแน่นอนกับ "ร้านเจ๊อิม ก๋วยเตี๋ยวหลอดโบราณ" อยู่ที่ซอยสรงประภา 12 ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 06-3959-6664

  • Chufang คาเฟ่สไตล์จีนย่านจุฬาฯ

    ไม่ว่าจะมา จุฬา-สามย่าน กี่ครั้งก็มีอะไรอินเทรนด์อยู่ตลอด วันนี้เปรี้ยวปากจึงพาทุกคนมาที่ "ร้าน Chufang (ฉูฝาง)" อยู่ในโครงการดราก้อนทาวน์ แลนด์มาร์คใหม่สไตล์จีนโบราณผสมผสานความเป็นโปรตุเกสที่กำลังดังในโซเชียลที่มาของชื่อร้าน "Chufang (ฉูฝาง)" นั้นมาจากภาษาจีนที่แปลว่า 'ห้องครัว' โดยที่แต่ก่อนตึกของร้านด้านบนเป็นที่พักจึงอยากให้ร้านมีความรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน และพอเป็นร้านอาหารจึงอยากให้ร้านกลายเป็นห้องครัวของบ้านเมนูของที่ร้านจะเน้นเป็นเมนูข้าวอบต่างๆ ที่เป็นสูตรสืบทอดมาจากอาม่าของเจ้าของร้าน หรือถ้าใครชอบทานเส้นก็มีเมนูเส้นให้เลือกอีกด้วย"ข้าวอบสะโพกไก่ (89 บาท)" ใช้สะโพกไก่มาปรุงรสด้วยสามเกลอและเครื่องปรุงต่างๆ ตุ๋นประมาณชั่วโมงครึ่งจนได้เนื้อที่นุ่มชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ ราดด้วยซอสสูตรของทางร้าน"ข้าวอบซี่โครงหมู (99 บาท)" ตุ๋นด้วยซอสสูตรของอาม่า เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ซึ่งทุกเมนูก่อนเสิร์ฟจะนำไปอบพร้อมกับข้าวประมาณ 5-7 นาทีก่อนเสิร์ฟ"ตัน ตัน เมี่ยน (108 บาท)" เส้นบะหมี่ที่ใช้เป็นเส้นแบบแบนหนึบหนับ เสิร์ฟพร้อมกับไข่แดงและซี่โครงหมูอบมาแบบเปื่อย ราดด้วยซอสปรุงรสหม่าล่าและเมนูทานเล่นที่หาทานยากอย่าง "ฝันโก๋ (ชุดละ 39 บาท/ เพิ่มชีส 15 บาท)" ติ่มซำสไตล์แต้จิ๋ว ข้างในเป็นไส้หมู มีแป้งทั้งหมด 3 สี 3 รสชาติ ออริจินัล ฟักทอง และมันม่วงมาทานอาหารจีนอร่อยๆ และถ่ายรูปสวยๆ ไว้เปลี่ยนโปรไฟล์ มากันได้ที่ "ร้าน Chufang" อยู่ที่ซอยจุฬาฯ 5 อยู่หลังศาลเจ้าโครงการดราก้อนทาวน์ ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. (หยุดวันอังคาร) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 09-4447-9963

  • ตั้งใจย่าง หลากหลายเมนูย่างเตาถ่านหอมๆ

    "ตั้งใจย่าง" ร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งที่ฮอตฮิตในโลกโซเชียล ทีเด็ดอยู่ที่หมูแดงสูตรเฉพาะของทางร้านที่นำมาเป็นส่วนประกอบหลักของทุกจาน และการตกแต่งร้านจะสอดแทรกกลิ่นอายความเป็นจีนร่วมสมัยเอาไว้ โดยเลือกใช้เป็นโต๊ะหินอ่อนและเก้าอี้ไม้แบบโบราณ ทำให้สัมผัสได้ถึงความโฮมมี่เหมือนการนั่งทานอาหารที่บ้านเมนูของที่ร้านจะเน้นไปที่เมนูย่างเตาถ่านเป็นหลัก เพราะเชื่อว่าเสน่ห์ของอาหารอยู่ที่กลิ่นหอมจากการรมควัน หรือกลิ่นไหม้จากเตาถ่านที่หาได้ยากแล้วในสมัยนี้ แถมยังย่างสดใหม่แบบวันต่อวันอีกด้วย โดยใช้วิธีการย่างเตาถ่านแบบโบราณที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นเริ่มด้วยเมนูไฮไลท์ของร้าน "หมูแดงย่างถ่าน (200 บาท/ 200 กรัม)" เนื้อหมูแบบมีมันแทรก คลุกเคล้ากับสมุนไพรและซอสต่างๆ กว่า 10 ชนิด หมักทิ้งไว้ 24 ชม. แล้วนำมารมควันด้วยถ่านไม้ ก่อนจะนำไปย่างเคลือบผิวด้วยน้ำผึ้ง"ซี่โครงหมูน้ำผึ้งย่างถ่าน (280 บาท/200 กรัม)" "ข้าวผัดตั้งใจย่าง (110 บาท)" เมนูนี้ผัดข้าวมาเป็นเม็ดร่วนๆ หอมๆ ผัดกับก้านคะน้า และหมูแดงย่างเตาถ่านหั่นเต๋า ผัดด้วยไฟแรงทำให้หอมกลิ่นกระทะมากนอกจากเมนูย่างๆ ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านแล้ว ยังมีอีกเมนูที่ห้ามพลาดคือ "หมี่ซั่วหมูแดงย่างถ่าน (130 บาท)" ใส่กุยช่ายขาว เห็ดหอม และหมูแดงย่างถ่าน ตัวหมี่ซั่วเส้นนุ่มเด้ง หอมกลิ่นกระทะและอีกหนึ่งเมนูขายดีของที่ร้าน "ลิ้นหมูย่างถ่าน (220 บาท/ 150 กรัม)" เมนูนี้จะเอาลิ้นหมูไปซูวีด 1 วันเต็มๆ เพื่อให้นุ่มได้ที่ แล้วนำมารมควันด้วยถ่านไม้เพื่อเพิ่มความหอม ก่อนจะนำไปย่างจนได้เป็นลิ้นหมูที่นุ่ม เคี้ยวเพลิน และไม่มีกลิ่นเลยใครอยากทานหมูแดงฉ่ำๆ ย่างเตาถ่านหอมๆ ตามมาได้ที่ "ร้านตั้งใจย่าง" 171 ถนนจันทน์ ใกล้แยกปากตรอกจันทน์ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-14.30 น. และ 16.30-20.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-0544-4645B1

Follow us on INSTAGRAM